|
Return of the Sentimeantal Swordsman : ฤ ท ธิ์ ม ีด สั้น ลี้ คิ ม ฮ ว ง ภ า ค 2 1.
ตึกซิงหยุนอันเลื่องชื่อในยุทธภพมิใช่เพราะเป็นบ้านของ
7 บัณฑิต 3 ท้ำฮวย หรือเป็นบ้านของ ลี้คิมฮวง แต่เป็นเพราะว่าเมื่อ
3 ปีก่อนได้เกิดเหตุการณ์สะท้านบู๊ลิ้ม นั่นคือ ลี้คิมฮวง ได้ลงมือสังหาร
โจรดอกเหมย ผู้น่าครั่นคร้ามณ ตึกซิงหยุน อันแสนสวยงามแห่งนี้เหตุร้ายผ่านพ้นไป ความสงบร่มเย็นเข้ามาแทนที่ ลี้คิมฮวง และ อาฮุย ได้เร้นกายหายไปไร้ร่องรอย คงเหลือไว้แต่เพียงแสงเทียนเดียวดายยามค่ำคืนที่หอน้อยท้ายสวน ลิ้มซีอิม ,เจ้าบ้านหญิง กับ หยาดน้ำตา เวลาเดียวกันที่ร้านเหล้าไม่ไกลจากหมู่ตึกซิงหยุนเท่าใดนัก มีชายผู้หนึ่งใช้มีดสั้นถากท่อนไม้ แกะสลักรูปสตรีนางหนึ่งพลางดื่มเหล้าไปด้วยอย่างแช่มช้า เขาทำเช่นนี้มาครึ่งค่อนปีแล้ว .. " เชิญครับ เชิญครับ .. " ซุนเทาะจื้อ ,ชายชราหลังค่อมเจ้าของโรงเตี๊ยมกล่าวทักทายลูกค้าที่วันนี้มาอุดหนุนคึกคักเป็นพิเศษ " เสี่ยวเอ้อ จัดโต๊ะ " ชาวยุทธภพ หรือ คนจรจัดก็มิอาจทราบได้ ย่างกรายมา 4 -5 คน ส่วนชายชุดเขียวแบกทวนมาเดี่ยวๆ " เอ๊ะ ท่านปู่ โต๊ะนี้ว่างค่ะ " โก้วเนี้ยถักเปียจูงชายชรา " ว่างก็นั่ง " ซุนแป๊ะฮวก ,ชายชราผมขาวมากับ ซุนเซี่ยวอั้ง ,หลานสาว " เชิญเลยครับ เชิญนั่ง " เสี่ยวเอ้อรีบปัดกวาดโต๊ะเก้าอี้ " ท่านปู่เมื่อกี้ท่านรับปากว่าพอถึงโรงเตี๊ยมจะเล่านิทานให้ฟังไงล่ะ " " นิทานจะสนุกอะไร สู้ฟังเรื่องจริงที่สะท้านยุทธภพดีกว่า " " เอ้อ ดีค่ะ รีบเล่าสิคะ " " ข้าได้ยินว่าคืนวันพรุ่งนี้ ซิงหยุนจวง จะเปิดกรุสมบัติ เหล่าชาวยุทธจึงมุ่งหน้าไปที่นั่นภายในวันสองวัน " " ซิงหยุนจวงเป็นบ้านจอมยุทธผู้โด่งดัง ลี้คิมฮวง นี่นา " " ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว " " จริงสิ นอกจาก ลี้คิมฮวง แล้วยังมี อาฮุย ,ยอดฝีมือระบือนาม " " น่าเสียดายที่เค้าก็เหมือน ลี้คิมฮวง ต่างสูญหายไป ฟังว่า อาฮุย กับ ลิ้มเซียนยี้ หลบหนีไปด้วยกัน " " เฮ้ยตาแก่ในยุทธภพมีแต่ ลี้คิมฮวง กับ อาฮุย รึไง พูดเรื่องอื่นได้มั้ย " ชายชุดเขียวตวาดลั่น " ก็ข้ารู้แค่นี้นี่ ถึงเล่าไปก็ไม่มีคนฟัง แขกคนอื่น(วานรขนขาว เจ้าทรงพลัง ทมิฬทวนเหล็ก งูน้ำโอ้วมี้ และ สองพยัคฆ์ภูเขาน่ำซัว)เขาจ่ายเงิน หนีไปหมดแล้ว " ชายฉกรรจ์ชุดเหลือง 5 - 6 คนโผล่มาไม่พูดพร่ำทำเพลง ใช้อาวุธเขี่ยชามอาหารเก่าบนโต๊ะทิ้ง " มีใครยังไม่ได้ไสหัวไปอีก " เซียงกัวปวย ,บุรุษชุดเหลืองขลิบทองยืนกร่าง นอกจากตาแก่กับหลานสาวแล้วก็มีบุรุษผู้หนึ่งนั่งหันหลังเอาแต่ร่ำสุรา อีกคนถือทวนทองชุดเขียวมีใบหน้าเย็นชา " ฮะ ฮะ ฮ่า โลกมักจะประหลาดเช่นนี้ ไม้เท้าเหล็ก อันดับ 9 เผอิญมาพบกับ ทวนทองหน้าตาย อันดับ 8 " " เด็กมันยังรู้ว่า 8 ย่อมเหนือกว่า 9 " จูกัวะกัง ,ชายขาพิการไม่อาจทนฟังคำเย้ยหยัน กวาดไม้เท้าเข้าใส่หมายพิฆาตศัตรู เซียงกัวปวยเห็นลูกสมุนตกเป็นรองจึงรีบห้าม " หยุด ! จูกัวะกัง คืนนี้เราต้องรีบเดินทาง สี่เหมินโหยว อย่าได้ลำพองใจ อีกไม่นานเกินรอเราได้พบกันแน่ " กลุ่มชายชุดเหลืองถอนกำลัง บุรุษชุดเขียวขว้างเงินอัดฝาโรงเตี๊ยมชำระค่าสุราอาหารแล้วเหาะไป .. " สมกับเป็นยอดฝีมืออันดับ 8 ฝีมือไม่เลว " ซุนแป๊ะฮวก " ชายที่ใส่ชุดเหลืองนั่นเป็นใครกันคะ " หลานสาวซักถาม " เขาคือประมุขน้อย เซียงกัวปวย " " พวกเค้ามาทำไม " " หากปู่ทายไม่ผิดล่ะก็พวกมันคงจะไป ซิงหยุนจวง (หันมาทางบุรุษลึกลับ) ถึงเหล้าที่นี่จะรสชาติดีแต่คนเราเกิดมาไม่อาจใช้เหล้าผ่านพ้นวัน เมามายไร้สติ ถึงเวลาสมควรไป ยังคงต้องไป น้องชายข้าไปล่ะ ให้ข้าจ่ายเงินให้มั้ย " " ขอบคุณ ไม่ต้องหรอก ผู้ใดเป็นคนติดค้างผู้นั้นย่อมชำระ ไม่อาจบิดพริ้ว ไม่อาจหลบหนี " ไอโขลกๆจนตัวงอ " วิเศษ ในที่สุดก็สร่างเมา เอ้าเราไปกันได้แล้ว " ปีศาจสุรา คลี่แผ่นกระดาษที่เหล่าจอมยุทธทิ้งไว้ ลายมือนั้นสวยงามราวอิสตรี " .. ค่ำคืนที่ 15 เดือน 9 หมู่ตึกเมฆเรืองโรจน์ของวิเศษจะปรากฎ ยังหวังท่านอย่าได้พลาดโอกาสเหมาะ .. "
ลี้คิมฮวงเดินตัดผ่านทางปูหินสีขาว,ลอดประตูรูปวงเดือน ยืนทอดอาลัยกับอดีตอันเคยรุ่งโรจน์ของหมู่ตึกที่พำนัก
