2.

ก๊วยซงเอี๊ยงจัดการสมุนพรรคเหรียญทอง     บ้านไม้หลังหนึ่งตั้งอยู่ในส่วนลึกของดงเหมย,ริมธารน้ำแร่ ไหลลงมาจากกลางภูเขา ประตูบ้านปิดอยู่ ลี้คิมฮวง เคาะ 2 -3 ที เงียบคล้ายไม่มีใครอยู่จึงถือวิสาสะเดินเข้าไป เห็น อาฮุย บรรจงจัดแจกันดอกไม้
      " เซียวลี้ "
 บุรุษหนุ่มค่อยๆเหลียวหน้ามาทักทายอาคันตุกะ
     
" อ้อ ที่แท้เป็นบัณฑิตลี้นี่เอง มาตั้งแต่เมื่อไหร่ " ลิ้มเซียนยี้เผยโฉม
      " แม่นางลิ้ม "
     
" เซียนยี้ ข้าช่วยนะ "
     " ไม่ต้อง งานบ้านเป็นของผู้หญิง ข้าทำเองได้ " ลิ้มเซียนยี้พับเสื้อผ้าที่เก็บจากราวแล้วเช็ดโต๊ะต่อ
     
" เซียนยี้ให้ข้าช่วยเจ้าเถิด "
     
" ไม่ต้อง ท่านไปต้อนรับบัณฑิตลี้เถอะ " 
     
" อ้อ จริงด้วย เซี่ยวลี้ เข้ามาสิ .. ข้าจะไปรินน้ำชาให้นะ "
     
" ไม่ต้อง ข้ารินให้เอง บัณฑิตลี้เชิญนั่งก่อนค่ะ "
     
" เชิญนั่ง เออจริงสิท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่ที่นี่ " 
     
" มีคนผู้นึงบอกข้า นับแต่เจ้าไปจาก ซิงหยุนจวง ก็อยู่นี่มาตลอดเหรอ "
     
" ข้าอยู่ที่นี่ก็วาดภาพ ปลูกดอกเหมย เอ๊ะ เจ้าชอบ ดอกเหมย มากไม่ใช่เหรอ ออกมาดูนี่สิเมื่อวานดอกเหมยบาน 2,076 ช่อ วันนี้ร่วงไป 8 ช่อ บานใหม่ 24 ช่อ รวมเป็น 2,092 ช่อ "
     
" เจ้านับดอกเหมยทุกวันเหรอ? " หัวใจลี้คิมฮวงตกวูบ รู้สึกอ้างว้างแทนสหาย
      " ที่นี่น่ะเงียบมาก ไม่มีอะไรทำ ปีนี้ดอกเหมยบานเร็ว ดอกไม้ยิ่งบานเร็วก็ยิ่งร่วงโรยเร็ว "
     
" แล้วกระบี่เจ้า? " 
      
" ข้าไม่ได้แตะต้องกระบี่มาตั้งนานแล้ว " 
     
" เพราะอะไร? " 
      " เซียนยี้บอกว่ากระบี่น่ะเป็นศัสตราวุธอันดุร้าย ไปหยิบแตะมันจะทำให้ข้าคิดถึงยุทธภพเปล่าๆ "

     
" ข้ามาแล้วค่ะ กลางป่ากลางเขาไร้สุราได้โปรดดื่ม น้ำชา แทน "
     
" ตอนนี้ข้าก็เลิกดื่มเหล้าแล้วนะ " 
      " ก็ดี (ไอแค็กๆ) ดื่มเหล้ามากๆระวังจะเป็นเหมือนข้า " 
     
" ข้าให้เค้าเลิกเอง เค้าน่ารักมากเลย ทุกวันตื่นแต่เช้ามืด กลางคืนกินข้าวเสร็จก็เข้านอน "

     
ลี้คิมฮวงนอนไม่หลับ,บังเกิดความเคลือบแคลงสงสัย ไฟห้องนอนเจ้าบ้านหญิงดับพรึ่บแต่นางกรีดกรายลงมาชั้นล่าง
     
