ดิสทริคท์ ไนน์ ยึดแผ่นดิน เปลี่ยนพันธุ์มนุษย์
1.

     นี่คือหนังไซไฟจากดินแดนกาฬทวีปที่มีดีพอจะติดอันดับทำเงินในบ็อกซ์ จากฝีมือกำกับของ นีลล์ บลอมแคมป์,ชาวแคนาดาซึ่งไปเติบโตในแอฟริกาใต้ คงไม่แปลกอะไรที่เขาจะเลือกโลเกชั่นบ้านเกิดคือเมือง โยฮันเนสเบิร์ก เป็นศูนย์กลางของเรื่องราวพิลึกพิลั่น เมื่อยานยู.เอฟ.โอ.บินมาจอดแน่นิ่งเหนือน่านฟ้า(เลียนแบบ ID4) เจ้าหน้าที่ส่งฮ.บุกขึ้นไปสำรวจพบเอเลี่ยนในนั้นอยู่ในสภาพอ่อนแอ เจ็บป่วย และ ขาดอาหาร จึงลำเลียงพวกมันลงไปปึกหลักชั่วคราว ณ พื้นที่ ดิสทริคท์ ไนน์ โดยหลักมนุษยธรรม

     ยิ่งอยู่นานเกิน 20 ปี ปัญหากระทบกระทั่งระหว่างผู้ลี้ภัยต่างดาวราว 1.8 ล้านตัว กับ ประชากรเจ้าถิ่นในเมืองหลวงเกือบ 10 ล้านคนย่อมเกิดขึ้นเป็นธรรมดา ทั้งปล้นจี้เข่นฆ่ากัน ถึงแม้จะมีองค์กรนานาชาติ และ เอกชน เอ็ม.เอ็น.ยู.(เบื้องหลังผลิตอาวุธไฮเทค) จัดตั้งขึ้นมาดูแล จำกัดขอบเขตเอเลี่ยนอยู่ในค่ายกักกัน และ วางแผนอพยพพวกมันไปตั้งรกรากอยู่ในพื้นที่ใหม่ห่างจากตัวเมือง 200 กม.

     ใครเคยดูหนังเอเลี่ยนของ สตีเว่น สปีลเบิร์ก ย่อมรู้สึกทึ่งในสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญา แต่เอเลี่ยนในเรื่องนี้ช่างน่าสมเพชเวทนา ภายใต้โครงสร้างเหมือนแมลงตัวเบ้อเริ่ม เอวคอด แขนขายาวเก้งก้างแต่ไร้เรี่ยวแรง ตกอับถึงขั้นแย่งอาหารแมวกิน สาเหตุเพราะขาดของเหลวทรงอานุภาพที่จะเติมพลังยานแม่ และ สามารถใช้อาวุธอย่างมีประสิทธิภาพ

     หนังบอกเล่าประเด็นขัดแย้งทางการเมือง ลัทธิเหยียดผิว-การแบ่งแยกชนชั้น กลุ่มอิทธิพลมืด แก๊งอาชญากรรม ท่ามกลางบรรยากาศดิบเถื่อนสมจริงของสลัมในแอฟริกาใต้ ผ่านตัวละคร วิกัส ฟาน เดอ เมอร์วี (ชาร์ลโต้ ค็อปลี่ย์) หัวหน้าสำมะโนประชากรเอเลี่ยนของ เอ็ม.เอ็น.ยู. เขาและเจ้าหน้าที่นำหมายจับ(ไล่ที่) อ่ะ ใบแจ้งความจำนงค์อพยพสู่ชุมชนใหม่ไปส่งถึงตัวเอเลี่ยนแบบเคาะประตูสังกะสีบ้าน ตัวต่อตัว โดยมี คูบัส เวนเตอร์ (เดวิด เจมส์)หัวหน้าหน่วยคอมมานโดคอยคุ้มครองความปลอดภัย

