3.

ลี้คิมฮวง     โรงเตี๊ยมยู่ฮุ้น(เมฆเทียมฟ้า)เป็นโรงเตี๊ยมใหญ่ที่สุด แพงที่สุดในเมือง ขึ้นชื่อว่าเป็นโรงเตี๊ยมละลายทรัพย์ แขกพักอาศัยหากมีเงินทองเหลือเฟือไม่จำเป็นต้องก้าวออกจากประตูก็จะเสพรับความสุขสันต์หรรษา อาหารเลิศรส นักร้องดัง นางคณิกาบริการถึงเตียง เสียงชนแก้วสลับเสียงหัวร่อเจื้อยแจ้วมิเคยหลับไหล
      " เ
ราสองคนไม่ได้ดื่มเหล้าด้วยกันมานาน จริงสิแล้วจู่ๆทำไมเจ้าไปที่นั่นได้ " ลี้คิมฮวง
     
" หลังจากที่ข้ากับ เซียนยี้ ออกจากบ้านดอกเหมยก็พักอยู่ที่โรงเตี๊ยม แต่นึกไม่ถึงเลยวันนึงข้าตื่นขึ้นมาเซียนยี้ ก็หายไป ข้าเที่ยวตามหานางจนมาเจอเจ้า เจ้าไปที่นั่นได้อย่างไร " อาฮุย
      " ประการแรกข้าไปตามหาเจ้า อีกประการนึงข้ารู้ว่าพรรคเหรียญทองอยู่ที่นั่น ข้าอยากจะเจอ เซียงกัวกิมฮ้ง นึกไม่ถึงจะเจอ โอ้วปุกกุย แทน "
     
" นายท่าน .. " เสี่ยวเอ้อยกสำรับกับแกล้มมาบริการ
     " เราไม่ได้สั่งอาหารนี่นา มาได้ไง? "
     
" คุณชายสวมชุดขาวผู้นั้นเลี้ยงเอง ข้าเก็บตังค์เค้ามาแล้วรีบกินเหอะ เดี๋ยวเค้าเอาคืน "
     
" พี่ชายท่านนี้ชื่อแซ่ใด เคยรู้จักข้ามาก่อนหรือไม่? "
     
" ข้าไม่ใช่พี่ของใคร ในยุทธภพหลายคนจำเป็นต้องรู้จักยอดฝีมือ ลี้คิมฮวง เป็นหนึ่งในนั้น "
     
" นามอันสูงส่งของท่านคือ " 
     
" ลื่อหงโซย "
     
" จ้าวทวนเงิน " อาฮุยคราง
     
" ที่แท้ก็คือจอมยุทธลื่อนี่เอง มาดื่มกับเราเถอะ "
     
" ไม่ ขอบคุณ ผู้ที่คู่ควรดื่มสุรากับข้ามีไม่กี่คนหรอก ทั้งร้านนี้มี ลี้คิมฮวง แต่เพียงผู้เดียว เดิมทีก็มีคนนึงแต่เสียดายเค้า ตาย ซะแล้ว (มอง อาฮุย ด้วยหางตา) ยิ่งกว่านั้นเค้าไม่ได้ตายด้วย กระบี่ แต่เค้าตายอยู่บนเตียงผู้หญิง " 
     
" เดี๋ยวอาฮุย ลื่อหงโซย เป็นยอดฝีมืออันดับ 5 อย่าต่อสู้กับเค้าเลย " ลี้คิมฮวงปราม
     
" หากถูกตราหน้าว่าตายทั้งเป็นมิสู้ตายจริงซะดีกว่า อีกอย่างนึง ข้าอยากจะรู้ว่า กระบี่ ของข้า ช้า เพียงใด "

      
อาฮุยตวัดกระบี่ฟาดฟันอย่างบ้าเลือด ลื่อหงโซย ได้แต่ปัดป้อง เพลงทวนมันเหนี่ยวรั้งให้ช้ากว่าอาฮุยหนึ่งจังหวะ และก็ได้ผล ทวนคู่ชีพถูกกระบี่งัดไปอยู่ในมือฝ่ายตรงข้าม
     