เขาก้มเอวลงส่งเสียงไอเบาๆ" ท่านพี่ " หญิงวัยกลางคนแง้มประตูบนหอน้อย " ซีอิม สบายดีเหรอ " " สบาย ก็ดี จากกัน 3 ปี ณ สวนแห่งเดิม เมฆซ่าน บุปผาร่วงหล่น ท่านล่ะ? " " เฝ้าฝันไว้จะหวนไปคืนสู่บ้าน สามปีผ่านช่างเดียวดายอย่างเหลือแสน สร่างเมาเหล้าราดขาดแคลน แต่มิแบนตัดสวาทขาดจากใจ " ใบหน้าเขาซีดขาวกว่าเดิม ส่งเสียงไอไม่หยุดยั้ง " รูขาดบนเสื้อผ้าสามารถปะเย็บ แต่รอยแผลในหัวใจไม่ว่าผู้ใดก็ไม่สามารถเย็บสมานได้ ข้าอยู่ลำพังจนชินแล้ว ไยท่านจึงกลับมาทำให้ใจข้าร้าวรานอีกครั้งนึง " " หิมะโปรยปรายแม้จะสวยงามน่าชื่นชมนัก แต่ที่สำคัญคือยามสามคืนนี้จะเกิดเรื่องขึ้นที่ซิงหยุนจวง " " เรื่องอะไร? " " ถึงเวลาเจ้าก็รู้เอง (สุนัขเห่าระงมเมื่อได้กลิ่นพวกคนแปลกหน้า) รีบดับเทียน ปิดประตู ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าออกมา " ชาวยุทธกเฬวรากกรูกันเข้ามาในบ้านเมื่อถึงเวลานัดหมาย ต่างผงะเมื่อเห็นชายชุดดำยืนรออยู่ " เจ้าเป็นใคร " " ไม่น่าถาม ข้ามาที่นี่ไม่ใช่เพื่อต่อสู้ช่วงชิงเหมือนพวกเจ้า ข้ามารอคน .. อีกอย่างนึงคนที่เจ้าต้องการก็อยู่ข้างหลังแล้ว " " ชนชั้นต่ำเช่นพวกเจ้าก็บังอาจมาสุมหัวอยู่นี่เหรอ ลุย ! " เซียงกัวปวยสั่งลูกพรรคราวีคนจรจัดฝีมือต่ำขั้น ออกแรงไม่กี่กระบวนท่าพวกนั้นก็ม้วยมรณา " ท่านประมุขน้อย คนที่นี่ถูกฆ่าตายหมดแล้ว " จูกัวะกัง " ใครบอกล่ะ ข้างในยังมีอีกคนนึง " ทวนทองหน้าตายพลันปรากฎตัว " ไม่ใช่หนึ่ง แต่เป็นสอง เฮ่อ " " สี่เหมินโหยว เวลาของชีวิตเจ้าหมดแล้ว นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะรนมาหาที่ตายอีก ฆ่ามัน " เซียงกัวปวยโกรธกริ้ว " มิน่าล่ะ ทวนทอง ถึงได้จัดอยู่อันดับที่ 8 " ชายชุดดำดูแคลนฝีมือ " ดูท่าทางเห็นทีข้าจะต้องลงมือเองแล้ว " จูกัวะกังแทรกตัวใช้ไม้เท้าเข้าต่อกรเพลงทวนคู่อริแทนลูกสมุน " ถือโอกาสนี้พวกเจ้ารีบเข้าไปค้นข้างใน " เซียงกัวปวยบัญชา " คร๊าบบบ .. " สมุนสองคนพุ่งหลาวพังผนังห้องตึกน้อยหอมเย็น ร่างมิทันแตะพื้นก็โดนมีดสั้นปักคอหอยตายกลางอากาศ " ลี้คิมฮวง มาแล้ว " ชายชุดดำเปรย " เรียนทุกท่าน ซิงหยุนจวง