" ลิ้มเซียนยี้ หายไปไหนนี่ " ลี้คิมฮวงเดินขึ้นมาเห็นอาฮุยหลับเป็นตาย มันจึงสะกดรอยตาม ลิ้มเซียนยี้ไป

     
หอน้อยนอกเมืองประดับโคมไฟแดงระเรื่อราวซ่องนางโลม ลี้คิมฮวงถึงกับผงะเมื่อเห็น นักท่องราตรีและ กระหรี่ ซึ่งกำลังออดอ้อนแขกเป็นใคร
      " ลิ้มเซียนยี้ เลิกตอแยข้าซะทีเถอะ ข้าจะไปแล้ว " 
     
" ไม่ ข้าไม่ให้ท่านไปนะ เอา ต่อเถอะน่า "
     
" ข้าไม่มีอารมณ์ ! "
     
" ซงเอี๊ยง ท่านจะมาอีกเมื่อไหร่ " 
     
" ข้าอยากมาเมื่อไหร่ข้าก็มาเอง " 
      ก๊วยซงเอี๊ยง ถูกโค่นฝีมือจึงเกิดความกลัดกลุ้มเลยมาระบายอารมณ์ พอปลดปล่อยความอัดอั้นเสร็จก็ไม่แยแสหล่อน ระหว่างทางเดินเปลี่ยวมืด มันชะงักเท้า หันขวับชักดาบต่อสู้กับคนประสงค์ร้าย 
     
" เป็นท่านเองเหรอนี่ " 
     
" ใช่ เป็นข้าเอง "
     
" ทำไมจึงมา แอบดู เรื่องส่วนตัวของข้า "
      
" ข้ามิได้มีเจตนามาแอบดูท่าน ข้าตาม ลิ้มเซียนยี้ มาจากบ้าน อาฮุย จนมาถึงที่นี่ "
      " อะไรนะ? ลิ้มเซียนยี้อยู่กับอาฮุยเหรอ นี่แปลว่าทุกอย่างที่นางทำ อาฮุย ไม่รู้เลยเชียวหรือ "
      " ข้าเชื่อว่าเค้าไม่รู้ เพราะหลายปีมานี้ อาฮุย นอนแต่หัวค่ำ บางทียามค่ำคืนนางจะรอให้อาฮุยหลับเสียก่อนจึงจะออกมา นางคงมาหาท่านเสมอ "
     
" ใครบอก ผู้หญิงอย่างนางเที่ยวยั่วยวนผู้ชายไปทั่ว เวลาที่ข้ารู้สึกหงุดหงิดที่สุดจึงมาระบายกับนาง "
     
" ข้ามีเรื่องนึงอยากให้ท่านช่วย " 
     
" .. ไปหาอาฮุย บอกความจริงกับเค้า "

     
ทั้งคู่มาบ้านอาฮุยแต่ไม่เจอใคร
     
" ดูนี่สิ " ก๊วยซงเอี๊ยงเห็นผ้าห่มยุบยวบกลางเตียง
     
ลี้คิมฮวงดึงผ้าออกก็เจอทางลับเป็นอุโมงค์ลอดใต้ผิวภูเขาถึงกลางทางมีแยกไปซ้ายกับขวา
     
" แท้ที่จริงที่นี่มี ทางลับ มิน่าล่ะข้าจึงไม่พบ ลิ้มเซียนยี้ "
      พวกเขาโผล่ขึ้นมาห้องนอนในหอน้อยจริงๆแต่ ลิ้มเซียนยี้ ย่อมไม่คอยท่า มีเพียงดรุณีน้อยชุดแดง 
" พวกท่าน? "
      " ลิ้มเซียนยี้ กับ อาฮุย อยู่ไหน "
     
" ไปแล้ว " 
      " ไปที่ไหน "
     
" บ่าวไพร่เช่นข้าไหนเลยจะรู้ได้ ก่อนนางจากไปได้ฝากจดหมายให้ท่าน "
      .. 
ลี้คิมฮวง ถ้าหากท่านอยากเจอพวกเราก็เชิญรอไปเหอะ ..