" ไม่นึกเลยว่าคนตายแล้วแต่เพลงกระบี่ยังมีชีวิตชีวา " 
      " ต่อไปเจ้าดื่มเหล้ากับใครอย่าลืมทดสอบเพลงกระบี่ก่อนนะ " 
อาฮุยสบัดทวนคืน
     
" เถ้าแก่ค่าเหล้าของสหายผู้นี้ลงบัญชีข้าเอาไว้ " 
     
" ครับท่าน " 
      ความอัปยศอดสู
มลายไป ความเชื่อมั่นหยิ่งผยองเข้ามาแทนที่ ขอเพียงแต่ ชัยชนะ มิได้มุ่งหวังเด็ดชีพผู้ใด

     
เป็นครั้งแรกในชีวิตที่อาฮุยหลับสนิท พักผ่อนด้วยความสบายใจจริงๆ ลี้คิมฮวงค่อยย่องออกจากห้องไปยังลานกว้างหลังโรงเตี๊ยมอีกแห่งหนึ่ง 
     
" ท่านมาแล้วเหรอ " ลื่อหงโซยยืนปักหลักรออยู่
     
" น้ำใจของท่านไม่ขอบคุณได้เช่นไร " 
     
" ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอกนี่เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนกัน ท่านให้ข้าแกล้งแพ้อาฮุยเพื่อสร้างความมั่นใจแต่ท่านก็ต้องทำงานให้ข้าอย่างนึง " 
      " ถูกต้อง "
     
" ข้ายังไม่ได้บอกเลยว่าจะให้ท่านทำอะไร? " 
     
" ดังนั้นท่านจึงสามารถใช้ข้าได้ทุกเรื่อง " 
     
" หากข้าให้ท่าน ฆ่า ข้าล่ะ .. หึ เสียดาย เสียดายที่จ้าวทวนเงินได้ตายไป 10 ปีแล้ว "
     
" แต่ว่าท่าน .. " 
      " หึ ข้าบอกว่าจ้าวทวนเงินตาย แต่ข้า ลื่อหงโซย ยังอยู่ ทั้งนี้เพราะ แป๊ะเฮี่ยวเซ็ง จัดทวนเงินของข้าอยู่อันดับ 5 ถือว่าเป็นการดูหมิ่นข้า ดังนั้น 10 ปีมานี้ข้าจึงซุ่มฝึกใช้อาวุธอื่น ข้าอยากรู้ว่า กระบี่ ใน ทวน เล่มนี้จัดอยู่ในอันดับใด "
     
" ท่านฝึกมา 10 ปีรอข้าอยู่ที่นี่ แกล้งแพ้ให้อาฮุยเพียงต้องการทำแค่นี้เองอย่างงั้นเหรอ " 
     
" ถูกต้อง นั่นคือสิ่งที่ข้าต้องการให้ท่านทำ เชิญ "
     
" เฮอะ ยุทธภพนี้ช่างแปลกยิ่งนัก ล้างแค้นก็สู้ แทนคุณก็ต้องสู้ "
      
" รับมือ " 
      ยามนี้เพลงกระบี่ลื่อหงโซยรวดเร็วกว่าร่ายรำทวนยิ่งนัก ลี้คิมฮวงตั้งรับรอจังหวะอยู่นานจนคู่ปรับชะล่าใจ หารู้ไม่ว่ามีดสั้นบินแหวกอากาศออกมาจากร่องพัดสู่เป้าหมายภายในพริบตาเดียว
      
" พัดกระดาษไม้ของลี้คิมฮวงร้ายกาจนัก " 
     
" ลี้คิมฮวงล่วงเกินแล้ว " 
     
" มีดบินของลี้น้อยไม่พลาดเป้าจริงๆ " ดึงมีดสั้นจากหลังมือข้างที่ใช้ป้องลำคอแล้วหักกระบี่ตนเองทิ้งไปไม่ไยดี " จากนี้ไปท่านจงบอกกับทุกคนว่า ลื่อหงโซย ได้ตายไปแล้วจริงๆ " 
     