ไม่มีสมบัติซุกซ่อน หิมะหยุดตกแล้วพวกท่านกลับไปเถอะ " ลี้คิมฮวงเหาะลงมายืนบนกิ่งดอกเหมย " เฮอะ ขืนเชื่อก็โง่สิ ลี้คิมฮวงข้าอยากสู้กับเจ้ามานานแล้ว คนอื่นล้วนเกรงกลัวเจ้าแต่ข้าไม่กลัว ! " จูกัวะกังกระโดดขึ้นไปยืนปักหลักสู้ลิ้มคิมฮวงบ้าง ไม้เท้าเหล็กกวดซ้ายทีขวาที ลิ้คิมฮวงหลบหลีกรำพัดปกป้อง ด้วยความเจนจัดในชัยภูมิจึงหลอกจูกัวะกังตามเข้าไปในตึก ศัตรูมิอาจขยับกายได้คล่องในที่คับแคบ ถูกมีดบินซัดเสียบคอหอยสิ้นชีพทันใด " บุก ! " เซียงกัวปวยคั่งแค้น ชายชุดดำรี่เข้าไปขวาง,จัดการลูกพรรคเหรียญทอง จากนั้นค่อยลงมือกับประมุขน้อย " สหายท่านนี้คือ .. " " ก๊วยซงเอี๊ยง ได้พบพี่ลี้ครั้งแรกถือว่านี่คือของขวัญ " มันกวาดสายตาดูผลงาน แต่ละศพถูกคมมีดฉวัดเฉวียนกรีดทั่วร่าง " ยอดฝีมืออันดับ 4 กระบี่เหล็กซงเอี๊ยง ยอดเยี่ยมสมคำร่ำลือจริงๆ " " หากว่าข้าเดาไม่ผิด เจ้าน่าจะเป็นลูกชายของยอดฝีมืออันดับ 2 เซียงกัวกิมฮ้ง ประมุขน้อยแห่ง พรรคเหรียญทอง " ใช้หางตาดูปลายดาบสะกิดลูกกระเดือกคุณชายอ่อนหัด " แล้วเจ้าจะทำไม " เก็บกระบี่เข้าฝัก " รบกวนเจ้ากลับไปบอก พ่อ ว่าข้าจะไปหาเค้าเร็ววัน " " ฮ่า วันนี้แม้เจ้าไม่ฆ่าข้า จงฟังไว้ซักวันนึงข้าต้องฆ่าเจ้าแน่ " " สมกับเป็นลูกชายเซียงกัวกิมฮ้ง โหดเหี้ยม อำมหิต ไปเถอะ .. " " ท่านคือ .. " ลี้คิมฮวงหันมาประจันหน้าชายชุดเขียว " ทวนทองหน้าตาย สี่เหมินโหยว " " ยอดฝีมืออันดับ 8 ของแผ่นดิน เจ้าก็ถูกผู้คนหลอกมาหาสมบัติที่นี่เหมือนกันเหรอ " " หุบปาก ! " สี่เหมินโหยวโถมพลัง,ร่ายเพลงทวนหมายโค่นจอมยุทธมือวางอันดับสูงกว่า " เดี๋ยว ที่ข้าพูดเป็นความจริง ทำไมไม่เชื่อกันบ้าง " " ยุทธภพนี้ไม่มีอะไรที่เชื่อได้นอกจาก คนตาย สมบัติ และ ชื่อเสียง " ก๊วยซงเอี๊ยง ไม่อยากให้ ลี้คิมฮวง ต่อสู้ยืดเยื้อ " สี่เหมินโหยว ถ้าหากข้าชิงทวนเจ้าได้ภายใน 10 เพลง เจ้าจะยอมรับปากข้าเรื่องนึงมั้ย " " เรื่องอะไร " " ถอนตัวจากยุทธภพ เลิกรังควานพวกเรา " " โอหังสิ้นดี " " 1,2,3 .. 10 " " หา? ทวนไม่อยู่กับมือ " " รับไป " โยนทวนคืนให้เจ้าของ " ยุทธภพนี้กว้างใหญ่แต่กลับไม่มีที่ให้ข้ายืน " สี่เหมินโหยวเหาะข้ามกำแพงมิสู้ตากหน้ารับความอับอาย