     
ณ โรงเตี๊ยมสุดหรูแห่งหนึ่ง ห้องหับนั้นกว้างขวางยิ่ง ผ้าปูที่นอน,พื้นพรม ป้านน้ำชา,ถ้วยชา ล้วนสะอาดสะอ้าน ลิ้มเซียนยี้ นั่งอยู่ที่หัวเตียง,เย็บกระดุมเสื้อ อาฮุย ยืนอยู่ริมหน้าต่างทอดสายตาทะลวงความมืดมิด
     
" ข้ารู้ว่าท่านกับเค้าเป็นเพื่อนกัน แต่เมื่อเราถอนตัวจากยุทธภพแล้วก็ควรที่จะหลบหน้าเค้า จริงมั้ย .. เอ๋ อิ่มแล้วเหรอ " 
      " ข้าอิ่มแล้ว "
     
" ข้ารินน้ำชาให้นะ " แอบใส่ยานอนหลับ
     
" ขอบใจมาก "
      " ลมแรงจัง ท่านเป็นอะไรไปน่ะ " เห็นอาฮุยป้องปากหาว
     
" ข้าคงสบายเกินไป อิ่มปุ๊บก็ง่วงปั๊บ "
     
" งั้นจงนอนก่อนเถิด "

เซียงกัวกิมฮ้งแย่งจอกเหล้ากับลี้คิมฮวง

ลื่อหงโซยประลองกับลี้คิมฮวง,สิบปีที่ซุ่มฝึกวรยุทธสูญเปล่า     
วิกาลคล้อยดึก ลมโชยพัดต้นง่อท้งพริ้วเบา ห้องแถวด้านทิศใต้มีหน้าต่างบานหนึ่งเปิดออกพอเห็นแสงโคมสีเรื่อเหลือง
      " ท่านคือ เก็งบ้อเมี่ย เหรอ? ข้าได้ยินชื่อเสียงของท่านมานานแล้ว "
     
บุรุษผู้นั้นยืนกอดอก ดูคล้ายรูปปั้นศิลา ดวงตาสีเทาหม่น กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา " อย่าเข้ามานะ คิดจะคุยกับข้าเจ้าต้องจำเอาไว้อย่างนึง ข้าเป็นคนถามแต่ไม่ตอบ "
      " ได้ "
     
" เจ้าคือ ลิ้มเซียนยี้ คนที่นัดข้ามาคือเจ้า "
      " ถูกต้อง "
     
" ผู้ที่สามารถบอกว่านัด ลี้คิมฮวง มาให้ข้าฆ่าเค้าได้คือเจ้า "
      " ถูกต้อง "
     
" เจ้ามีเจตนาอะไร "
      " เพราะข้ารู้ว่าพรรคเหรียญทองคิดครองยุทธภพ เจ้าต้องฆ่าลี้คิมฮวง "
     
" แล้วเจ้ารู้ได้ยังไงว่าข้าจะยอมช่วยเจ้า " เก็งบ้อเมี่ยเดินไปข้างโต๊ะ หันหลังทำทีไม่สนใจนาง รินน้ำชาถ้วยหนึ่งกรอกปากตามยาปลุกเซ็กซ์
     
" ท่านลองหันกลับมาดูก็จะรู้ว่าเพราะอะไร " ลิ้มเซียนยี้กลอกตาหวานเยิ้ม ปลดเสื้อออกโชว์เนินนมเต่งตึง,ขาวสล้าง
     
" มิน่าคนเค้าถึงพูดกันว่าลิ้มเซียนยี้ชอบยั่วยวนผู้ชาย " ตบหน้านางฉาดใหญ่
     
" ท่าน ! "
     
" แล้วเจ้าก็ทำสำเร็จด้วย " ผลักลิ้มเซียนยี้ลงไปนอนแผ่หลาอ้าซ่า
     
" อุ๊ยต๊าย ซาดิสม์ ก็ไม่บอก ข้านึกว่าท่านไม่ชอบผู้หญิงซะอีก "
      แสงเทียนในห้องดับสนิทแต่ไฟราคะบุรุษและสตรีคุโชนร้อนแรงยิ่ง 
ความเงี่ยนไม่เคยปราณีใคร