" เดี๋ยว อีก 10 ปีท่านจะมาอีกมั้ย "
     
" ชั่วชีวิตคนเราหาได้มี 10 ปีใช้ได้หลายครั้ง 10 ปีที่ ใช้ได้ ของข้า ข้าได้ใช้หมดแล้ว " ลื่อหงโซยคอตกเดินจากไปคล้ายคนไร้วิญญาณ

ประลองฝีมือขั้นต้นแย่งจอกสุราที่พรรคเหรียญทอง

เซียงกัวกิมฮ้ง     
" ข้าตามหาเจ้าแทบแย่ เจ้าไปไหนมา " ลิ้มเซียนยี้โผล่มาถึงห้องในโรงเตี๊ยมราวล่องหน
     
" เอ๊ะ เจ้ารู้ได้ไงว่าข้าอยู่นี่ " อาฮุยตะลึง 
     
" ข้ารู้ว่าเมื่อวานท่านประมือกับ ลื่อหงโซย จึงตามมาถูก "
      " 
ลิ้มเซียนยี้นี่เจ้าจะพาเค้าไปอีกเหรอ " ลี้คิมฮวงปราม
      
" ลี้คิมฮวงเค้าไปกับข้าหรือจะไปกับท่านน่ะ " 
     
" อาฮุยครั้งนี้ข้าเที่ยวตามหาเจ้าไปทั่วนะ ยุทธภพมีงานนึงรอเราไปจัดการ "
      " เรื่องอะไรเหรอ "
     
" ตอนนี้พรรคเหรียญทองเรืองอำนาจสร้างความเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า เซียงกัวกิมฮ้งคิดยึดครองยุทธภพ เรื่องนี้ .. "
      
" เอ๊ะ ข้าพูดถูกใช่มั้ยที่เค้าตามหาท่านก็เพื่อหลอกใช้ "
     
" ลิ้มเซียนยี้พอทีเหอะ เจ้าปล่อยอาฮุยไปได้มั้ยหรือว่าเจ้าต้องทำลายเค้าให้ย่อยยับเสียก่อนจึงยอมปล่อย หรือจะให้ข้าบอก ความจริง ให้เค้ารู้เสียก่อน ! "
     
" นี่ " ลิ้มเซียนยี้เงื้อฝ่ามือจะตบหน้าลี้คิมฮวงแต่เขายึดมือทัน
      " หยุดนะ ! ถึงตอนนี้เรายังเป็นเพื่อนกันอยู่ หากว่าเจ้าทำร้ายเซียนยี้เราจะไม่เป็นเพื่อนกันอีกต่อไป .. "อาฮุยยื่นคำขาด
     
" อาฮุยหลายปีมานี้เจ้าไม่รู้หรือว่าโดนนางหลอก นางคือคนที่ ลื่อหงโซย ประณามว่าไม่คู่ควรรักใคร "
     
" หุบปาก เพราะคำพูดนี้เจ้าไม่เห็นหรือไงว่า ลื่อหงโซย เจออะไรบ้าง มาวันนี้ข้าไม่อยากให้ประโยคนี้ทำให้ข้าต่อสู้กับเจ้า " 
      " ข้ารู้แต่แรกแล้วว่านางจะเป็นผู้นำความทุกข์มาสู่เจ้า " 
     
" เจ้ารู้ได้ยังไงว่าข้ากำลัง สุข หรือว่า ทุกข์ จะว่าไปเจ้าเคยทำให้ใครมีความสุขบ้าง อย่าลืมสิที่สวนหลังบ้านของเจ้ายังมีผู้หนึ่งที่ทุกข์ระทมเดียวดายกว่าเจ้า " อาฮุยต่อว่าเช่นนี้ทำให้ลี้คิมฮวงถึงขั้นกระอักเลือด
     
