The Killing Fiends : ทุ่งสังหาร
1.
กัมพูชา จอห์น สเวน,ซิดนี่ย์ แชนเบิร์ก,ดิธ ปราน

     กัมพูชาในสายตาชาวตะวันตกมันคือแดนสวรรค์ เป็นอีกโลกที่ลี้ลับ แต่เมื่อสงครามเวียดนามปะทุขึ้นบริเวณชายแดน แถบนั้นลุกเป็นไฟและขยายวงถึงเขมร
     ปี 1973 ผมมาทำข่าวสงครามนี้ในนามผู้สื่อข่าวต่างประเทศของสำนักพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ ในตอนนั้นบ้านเมืองลุกโชนด้วยไฟสงครามระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับกองโจรเขมรแดง  
     ผมพบ ดิธ ปราน ผู้เป็นทั้งไกด์และล่ามส่วนตัว เขามีอิทธิพลต่อ ชีวิต และ ทัศนคติ ของผม ณ ประเทศที่สอนให้ผมรู้จัก รัก และ สงสาร ในชะตากรรมผู้อื่น

     นี่คือคลื่นเสียงอเมริกาประจำอเชียอาคเนย์ 6.45 น. วันนี้อากาศค่อนข้างมีเมฆมาก คงเหมือนกับที่วอชิงตันเพราะประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน เพิ่งประกาศว่าจะออกแถลงการณ์เกี่ยวกับคดีวอเตอร์เกทในอีก 2-3 วัน สุนทรพจน์ครั้งนี้ถือเป็นการแสดงความคิดเห็นครั้งแรกของนิกสันตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 
     ทำเนียบขาวคงกลายเป็นอัมพาตกันไปหมด และอาจทำให้เกิดการเผชิญหน้ารุนแรง ส่งผลต่อสถาบันรัฐธรรมนูญวิกฤต โดยเฉพาะแผนกสืบสวนของวุฒิสภา และ อัยการพิเศษที่ดูแลอยู่
     สุนทรพจน์นี้มีขึ้นหลังจากการปิดหีบสำรวจของกัลล็อบโพล ซึ่งคะแนนนิยมของนิกสันดิ่งลง และ ต่ำสุดเมื่อเทียบกับประธานาธิบดีสหรัฐท่านอื่นๆ ผู้พิพากษาศาลสูง วิลเลี่ยม โอดักลาส ตัดสินไม่เห็นด้วยกับคำอุธรณ์ของฝ่ายบริหารที่ต้องการให้รัฐสภาคงคำสั่งให้มีการทิ้งระเบิดในกัมพูชาต่อไป
     ฝ่ายรัฐสภาลงมติว่า การทิ้งระเบิดขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ และ เห็นควรหยุดปฏิบัติการดังกล่าวภายในหนึ่งสัปดาห์คือวันที่ 15 สิงหาคม ทันที

 
    ปรานเดินวนเวียนในอาคารที่พักผู้โดยสาร รอรับซิดนี่ย์ที่สนามบินโปเช็งตง เริ่มกระวนกระวายใจเพราะลูกพี่ไม่มาถึงสักที เขาเห็นทหารรักษาการณ์เร่งรีบออกไป พร้อมกับรถพยาบาลวิ่งเปิดไซเรนแล่นผ่าน จึงผุดลุกขึ้นวิ่งไปหา สะรุน ที่นั่งสูบบุหรี่เปิดประตูรถอ้ารออยู่ในรถเบ็นซ์  
     " ไปเร็ว ไปโรงพยาบาล เร็วเข้า "
     ปรานสั่งคนขับรถ เขาสังหรณ์ใจว่าจะเกิดเหตุร้ายที่โรงพยาบาลเพรี๊ยะเกศมีเลีย ขบวนเฮลิค็อปเตอร์ฮูอี้ย์ขนาด 2,700 แรงม้ากำลังร่อนลงจอดเขตหวงห้ามของทหาร

     " ท่านผู้โดยสารโปรดทราบ กัมพูชาแอร์ไลน์ต้องขออภัยที่เกิดความล่าช้ากับเที่ยวบิน 125 จากกรุงเทพ เนื่องจากทัศนวิสัยไม่ดี ขอบคุณค่ะ ๆ " เสียงพนักงานจากหอบังคับการบินดังจากลำโพงสะท้อนก้อง
     ซิดนี่ย์ แชนเบิร์ก รับพาสปอร์ตคืนภายหลังประทับตราที่เคาน์เตอร์ เขาเหลียวมองหาปรานแต่ไม่พบ
     " ลูกพี่แท็กซี่ไหมฮะ แท็กซี่ไหม ไปแท็กซี่ไหมฮะ " เด็กน้อยส่งเสียงเจื้อยแจ้วเรียกแขก
     " ก็ได้ ไปเลย " ซิดนี่ย์อดทนรอคอยต่อไปไม่ไหว
     เมื่อมาถึงโรงแรมพนม เขาถอดรองเท้านอกห้องพัก เดินตรงไปเปิดหน้าต่างบานเกล็ดไม้รับแสงสว่างยามเช้า
     " ช่วยปิดม่านกันแดดนั่นทีได้ไหม " อัล ร็อคคอฟฟ์ เพื่อนร่วมวิชาชีพคราง เขาแพลมหน้าออกมาจากใต้ผ้าห่มที่ขดตัวเป็นก้อน นัยน์ตาแดงก่ำ ส่ายหัวงัวเงียเพราะเมาค้าง
     " ทำไมรกแบบนี้ล่ะ " 
      ซิดนี่ย์เปิดประตูห้องน้ำเห็นฟิล์มม้วนยาวแขวนอยู่ 2-3 สาย ภาพถ่ายแช่น้ำยาวางอยู่บนอ่างล้างหน้า เขาลืมคิดด้วยซ้ำว่าร็อคคอฟฟ์มาสิงห้องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
     " โทษทีนะ ถ้าคุณจะโวยใส่ผมเพราะเรื่องนี้ล่ะก็ได้เลยครับ แต่เอาไว้วันอื่นดีไหมเพราะว่าวันนี้ผมไม่ค่อยสบายจริงๆ " ร็อคคอฟฟ์เสียงอ่อย มือข้างหนึ่งไล่ตะปบขวดยาแก้ปวดบนโต๊ะใกล้เตียง
     " วันนี้ผมอารมณ์ไม่ค่อยดีนะ เครื่องบินดีเลย์  3 ชม. แถมไม่มีรถ ผมจึงจับแท็กซี่มาถึงนี่เองล่ะ (หยิบโทรศัพท์จากแคร่แนบหูต่อโอเปอเรเตอร์) 254 .. นั่นอะไรบนหัวนาย "
     " โกเต็กซ์ ผมเอาผ้าอนามัยมาแช่กับน้ำแข็งน่ะ " ร็อคค็อฟฟ์ยกมือกุมหัว
     " หวัดดี ซิดนี่ย์ แชนเบิร์ก พูดนั่นปรานรึเปล่า .. เปล่าผมเพิ่งมาจากสนามบิน ถ้าเขามาช่วยบอกเขาด้วยว่าผมอยู่นี่ ผมจะไปที่คาเฟ่เซ็นทรัล ขอบใจมาก "

  
next chapter coming soon >>

chapters [ 1 ] [ 2 ] [ 3 ] [ 4 ]  
Pirachan : พิรฌาน

The Killing Fiends : ทุ่งสังหาร