     
บ้านเหมยหิมะ
      " เจ้ามาหาใคร " ก๊วยซงเอี๊ยง
     
" ลี้คิมฮวง อยู่รึไม่ " พลนำสาร
      " ไม่อยู่ มีอะไร "
     
" รองประมุขรอพบอยู่ศาลาจิ้งจอกบิน " ยื่นเทียบเชิญ 
      .. ศาลาจิ้งจอกบิน เก็งบ้อเมี่ย .. ข้าไปก่อน ก๊วยซงเอี๊ยง .. 
ลี้คิมฮวงกลับมาเห็นกระดาษวางบนโต๊ะ

     
" เจ้ามาทำไม ข้านัดลี้คิมฮวงนี่ " เก็งบ้อเมี่ย ฉุน 
     
" ลี้คิมฮวงอยู่อันดับ 3 ข้าอยู่อันดับ 4 แป๊ะเฮี่ยวเซ็ง ไม่จัดให้เจ้าติดอันดับใด ไฉนเจ้าจะคู่ควรมาท้าสู้กับเค้า " 
     
" วอนตายซะแล้ว ! "

      
ในป่าปังปรากฏรอยคมมีดกรีดผ่านโคน ต้นแล้วต้นเล่า สายลมม้วนพัดใบไม้แดงกระเซ็นด้วยพิรุณโลหิตร่วงเกลื่อนพสุธา ตีวงปลิดปลิวเป็นระลอก บริเวณนั้นเงียบสงัดชั่วครู่ การต่อสู้สิ้นสุดลง เสียงน้ำรินหลั่งสั่งลาสะอื้นไห้ไว้อาลัยต่อผู้แพ้พ่าย 
      " พี่ก๊วย พี่ก๊วย .. " ลี้คิมฮวงลากศพก๊วงซงเอี๊ยงขึ้นมาจากหนองน้ำ ผิวกายมันซีดเทา เสื้อผ้าบนร่างถูกคมกระบี่กรีดขาดหลายแห่ง ปากแผลแบะอ้าไม่เห็นคราบโลหิตเกาะติดแล้ว

     
" ฟังว่าเจ้าฆ่าคนเพื่อผู้หญิงคนนึง " เซียงกัวกิมฮ้ง
      " ใช่ " เก็งบ้อเมี่ย
     
" เพลงกระบี่ก๊วยซงเอี๊ยง อันดับ 4 เป็นเช่นไร "
     
" ดีมาก เหนือกว่า 7 เจ้าสำนักกระบี่แห่งยุค เสียดายเค้าเปิดจุดอ่อนถึง 3 ครั้ง "
      " เจ้าควรรู้จุดอ่อนเหล่านั้นมันจงใจเปิดเผย "

     
" เพราะอะไร "
     " มันรู้ว่าตัวเองสู้เจ้าไม่ได้จึงทำเช่นนั้น เมื่อลี้คิมฮวงเห็นบาดแผลแล้วจะได้รู้ ท่าไม้ตาย ของเจ้า .. จะไปไหน "
     " ถ้าไปฆ่าลี้คิมฮวงตอนนี้ก็ยังทัน "
     " ข้ารู้เจ้าอยากจะพิสูจน์ฝีมือกับลี้คิมฮวง แต่ว่าตอนนี้เจ้าไปไม่ได้ "
     " เพราะอะไร "
     " เจ้าไปตอนนี้ต้องแพ้แน่ " 
     
" ใครบอก? "
     
" ข้าบอกไงล่ะ เจ้าฆ่าก๊วยซงเอี๊ยงจนสิ้นโหด ส่วนลี้คิมฮวงสุมด้วยเพลิงแค้น จิตสังหารมันเหนือกว่าเจ้า 3 ส่วน บวกกับวันนี้เจ้าไม่เหมือนเมื่อวาน "
     
" ข้ายังเป็นข้า ! "
     