" ลี้คิมฮวง ข้าพา อาฮุย ไปได้ใช่มั้ย " 
      " พวกเราจะไปไหนกัน "
 
      " ข้าจะพาท่านไปพบคนผู้นึง "

      ณ พรรคเหรียญทอง มีห้องโถงกว้างใหญ่ราวท้องพระโรง
     
" เค้าคือ อาฮุย เหรอ " เซียงกัวกิมฮ้งนั่งบัลลังก์วางมาดปานฮ่องเต้
      " ถูกต้อง เค้าคือ อาฮุย ผู้ถูกกล่าวขานคู่กับ ลี้คิมฮวง " ลิ้มเซียนยี้หน้าบาน
     
" ไหนเจ้าบอกว่าจะถอนตัวจากยุทธภพไงล่ะ " อาฮุยตัดพ้อคนรัก
      " เอ๋ เราอยู่ที่พรรคเหรียญทองปลอดภัยกว่าที่อื่นนะ ก่อนนี้เราอยู่ที่ใด ลี้คิมฮวง ก็หาเจอ "
     
" แต่นี่ ลี้คิมฮวงบอกว่า .. "
      " เฮ่ย ท่านยังเชื่อเค้าอีกเหรอ "
     
" อาฮุย พรรคเหรียญทองข้าใหญ่สุดในยุทธภพ เจ้าได้มาอยู่ด้วยยังคิดอะไรอีกเหรอ "
      " ท่านวางใจเถอะข้าไปไหนเค้าก็ไปที่นั่น อย่าว่าแต่เค้ามาที่นี่เพื่อเป็น รองประมุข พรรคเหรียญทองเลย "
      คำว่า รองประมุข
 สะกิดใจดำเซียงกัวกิมฮ้ง มันเดินออกมานอกห้องโถง ชายตามอง เก็งบ้อเมี่ย ซึ่งยืนนิ่งราวองครักษ์เฝ้าประตู " ข้าไม่อาจให้คนจับดาบไม่ได้มายืนอยู่ข้างกายข้า พรรคเหรียญทองมิอาจให้ คนพิการ ดูแลได้ "
     
กลับเข้ามาโอ๋บริวารใหม่ " อาฮุยในเมื่อเจ้าเป็นคนของพรรคเราแล้วจากนี้เราก็เป็นคนกันเอง "

     
" ยังไม่ทันสว่างหรือนี่ เซียนยี้ ๆ ๆ " อาฮุยเผลอตื่นขึ้นกลางดึก เดินงัวเงียจากเรือนพักรับรอง ตามเสียงหัวร่อต่อกระซิกสลับเสียงครางกระเส่าแว่วมา แสงไฟสลัวตัดเงาขย่มกันวูบวาบ ณ ที่รโหฐาน มันมองผ่านผนังกระดาษเห็นภาพบาดตาจึงเตะประตูเปิดโครม
     
" นี่เจ้าเข้าห้องคนอื่นไม่เคย เคาะ ประตูเลยหรือไง " เซียงกัวกิมฮ้งรีบใส่ชุดคลุมขณะลิ้มเซียนยี้ฉวยผ้าห่มทาบทับร่างเปลือยเปล่า
     
" คืนเซียนยี้ให้ข้านะ " อาฮุยบันดาลโทสะ เหวี่ยงหมัดซ้ายขวาใส่เฒ่าบ้าตัณหาแต่จั่วลม ครั้นดึงกระบี่ไล่แทงกลับหลุดไปอยู่ในมือปรปักษ์
     
" คนเค้าพูดกันว่า อาฮุย เป็นจอมยุทธผู้ยิ่งใหญ่ แท้ที่จริงก็เป็นพวก สวะ ที่เห็น ผู้หญิง มีค่ากว่าชีวิต (ตบสั่งสอนอาฮุยล้มกลิ้ง กระชากคอเสื้อดึงร่างขึ้นมา) เจ้าอยากได้ผู้หญิงเหรอ ได้ ตามข้ามา เข้าไปนี่คือฮาเร็ม ,แหล่งมอมเมาผู้คนในพรรคเรา เจ้าอยากได้ผู้หญิงใช่มั้ย ที่นี่มีเพียบ คนนี้น่ารักมั้ย นี่ก็สาวซิงๆ ไม่ชอบเหรอ คนนี้อายุมากหน่อยแต่ลีลาสุดยอดนา " 
      " ไม่นะ ไม่ ไสหัวออกไป "