วิกัสถูกแก๊งไนจีเรียทึ้งร่าง

     วิกัสพบเอเลี่ยน คริสโตเฟอร์ จอห์นสัน(เจสัน โค้ป),พ่อกุ้ง ชอบสวมเสื้อวินมอไซค์สีแดง กับ ลิตเติ้ล ซี.เจ.,ลูกกุ้ง และเพื่อนหัวรุนแรงที่ไม่ยินยอมย้ายบ้าน วิกัสบุกเข้าไปตรวจค้นคลังแสงพบอาวุธปืนเลเซ่อร์ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์เก่าๆ ห้องทดลองทางเคมี บังเอิญเขาเก็บกระบอกบรรจุของเหลวสำคัญที่คริสโตเฟอร์เพิ่งผสมสำเร็จในรอบหลายสิบปี จะนำไปพิสูจน์ในแล็ปเอ็ม.เอ็น.ยู. เขาพลาดท่าติดเชื้อไวรัสเอเลี่ยน ป่วยหนัก และแขนข้างหนึ่งงอกปล้องนิ้วประหลาดออกมา ร่างกายวิกัสมีค่าต่อเอ็ม.เอ็น.ยู. ทำให้เขาหนีตายไปกบดานใน ดิสทริคท์ ไนน์ ซะเลย

     วิบากกรรมยังไม่หมดสิ้น คริสโตเฟอร์บอกวิธีรักษาเชื้อไวรัสทำให้ร่างกายเป็นมนุษย์ปกติ วิกัสต้องกลับไปเอาเชื้อเพลิงเหลวที่ห้องแล็ปเอ็ม.เอ็น.ยู. วิกัสตรงไปซื้อปืนแสงเลเซ่อร์ต่อจาก โอเบซานโจ,หัวหน้าแก๊งมาเฟียไนจีเรีย ซึ่งผูกขาดอาหารแมว อาวุธสงคราม และ โสเภณีข้ามสายพันธุ์ มันเห็นแขนกั้งของเขาจนได้ ความลับครึ่งคนครึ่งเอเลี่ยนถูกเปิดเผย ไอ้มืดใจวิปริตเกิดอยากกินเนื้อวิกัสเสริมพลัง นั่นทำให้นิ้วดี.เอ็น.เอ.เอเลี่ยนสามารถเหนี่ยวไกปืนลำแสงเลเซ่อร์ และ สวมร่างเข้ากับชุดเกราะหุ่นยนต์สังหารพวกด้อยพัฒนาตายห่าหมด เรื่องราวต่อจากนี้จึงลุ้นระทึกไปจนถึงตอนจบ

     ผู้ชมได้สัมผัสบทภาพยนตร์เขียนโดย นีลล์ บลอมแคมป์ กับ เทอร์ริ แทตเชลล์ ทั้งหมดนี้ผ่านภาพสื่อหลายมิติ ทั้งภาพขาวดำ-ทีวีวงจรปิดพลเรือน วิดีโอของเอ็ม.เอ็น.ยู. ภาพข่าวทีวี และ จากเทคนิคการกำกับภาพของ เทร็นต์ โอพาลอช นำเสนอแบบสดๆไม่แต่งเติม ดาราแสดงนำอย่าง ชาร์ลโต้ ค็อปลี่ย์ ในบทวิกัสคือมนุษย์ที่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากหันไปเข้าข้างปรปักษ์ แคแร็กเตอร์ตัวละครเสริม และ กลุ่มผู้ร้าย ทำให้เรื่องดำเนินไปอย่างมีเอกภาพ สอดคล้องกับสเปเชี่ยลเอฟเฟ็กต์ที่ไม่ใช้พร่ำเพรื่อ

     หนังอาจสร้างความสับสนเล็กน้อย ดูไม่สมเหตุผลช่วงท้าย เมื่อใครต่อใครต้องการฆ่าวิกัสทั้งๆที่จับเป็นเพื่อผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์น่าจะคุ้มค่ากว่า ภายใต้แผนปฏิบัติการ 74 ชม.(หลังวิกัสติดเชื้อ)ที่ตื่นเต้น น่าติดตามสไตล์หนังสารคดี มีดนตรีประกอบของ คลินตัน ช็อตเตอร์ เป็นแรงหนุน ดริสทริคท์ ไนน์  จึงเป็นหนังที่สร้างได้ฉลาดหลักแหลม ตลกร้าย ดราม่าล้ำลึก และ เสียดสีสังคมโคตรสะใจ

 

     *เรียบเรียงใหม่และดัดแปลงจากบทวิจารณ์ของ เคิร์ค ฮันนี่คัตต์ /ฮอลลีวู้ด รีพอร์ตเตอร์ นิตยสารเอนเตอร์เทน ฉบับที่ 1047 ปักษ์แรก กันยายน 2552


Pirachan : พิรฌาน