" เมื่อวานเจ้าชนะเพราะ ไร้ น้ำใจ วันนี้เจ้ายอมทำงานให้ผู้หญิงคนนึงนั่นคือ มี น้ำใจ ทั้งตนและกระบี่ย่อมด้อยกว่าวันวาน เก็งบ้อเมี่ยหากเจ้าอยากฆ่าคนก็จงไปฆ่าผู้หญิงที่ทำให้เจ้าหวั่นไหว "

     
" มาครบทุกคนแล้วใช่มั้ย " ลิ้มเซียนยี้เรียกบรรดาผัวน้อยระดมพล พวกมันต่างเขินอายไม่กล้ามองหน้ากันเอง 
      " คร๊าบบบบ "
     
" นี่คือเงินค่าสินค้าที่แม่นางลิ้มขายที่หอนางโลม และ ฝิ่น ทั้งหมด 1 ล้านตำลึง " พ่อบ้านเอ่ย
      " 
จริงสิแม่นางลิ้ม ท่านเรียกพวกเราพี่น้องมานี่มีอะไรให้รับใช้เหรอ "
     
" ลี้คิมฮวงมาหาอาฮุย ข้าให้เก็งบ้อเมี่ยไปฆ่ามัน แต่เค้าฆ่าผิดคน ดังนั้นจึงนัดพวกท่านไปฆ่า ลี้คิมฮวงซะ " 
     
" ไม่จำเป็น เพราะ คนตาย ฆ่า คนเป็น ไม่ได้ " เก็งบ้อเมี่ยโผล่พรวด
      
" เก็งบ้อเมี่ย ท่านมาที่นี่ทำไม "
     
" ข้ามาฆ่าคน "
     
" งั้นก็แปลว่ามาฆ่า เรา น่ะสิ ! " พูดไม่จบคำก็ชะตาขาดตายหมู่เรียบ

     
" ใครให้ท่านมาฆ่าข้า " ลิ้มเซียนยี้ข้องใจเก็งบ้อเมี่ย
      " 
ข้าเอง " เซียงกัวกิมฮ้งปรากฎกาย
      " ทำไมท่านจึงให้เค้ามาฆ่าข้าด้วย "
     
" เพราะมือสังหารของพรรคเหรียญทองไม่อาจมี รัก ได้ " 
     
" อ๋อ ที่แท้ท่านคือ ประมุข เซียงกัวกิมฮ้ง ของพรรคเหรียญทอง ท่านรู้มั้ยข้าฆ่าคนเก่งกว่า เก็งบ้อเมี่ยมากนัก "
     
" เพราะ " 
     
" เก็งบ้อเมี่ยฆ่าคนโดยใช้มีดแต่ข้าไม่ ข้ามีอะไรหลายอย่างที่ เก็งบ้อเมี่ย ไม่มีด้วยล่ะ " ลิ้มเซียนยี้มามุกเดิม,แก้ผ้าอล่างฉ่าง
      เซียงกัวกิมฮ้งหน้ามืดตัณหากลับ วัวแก่กระสันเสียวอยากกินหญ้าอ่อน,เล็มขนอุยตรงหว่างขา 
" มาซี่ มามะ ฮ่า ฮ่า"

โอ้วปุกกุยเย้ยลี้คิมฮวง,หลงกลถูกวางยา

เก็งบ้อเมี่ย     โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งตั้งอยู่ริมถนน บรรยากาศครึกครื้นยิ่ง ทั้งการค้าการละเล่นนานัปการ สารพัดวิธีเรียกแขกสองข้างทาง
      " เชิญครับ เชิญนั่ง ทานอะไรดีครับ " เถ้าแก่กลีกุจอ
     
" อะไรก็ได้ ไม่ทราบว่าพักนี้เจ้าสังเกตเห็นผู้หญิงชุดเขียวมากับผู้ชายสวมชุดสีฟ้าหรือไม่ " ลี้คิมฮวง
      " ข้าไม่เคยสังเกต "
     
" ขอบใจนะ "
      " ไม่เป็นไร "
     