      " ยังมีอีกนะ ไม่กล้าเหรอ กินเหล้าย้อมใจ เอา เอ้า กิน เมามายแล้วค่อยกล้าตีหม้อ ดื่มเข้าไป "

      " เซียนยี้ ๆ ๆ "

     
" เจ้านัดข้าออกมาทำไม " เก็งบ้อเมี่ย
      " เพราะเจ้าเคยนัดข้าพิสูจน์ความเป็น-ตายที่นี่ " เซียงกัวปวย
     
" ดังนั้นเจ้าจึงนัดข้ามาสู้กันอีกครั้งนึงงั้นเหรอ " 
     
" ถูกต้อง เจ้าไม่เพียงแย่ง พ่อ ข้าไป ซ้ำยังแย่งชิง ตำแหน่ง ในพรรค นับตั้งแต่เจ้ามาทุกอย่างที่เคยเป็นของข้าก็กลายเป็นของเจ้า " 
     
" ตอนนั้นทำไมไม่ฆ่าข้า " 
     
" มือซ้ายเจ้ายังไม่พิการ มันยังมีประโยชน์ให้ใช้ ตอนนั้นเจ้าเป็นเหมือนดาบของพ่อข้า แต่ตอนนี้เจ้าไม่ต่างอะไรกับเศษเหล็กแล้ว เจ้าจะเป็นหรือตายไม่มีความหมายต่อพ่อข้าอีก "
     
" ถูกต้อง บัดนี้ชีวิตข้าไม่มีความหมายต่อพวกเจ้าพ่อลูก "
      
" ดังนั้น ณ เวลานี้ข้าจึง ฆ่า เจ้าได้ไง "
     
" เสียดายมีอยู่เรื่องนึงที่เจ้าไม่รู้ " 
     
" เรื่องอะไรวะ? "
      " เรื่องที่คนมีชีวิตไม่อาจรู้ได้ "
     
" เฮอะ ๆ ตอนนี้ข้าก็ยังไม่ตายนี่ เจ้าจะบอกข้าหาหอกทำไม? "
     
" แต่อีกไม่นานเจ้าก็จะตาย "
      " ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้า
จะบ้าเหรอ ก๊าก จะใช้อะไรฆ่าข้าล่ะ เอาหัวชนกันรึไง รึว่าใช้ปากกัด? "
     
" ไม่ ใช้ มือขวา ของข้า (สบัดเสื้อคลุมออก) นี่คือ ชื่อ เหยื่อที่ตายไป 137 คน สิบปีมานี้ข้าไม่เคยใช้มือขวา รังสีฆ่าฟันมันแรงเกินไป จนไม่มีที่จะเขียนชื่อใครเพิ่มได้อีก (แกะสายรัดข้อมือ - ริสต์แบนด์ ออก) แต่ข้าพบว่ายังมีที่ว่างอยู่อีกแห่งนึงตรงนี้ สามารถเขียนชื่อเจ้าลงไปได้ไง ฮึ่ย "
     " มะ มือขวาเจ้า "
     " มือขวาข้าคือสภาวะที่ คนเป็น ไม่อาจรู้ได้ "

     " ผิดหวังมากกว่าสมหวัง ใช้สราดับทุกข์อีกครา เฮ่อๆ อา ลี้คิมฮวง ๆ ชั่วชีวิตนี้เจ้าได้ทำอะไรบ้าง เฮอะๆ " ลี้คิมฮวงกลายเป็นปีศาจสราอีกครั้ง
     " ดูเหมือนคืนนี้เจ้าจะดื่มมากเกินไปแล้ว เสียดายแม้เมามายก็ไม่อาจจะลืมทุกข์ได้ "
     " เก็งบ้อเมี่ย เจ้าได้กลิ่นหอมของสุราจึงมาช่วยดื่ม? " ลี้คิมฮวงทักทายคู่ปรับเก่า
     