" พี่ก๊วย ข้าต้องขอบคุณท่านเป็นอย่างมาก
" " อย่าเพิ่ง ท่านควรถามข้าก่อนว่ามาทำไม " " หรือว่าข้าเคยล่วงเกินท่านเอาไว้อย่างงั้นเหรอ? " " ไม่มี เพียงแต่ข้าตามหาท่านมา 3 ปีแล้ว ข้าอยากรู้ว่า กระบี่เหล็กซงเอี๊ยง ของข้ากับ มีดบินลี้น้อย ของท่านใครจะเหนือกว่าใคร เนื่องจากเพราะว่าท่านอยู่อันดับ 3 ข้าอยู่อันดับ 4 ข้าว่าสวนแห่งนี้สวยงามเกินไป ข้ามิอยากจะทำลาย ดังนั้นข้าจะรอท่านข้างนอก " " ท่านไปเถอะ คนเราพบกันก็เพื่อที่จะจากกัน ข้าว่าสุรามิอาจจะดับทุกข์ได้ วันหน้าท่านจงดื่มให้น้อยลง " ลิ้มซีอิม " ถนอมตัวด้วย " ลี้คิมฮวง ก๊วงซงเอี๊ยงเดินนำหน้าคู่ปรับมาสุดปลายเส้นทาง เป็นปลายทางแห่งชีวิตของผู้ใดมิอาจคาดได้ ท้องทุ่งโล่งกว้างมีป่าปังอยู่แถบหนึ่ง " ที่นี่เป็นริมน้ำอีกทั้งยังอยู่สุดถนนด้วย " " พี่ก๊วยข้าถอนตัวจากยุทธภพลืมเลือนทุกสิ่ง ไฉนท่านต้องการพิสูจน์ฝีมือกับคนนอกวงการเช่นข้า " " พี่ลี้แม้ท่านถอนตัวจากยุทธภพแต่ชื่อของท่านยังคงอยู่ ข้ามาวันนี้เพื่อมีชื่อเสียง สหายน่ะหาง่ายแต่คู่ต่อสู้อย่าง ลี้คิมฮวง หายาก ข้าเกิดมาเป็นชาวยุทธมิเคยนำพาซึ่งความตาย ศึกในคืนนี้ถือเป็นความสุขครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตของข้า เชิญ " " ข้าหวังนักว่าคืนนี้ ข้าจะมิใช่ข้า เชิญ " ลมกระโชกผ่านใบปังแดงม้วนคละคลุ้งเต็มท้องฟ้า พลังกระบี่คุกคามคน กลิ่นอายฆ่าฟันสะท้านทุกอณู ดาบเหล็กดำชักออกจากฝัก พัดคลี่เผยมีดสั้นสะท้อนเงาวาววับ บังเิกิดเสียงหวีดหวิวเกรี้ยวกราดเมื่อยอดฝีมือประลองกำลัง กอหญ้าแพรกสะบั้น กิ่งสนฟุ้งกระจาย แพไม้ไผ่ถูกตัดขาดกลางลำ ลี้คิมฮวงซัดมีดสั้นนำทางชุดแรกเฉียดเป้าหวุดหวิด มันโยนพัดหลบคมดาบดำอำมหิตแล้วจิ้มปลายแหลมอาวุธในมือจ่อคอหอยก๊วยซงเอี๊ยง " ทำไมถึงไม่ฆ่าข้า " " ตั้งแต่ต้นระหว่างเราไม่ได้เอ่ยว่าใครจะฆ่าใคร " " แป๊ะเฮี่ยวเซ็ง กล่าวเอาไว้ไม่ผิดจริงๆ ท่านมิเพียงเก่งกว่าข้า ยังดีกว่าอีกด้วย " ก๊วยซงเอี๊ยงก้มหน้าเดินจากไปแทบหมดอาลัยตายอยาก " ยอดเยี่ยมๆ การประลองเมื่อครู่ช่างน่าดูชมนัก " โกวเนี้ยน้อยปรบมือแปะๆ " แม่นางนี่เจ้ามาอยู่นี่ได้ยังไง " " ท่านถามใคร? ข้าไม่ได้ชื่อ แม่ ไม่ได้แซ่ นาง ซักกะหน่อย " " งั้นข้าขอทราบนามอันสูงส่งของท่านได้มั้ย " " ค่อยน่าฟังขึ้น ข้าแซ่ ซุน ชื่อ เซี่ยวอั้ง " " อ้อ จริงสิ ท่านยังมีท่านปู่อีกคนนี่นา " " ถูกต้อง ท่านปู่ส่งข้ามานี่เพื่อเชิญท่านไปพบ " ลี้คิมฮวงและซุนเซี่ยวอั้งซุ่มในเงาดงไม้จ้องมองไปยังเก๋งยาว(ศาลาริมทาง) บัดนี้มีชายชุดเหลืองทองชูโคมไฟล้อมรอบทั้ง 4 ด้าน แสงสะท้อนมลังเมลืองดูลี้ลับ น่ากลัว พักหนึ่งผู้อาวุโสและหนุ่มฉกรรจ์ก้าวออกมา มันชะงัก สอดส่ายสายตามาทางป่าทึบแว่บเดียวก่อนเรียกพลพรรคยาตราจากไป " คนที่นั่งอยู่กับท่านปู่คือ ประมุขพรรคเหรียญทองกับคนสนิท คนสวมชุดเหลืองคือ เซียงกัวกิมฮ้ง ,ห่วงหงส์มังกรจัดว่าเป็นอันดับ 2 ของยุทธภพ ส่วนนั่นคือ เก็งบ้อเมี่ย ,เทพดาบซ้าย " " พวกเค้ามาทำอะไรกัน? " " ชู่วว์ .. มานี่ ท่านอยากรู้ใช่มั้ยว่าพวกนั้นมาทำไม ลองถามท่านปู่ข้าดูซี่ " " ท่านลุง " " นี่คือแผนการร้ายครั้งสำคัญของยุทธภพเรา นับแต่ท่านกับอาฮุยถอนตัวจากยุทธภพ พรรคเหรียญทองได้รวบรวมยอดฝีมือ 17 อันดับหวังครองแผ่นดิน ท่านลี้ความอยู่รอดของพวกเราอยู่ในมือท่านกับอาฮุย 2 คน " " ไยกล่าวเช่นนั้น " " เพราะห่วงหงส์มังกรของเซียงกัวกิมฮ้งจัดอยู่อันดับ 2 บวกกับยอดฝีมือรุ่นใหม่อย่าง เก็งบ้อเมี่ย ,เทพดาบซ้ายผู้ไร้เทียมทาน มันฆ่ายอดฝีมือมา 380 คนแล้ว ทางเดียวในตอนนี้คือตามหา อาฮุย ให้เจอ จงร่วมมือกันจึงขจัดภัยร้ายครั้งนี้ได้ " " แต่หลายปีมานี้ข้าไม่เคยได้ข่าวอาฮุยเลย " " เขากับ ลิ้มเซียนยี้ อยู่กันที่ป่าเหมยหิมะ " " ท่านลุง ท่านเป็นใครกันแน่จึงรู้เรื่องราวของยุทธภพดีนัก ยุทธภพนี้มีลับลมคมในเยอะ หรือว่าท่านคือ .. " " ฮ่า ฮ่า ปราดเปรื่องสมกับเป็น ลี้คิมฮวง ไม่ว่าข้าจะเป็นใครวันหน้าท่านต้องได้รู้แน่ ที่ท่านต้องทำตอนนี้คือไปตามหา อาฮุย ! " ![]() ![]()
next chapter >> |