" เสี่ยวเอ้อ ๆ " คนจรจัดเนื้อตัวมอมแมม,เสื้อผ้าที่สวมใส่ขาดวิ่นมีรอยปะชุนหลากสี แลดูคล้ายสมาชิกพรรคกระยาจก 
      " คร๊าบ มาแล้ว โคตรเหม็นเลยว่ะ อ้า รับอะไรดีครับ " 
     
" เนื้อ 1 จาน เหล้า 2 ชั่ง " มันใช้ผ้าเช็ดซอกนิ้วเท้าที่วางพาดโต๊ะ
      " เช็ดบิล กินต่อไม่ไหวโว้ย ! ไม่เคยอาบน้ำมั่งรึไง " ลูกค้าโต๊ะข้างๆเผ่นหนีหมด
     
สักพักมีแขกทะยอยเข้ามาใหม่ หมอดูตาบอด สตรีตาเดียว ชายฉกรรจ์เสื้อฟ้า คนหาบเร่ขายเต้าหู้ " .. เหล้ามาแล้วจ้า เหล้าเลิศรสเชิญซดให้แซ่บ .. น้ำตาลปั้น อยากขายจ้า .. หมอดูแม่นๆ .. "
     
" เฮ้ย ลุกขึ้นซิ " พ่อค้าเร่,หัวโจกเกรี้ยวกราด
     
" เรียกข้าเหรอ " คนจรจัดงง
     
" ใครจะไปเรียกเจ้าไอ้เหม็น คนเสื้อฟ้าโน่น "
     
" ข้ารู้ว่าเจ้ายอมตายเพื่อเงิน เอาไป " คนเสื้อฟ้าที่นั่นหันหลังร่วมโต๊ะลุกขึ้น,โยนเงินให้
      " รู้ได้ไงว่าข้ายอมตายเพื่อเงินน่ะ " คนจรจัดรับไว้ หันมาฟาดไม้เท้าใส่พวกอันธพาล

     
" อาฮุย " ลี้คิมฮวงวิ่งตามอาฮุยออกไปนอกร้าน 
      " ฮะ ฮะ ฮ่า เงินข้า(ลี้คิมฮวงเห็นชายเสื้อสีฟ้าข้างกองฟางจึงตามประกบติด แต่กลายเป็นคนจรจัดอยู่ที่นั่น) เฮ้ย เงินข้านะ คนอะไรอยู่ดีๆก็มาแย่งเงินชาวบ้านเค้า " 
     
" สหาย ข้าไม่คิดแย่งเงินเจ้าหรอกนะ มีเรื่องอยากถามเจ้า เพียงตอบข้าเรื่องนึงแล้วจะคืนเงินให้ทันที "
      " เรื่องเดียวนะ ด๊าย "
     
" สหายของเจ้าที่ใส่ชุดสีฟ้าเค้าอยู่ที่ไหน " 
      " สหาย อ้ะ เค้าไม่ใช่สหายข้า ขอทานอย่างข้ามีสหายที่ไหนเล่า " 
     
" งั้นเมื่อกี้ทำไมเจ้าถึงช่วยเค้า " 
      " เอ ไหนบอกว่าถามแค่เรื่องเดียวไง เดี๋ยวจิ้มเลย " มันใช้พลังดัชนีอรหันต์จู่โจมแต่ลี้คิมฮวงไหวทัน
     
" ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ใช่ขอทานธรรมดาๆแน่ เพราะหากเจ้าเป็นขอทานธรรมดาทำไมเมื่อกี้ข้าตามเจ้าแทบไม่ทัน (พวกหมาหมู่ที่แสร้งต่อสู้กับคนจรจัดโผล่จากที่กำบัง) นี่ต่างหากเพื่อนเจ้า "
     
" ถูกต้อง ความจริงพวกเรารับจ้างคนผู้หนึ่งมาจับเจ้า พวกเรารู้ว่าเจ้ากำลังตามหา อาฮุย อยู่ก็เลย .. " คนเสื้อฟ้าที่ปลอมตัวเป็นอาฮุยก้าวออกมา
     
" ตีบทแตกกันเหลือเกินนะ "
     