" เปล่า ข้าจะมาบอกเจ้าว่า มีคนดื่มหนักกว่าเจ้า น่าสงสารกว่าเจ้าอยู่อีกคน "
      
" ใคร? " 
     
" อาฮุย "
ลี้คิมฮวงไปตามนัดไม่หวั่นว่าอีกฝ่ายจะมากกว่า

ลิ้มเซียนยี้ทำให้อาฮุยสำนึก,มีสติ     
เซียงกัวกิมฮ้งเปิดที่ทำการพรรค จัดงานเลี้ยงโต๊ะระดมเงินจากนายทุน,คหบดี 
     
" ใต้เท้าทั้งสอง เชิญ " ประมุขพรรคเหรียญทองยกจอกสุราคารวะ 
      " ท่านประมุข เชิญ " เหล่าสมาชิกกิตติมศักดิ์แซ่ซ้อง
     
" เหล้า เหล้าอยู่ไหน อา .. " อาฮุยคลานลงจากเตียง " เอาเหล้าไปไหน? " 
      " 
เหล้าน่ะเหรอ เจ้าอยากกินเหล้าใช่มั้ย เอาไป " แม่เล้าแย่งไหเหล้าจากพื้นยกขึ้นแล้วฟาดแตกโพละ กระหรี่ใหญ่น้อยหัวเราะชอบใจ 
     
อาฮุยโซซัดโซเซเข้ามาในห้องโถง " เหล้า เหล้า .. "
     
เซียงกัวกิมฮ้งดึงจอกสุราออกจากปากอาฮุย " เหล้านี้สำหรับ คน ดื่ม ไม่ใช่เจ้า อยากกินเหล้าก็ไปซื้อข้างนอก (โยนเงินลงพื้นห่างๆ) ไปซี่ ! "
      
อาฮุยถูกเหวี่ยงร่าง,คลานตามพื้นมือไม้สั่นขณะจะเก็บเงิน อาคันตุกะไม่ได้รับเชิญเหยียบแขนเขาไว้
     
" ลี้คิมฮวง " เซียงกัวกิมฮ้งเบิ่งตา
     
" เหล้าที่นี่รสดีกว่าข้างนอก ถ้าเจ้าอยากกินข้าจะไปรินให้ " ลี้คิมฮวงเดินไปฉวยจอกสุราบนโต๊ะมาอย่างไม่สะทกสะท้าน " เจ้าเริ่มดื่มเหล้าตั้งแต่เมื่อไหร่กันนี่ "
     
" ใช่ว่าข้าอยากดื่ม ข้าไม่อาจไม่ดื่ม ดื่มแล้วไม่อาจไม่เมา "
      " 
คนเราบางครั้งไม่อาจไม่เมามาย แต่พอสร่างเมาแล้วทรมานกว่าขณะเมามากนัก เจ้าอยากดื่มก็ดื่มเถอะ "
      อาฮุยปัดจอกสุรากระเซ็น วิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงด้วยความคลุ้มคลั่ง
     
" ลี้คิมฮวงหากคิดจะไปก็ไม่ควรมา เมื่อมาแล้วไยจึงจะไปอีก " เซียงกัวกิมฮ้งรู้สึกเสียหน้า
     
" ใช่ เมื่อมาแล้วไยจึงต้องไปอีกเพราะถึงอย่างไรเจ้าต้องไปเสาะหาข้าอยู่ดี " 
     
" อืมม์ มีดเจ้าล่ะ? " 
      ลี้คิมฮวงคีบมีดสั้นเงาวับออกมา "
 ห่วงของท่านล่ะ? "
      " ฮ่า ฮ่า
 ฮ่า 10 ปีมาแล้วที่ข้าเลิกใช้ห่วง "
      " นับถือ นับถือ ยอดเยี่ยมมากไร้ห่วงไร้ร่าง ไร้ร่องรอยให้ตามหา มิน่า ห่วงหงส์มังกร จึงอยู่อันดับ 2 "
      " มิกล้ารับ ลี้คิมฮวง จอมยุทธอันดับ 3 เจ้าเกิดในตระกูลบัณฑิตอันสูงส่งเหตุไฉนจึงลดตัวมาเกลือกกลั้วในยุทธภพ " 
     
" ข้าไปจากยุทธภพ แต่ยุทธภพไม่ยอมไปจากข้า " กระแอมไอเบาๆ
      " ช่างกล่าวได้กินใจยิ่ง ฮะ ฮะ ฮ่า มาข้าขอดื่มให้ท่านจอกนึง " 
     
" ขอบคุณ " 
      " เชิญ เอ๋ " เซียงกัวกิมฮ้งลีลาเยอะจัด แทนที่จะให้ ลี้คิมฮวง ดื่มเหล้าในจอกตามธรรมเนียมกลับคิดทดสอบฝีมือ " ลี้คิมฮวงในจอกไม่มีเหล้า อยากดื่มก็ขึ้นมาเอา "
     
ทั้งคู่โจมตีด้วยพลังฝ่ามือ ขณะเดียวกันก็พยายามแย่งจอกไม่ให้เหล้าหก ลี้คิมฮวง ฉวยจอกได้แต่เซียงกัวกิมฮ้งรินเหล้าคืนกลับกาแล้ว " อึ้ม เหล้าชั้นเลิศ ลี้คิมฮวง จอกเหล้าอยู่นี่ เชิญ "
      " ได้เลย " ลี้คิมฮวงตีลังกาขึ้นไปบนโต๊ะ
     
" อยู่นี่ เดี๋ยวใจเย็น " 
      ในที่สุด ลี้คิมฮวง กางพัดรับ กาเหล้า เหาะไปยืนบนบัลลังก์รินน้ำเมาลง จอก ดื่มสบายอารมณ์ " ขอบคุณที่ออมมือให้ ข้าอยากลองลิ้มรสเหล้านี้มานานแล้ว " 
      " เจ้า..! " 
เซียงกัวกิมฮ้งเดือดดาล

     
" มีของมาส่ง ๆ " คนจรจัดเดินนำลูกหาบ
      
" เจ้าเป็นใคร " เซียงกัวกิมฮ้งเขม่น
     
" ข้าคือ โอ้วปุกกุย อาชีพค้าขายคน ลี้คิมฮวงรู้จักข้าดี วันนี้ข้ามีของชิ้นนึงมาขายให้ท่าน " 
     
" ของอะไร? "
      " ข้าเป็นพ่อค้าคนก็ต้องเป็นคน แต่เป็น คนตาย เหอๆ "
     
" ว่าไงนะ " 
      สมุนพรรคเหรียญทองกรูกันเข้ามาต่อสู้กับคนจรจัดได้ไม่กี่เพลง เซียงกัวกิมฮ้ง รีบห้ามทัพ " หยุด..! เอาเงินพันตำลึงมา "
     
" ครับท่าน " 
      " ต้อง 2 พัน " โอ้วปุกกุยเล่นแง่
     
" อ้าว เพราะอะไร " 
      " ท่านต้องอยากรู้ชื่อ ฆาตกร ว่าเป็นไผ "
     
" ได้ 2 พัน " เซียงกัวกิมฮ้งชู 2 นิ้ว "
      " ใจปล้ำดี " โอ้วปุกกุยดึงเสื่อคลุมศพออก เซียงกัวกิมฮ้งเห็นใบหน้า,ร่างที่ไร้วิญญาณนั้นจะๆถึงกับตกตะลึง 
      เช่นเดียวกับลี้คิมฮวง 
" เซียงกัวปวย "
     