" เอ้า ไม่งั้น ลี้คิมฮวง จะหลงกลเรอะ " คนจรจัด
     " ช่าย ๆ อย่ากระนั้นเลย สามัคคีบาทา ลุย ! " ลูกสมุนขานรับ
      " ฮั่นแน่ โซเซแล้ว เป็นไงรู้สึกมึนงงสินะ "
     
" นี่มันเรื่องอะไรกัน " ลี้คิมฮวงสบัดหน้า
      " เจ้าถือเงินของข้าเอาไว้ในมือไม่ใช่เหรอ มันฉาบยาพิษ หมื่นภูเขาพับผ้าห้าร้อยลูก เจ้าจับถูกมันทั้งร่างกายจะไร้กำลัง โยนทิ้งตอนนี้ก็สายเกินไปแล้ว ข้ารู้ว่ามีดบินเจ้าร้ายกาจแค่ไหน ดังนั้นจึงจ้องทำเช่นนี้ "
     
" เจ้าทำอย่างนี้เพื่ออะไรกัน แกเป็นใครกันแน่ "
      " อ๋อ อยากรู้รึ ชาวบ้านเรียกข้าว่า เจ้าบ้าโอ้วผู้งมงายเงินตรา โอ้วปุกกุย รับจ้างหลอกลวงต้มตุ๋นคน ผู้ว่าจ้างข้าก็คือเค้า .. "
     
" เซียงกัวปวย " 
      " เงินอยู่นั่น " เซียงกัวปวยกวักมือเรียกสมุนหาบหีบสมบัติมากองต่อหน้าแก๊ง 18 มงกุฏ
     
" ลี้คิมฮวง เรื่องระหว่างเรายุติเท่านี้ หลังจากนั้นข้าไม่เกี่ยว เรื่องเสียวข้าไม่ชอบ จะฆ่าเค้าก็เร็วหน่อยก่อนยาสลบจะหมดฤทธิ์ เราเตือนท่านแล้วนะ เด็กๆไปได้ "

      " เก็งบ้อเมี่ยบอก พ่อ ว่าจะฆ่าเจ้า นึกไม่ถึงข้าจะเร็วกว่ามัน ในที่สุดข้าจะได้อวดผลงานต่อหน้าท่านพ่อแล้ว " เซียงกัวปวยลำพองใจ
     
" ไม่ คนที่จะฆ่าลี้คิมฮวงได้ก็คือข้า เก็งบ้อเมี่ย " เก็งบ้อเมี่ยแซงคิว
     
" เก็งบ้อเมี่ย นี่เจ้า "
     
" หากว่าเจ้ากล้าแตะลี้คิมฮวงข้าจะฆ่าเจ้า เซียงกัวปวย ข้าได้ประกาศต่อหน้า พ่อ ของเจ้าว่าข้าจะสังหารลี้คิมฮวงเอง "
     
" ไม่ เจ้าก็ฆ่าเค้าไม่ได้ " บุรุษเสื้อฟ้าตัวจริงโผล่
      " อาฮุย "
      " ข้ามาตามหาลิ้มเซียนยี้บังเอิญผ่านมาทางนี้ " 
     
" เจ้าคืออาฮุยผู้โด่งดังงั้นเหรอ " น้ำเสียงเก็งบ้อเมี่ยฟังดูเย้ยหยันอยู่ในที
      " ข้านี่แหละ "
     
" ท่าทางเจ้าเหมือนพวกนักศึกษามากกว่า " มันเหยียดตามอง
      " ในมือนักศึกษาคนนี้ก็มี กระบี่ ด้วย "
     
" อาฮุยอย่้าลงมือนะ เค้าคือเทพดาบซ้าย เก็งบ้อเมี่ย ผู้เลื่องลือ "
      " ต่อให้เก่งกาจแค่ไหนก็ไม่อาจฆ่าลี้คิมฮวงต่อหน้าข้าได้ "