" ใครฆ่าเค้า ใครฆ่าลูกข้า รีบบอกมานะใครฆ่าลูกกู ! "
      โอ้วปุกกุยรีบขนหีบใส่เงิน พอถูกกระชากคอก็ชะงัก,หันหน้าไปยังแขกไม่ได้รับเชิญ 
" เค้าไง " 
     
" เก็งบ้อเมี่ย เหรอ "
     " ถูกต้องแล้ว ข้าเป็นคนฆ่า เซียงกัวปวย "
      " เอ็งไปฆ่ามัน ข้าให้หมื่นตำลึง ข้าให้หมื่นตำลึง !! " รั้งแขนโอ้วปุกกุย,มือชี้หน้าเก็งบ้อเมี่ย
     
" ช้าก่อน ข้าโอ้วปุกกุยยังมีอายุยืนเพราะข้ารู้ว่า เงินก้อนไหนควรรับ เงินก้อนไหนไม่ควรรับ บางครั้งถึงจะกองพะเนินอยู่ตรงหน้าก็ไม่ควรรับ เพราะคนตายแล้วใช้เงินบ่ได้ ลาก่อน .. ข้าเห็นว่าท่านใจถึง ข้าเลยแถม ข่าว ให้เปล่าๆเรื่องนึง เค้าใช้มือขวาฆ่าลูกชายท่าน นี่ไงล่ะ (กระชากผ้าคลุมแขนขวาเก็งบ้อเมี่ยออก) เฉลยแล้วข้าไปล่ะ ..! "
      " เจ้ามีแขนขวา " เซียงกัวกิมฮ้งจ้องอวัยวะนั้นราวกับไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต " เจ้ามีปัญญาฆ่าคนได้เหรอ "
     
" ใช่ ซ้ำร้ายกาจกว่ามือซ้ายอีก แต่หากท่านจะล้างแค้นให้ลูกชายจะมือข้างไหนข้าก็ไม่ใช้ " เก็งบ้อเมี่ยยืนนิ่งสนิท
      " ข้าเลี้ยงดูเจ้าแต่เล็ก ให้เจ้าฝึกวิชา เมื่อใดที่ข้าไม่เคยเห็นเจ้าเป็นลูกชายข้าบ้าง หา "
     
" ท่านไม่ได้ยินรึไง ข้าบอกว่าข้าฆ่าเซียงกัวปวย ลูกชาย ท่าน "
      " เจ้าว่าไอ้ที่นอนตายอยู่บนพื้นคือลูกชายข้าเหรอ มิใช่ มันเป็นแค่ ศพ ไม่อาจช่วยข้ายึดครองยุทธภพ ไม่อาจจับกระบี่ ข้าจะเอาไว้ทำไม ในตัวมันมีเลือดข้าแต่ตอนนี้เลือดในตัวมันแห้งเหือด ข้ากับมันไม่ได้เกี่ยวข้องกันอีก เก็งบ้อเมี่ยตอนนี้เจ้าคือลูกชายข้า ต่อไปพรรคเหรียญทองเป็นของเราพ่อลูก " 
     
" เก็งบ้อเมี่ย เจ้าเชื่อเค้าเถอะ ยุทธภพก็เป็นเช่นนี้ ใครใช้ได้ก็เป็นลูกชายตัวเอง ข้าพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมนอกเมือง กำหนดเวลาสถานที่ได้เมื่อไหร่ก็ค่อยไปบอกให้ข้ารู้ก็แล้วกัน " ลี้คิมฮวงรีบอำลาเพราะสะอิดสะเอียนเต็มที

เซียงกัวกิมฮ้งแย่งชิงจอกเหล้ากับลี้คิมฮวงลี้คิมฮวงไม่ประสงค์จะเอาชีวิตเทพดาบซ้ายอาฮุย ผิดใจกับ ลี้คิมฮวง เพราะเล่ห์ของลิ้มเซียนยี้

 
  next chapter >>  

chapters [ 1 ] [ 2 ] [ 3 ] [ 4 ]
Pirachan : พิรฌาน