      ระหว่างทั้งคู่งัดเพลง
ดาบโรมรันประชิดตัว เซียงกัวปวยซัดลูกดอกหมายสังหารลี้คิมฮวงทีเผลอก่อนเผ่นหนีพร้อมสมุน อาฮุยใช้สันดาบกันไว้ทัน,ปลายมีดจ่อคอคู่อริ ในทางกลับกันกระบี่ของเก็งบ้อเมี่ยจิ้มถึงลูกกระเดือกอาฮุยแล้ว
      " เจ้าคงไม่ได้สู้กับใครมานาน เมื่อเจอคู่ปรับเช่นข้าไหนเลยจะแบ่งสมาธิไปช่วยใครได้อีก " เก็งบ้อเมี่ยสำทับ
     
" ทำไมไม่ฆ่าข้า " อาฮุยรับสภาพ
     
" เพราะวันตายของเจ้าไม่ใช่วันนี้หรอก เจ้าไม่คู่ควรต่อสู้กับข้า "
     
" ฟังว่าหลายปีมานี้คนที่เก็งบ้อเมี่ยคิดฆ่าไม่เคยรอดมือไปได้ " ลี้คิมฮวงขยับตัว 
     
" ใช่ เพราะหากพวกมันอยากมีชีวิตรอดต้องฆ่าข้าก่อน แต่ในเมื่อข้ายังไม่ตายดังนั้นพวกมันจึงไม่รอด "
     
" เจ้าบอกจะฆ่าข้าลี้คิมฮวง " 
     
" เพราะข้าเกลียดคำว่า มีดบินลี้น้อย ไม่เคยพลาดเป้า 8 คำนี้ "
      คลี่พัดดูตัวอักษร
หน้าหลังเช่นว่า " ยุทธภพก็เช่นนี้ ข้าน่ะเสียใจยิ่งนักว่าข้าทำไมถึงมีชื่อเสียง ฮะ ฮะ ฮ่า "
      ลี้คิมฮวงจับทางเพลงกระบี่เก็งบ้อเมี่ยได้แทบทุกกระบวน สันพัดเหล็กปะทะคมมีดเกิดสะเก็ดไฟกระเซ็น ทั้งคู่หกคะเมนตีลังกาด้วยท่วงท่าพิศดาร พลันจอมยุทธบัณฑิตใช้วิชาตัวเบาท่าเหยี่ยวถลาลมซัดมีดสั้นใส่ลูกกำพร้า 
     
" มีดบินลี้น้อยไม่เคยพลาดเป้าจริงๆ " มือซ้ายเก็งบ้อเมี่ยถูกมีดปักคา
      " 
แต่เจ้าก็กันมันได้ " 
     
" นั่นเพราะเจ้าใช้แรงเพียง 3 ส่วน ไม่งั้นมีดนี้คงทะลุฝ่ามือทิ่มเข้าคอไปแล้ว ทำไมไม่ฆ่าข้าซะ "
     
" ข้อแรก อาจเพราะข้าถูกวางยาสลบเรี่ยวแรงยังไม่ฟื้นคืน ข้อสอง ข้าชดใช้ที่เจ้าไม่ฆ่าอาฮุย "
      
" เจ้าจงฟังข้าให้ดี ข้า เก็งบ้อเมี่ย ไม่ขอรับบุญคุณใคร เพราะข้าไม่ต้องการติดค้างใคร " ตบสันมีดทะลุมือ 
     
" ฝ่ามือเมื่อครู่นี้เท่ากับตัดเอ็นข้อมือตัวเอง " อาฮุย
     
" เทพดาบซ้าย ชาตินี้คงไม่อาจใช้มือซ้ายได้อีกแล้ว " ลี้คิมฮวงสลดใจ

อาฮุย ผิดใจกับ ลี้คิมฮวง เพราะเล่ห์ของลิ้มเซียนยี้กระบี่อาฮุยช้ากว่าเทพดาบซ้ายแต่ลี้คิมฮวงเหนือยิ่งกว่าเซียงกัวกิมฮ้งแย่งชิงจอกเหล้ากับลี้คิมฮวง

 
  next chapter >>

chapters [ 1 ] [ 2 ] [ 3 ] [ 4 ]
Pirachan : พิรฌาน