J.R.R. Tolkien,Peter Jackson,Elijah wood,Ian Mckellen,Liv Tyler,Viggo Mortensen,Hugo Weaving .. screenplay,movie script,subtitled - Thai,ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์ ภาค 3,มหาสงครามชิงพิภพ,กษัตริย์คืนบัลลังก์
1.
ดีโกล และ สมีโกล ตกปลาด้วยกันที่สระแห่งหนึ่ง

     ฮอบบิทสองตัวนำเรือน้อยล่องไปกลางสระน้ำ จากนั้นเกี่ยวหนอนใส่เบ็ดตกปลาเพลิดเพลินในอารมณ์
     " สมีโกล  ได้แล้ว ข้าได้ปลาแล้ว " สหายร่างจ้อยดึงคันเบ็ดจนโก่ง
     " ดึงเข้า ดึงเข้ามา " อีกฝ่ายช่วยลุ้น
     มือฮอบบิทจับคันเบ็ดไว้แน่นขณะออกแรงเย่อ หารู้ไม่ว่าเชือกเกี่ยวเอาปลาบึกเข้าให้ พอมันดำน้ำหนีก็ฉุดฮอบบิทตกจากเรือ
     " ดีโกล " สมีโกลมองหาเพื่อนรักไม่เจอ
     เจ้าปลายักษ์ดึงสายเบ็ดลาก ดีโกล  ลงไปถึงสะดือสระ เขามองเห็นโลหะประกายวับวาวฝังเลนจึงคว้ามือกำไว้ โผล่พรวดขึ้นมาบนฝั่งจึงหงายฝ่ามือดูปรากฏเป็น แหวนทองคำ
     " ดีโกล ดีโกล ให้เรานะ .. ดีโกล ที่รัก " สมีโกลตามติด
     " ทำไมต้องให้ " ดีโกลฉุนกึก
     " เพราะว่าวันนี้เป็นวันเกิดข้า ข้าอยากได้ " สมีโกลใช้มือตะปบแต่พลาด ดีโกลเอี้ยวตัวหนีแต่สมีโกลยื้อยุดกอดรัดฟัดเหวี่ยงจะแย่งแหวนมาครอบครองให้จงได้ มันเผลอบีบคอสหายสิ้นชีวิตแล้วง้างมือเอาแหวนไป

     " ของรักข้า  พวกนี้อัปเปหิเรา ฆาตกร พวกเขาว่าเราเป็นฆาตกร รุมประณามเรา ขับไล่เรา
     กอลลั่ม ๆ ๆ แล้วเราร้องไห้ ร้องไห้ตามลำพัง ว้าเหว่เอกา ลุยน้ำจับปลาหากินทุกวัน ปลาสดๆรสหวานนุ่ม แล้วเราก็ลืมรสชาติขนมปัง เสียงต้นไม้ไหวลู่ ลืมสายลมอ่อนๆ ลืมกระทั่งชื่อตัวเอง ของรัก .. ของข้า "

     ไชร์ศักราชที่ 1341 บิลโบ แบ๊กกิ้นส์  และคณะ ออกค้นหาขุมทรัพย์ของกษัตริย์คนแคระ ขณะเดินทางข้ามเทือกเขามิสตี้ก็ถูกพวกผีร้ายดักโจมตี บิลโบพลัดหลงลงไปในเหมืองมืดมิดใต้ภูเขา เดินคลำทางสะเปะสะปะจนพบ แหวน  วงหนึ่งบนพื้นอุโมงค์ บิลโบถลำลึกไปถึงทะเลสาบดำพบ กอลลั่ม 
     มันคิดจับฮอบบิทกินแต่เกรงกลัวมีดพราย และไม่ได้พก ของล้ำค่า  อันจะทำให้มันหายตัวได้ จึงถ่วงเวลาโดยหลอกล่อบิลโบทาย เกมส์ปริศนา  ถ้าบิลโบตอบไม่ได้จะถูกเขมือบ ถ้าบิลโบชนะมันจะพาเขาไปทางออกอุโมงค์

     ทั้งคู่ผลัดกันถามตอบอยู่นานกระทั่งบิลโบแทบอับจนคำถาม พอเขาล้วงมือลงไปแตะถูกแหวนซุกในกระเป๋าจึงร้องถามกอลลั่ม " มีอะไรอยู่ในกระเป๋าฉันน่ะรึ? "
     กอลลั่มตอบผิด 3 ครั้ง มันผลุบหายไปบนเกาะกลางน้ำ จึงรู้ว่าแหวนรักหายไป ชักเอะใจว่าอาจอยู่ในกระเป๋าบิลโบ มันรีบพายเรือกลับมากะสังหารบิลโบและชิง ของล้ำค่า  มันคืน
     บิลโบวิ่งหนีไม่คิดชีวิตจากริมทะเลสาบขึ้นไปตามอุโมงค์ เขาเผลอล้วงมือใส่แหวนจึงล่องหนกระโดดข้ามหัวกอลลั่มที่นั่งขวางทางออกพอดี กอลลั่มเสียทีได้แต่วิ่งไล่หลังตามไปด้วยความเคียดแค้น และสิ้นหวังปากตะโกน " ไอ้ขี้ขโมย ไอ้ขี้ขโมยแบ๊กกิ้นส์ เราเกลียดแกชั่วกัปกัลป์ ! "

     โฟรโด้  บอก ฟาราเมียร์  ว่าเขาตั้งใจเข้าไปดินแดนมรณะ แต่ประตูดำปิดจึงเลี่ยงมาใช้ถนนมุ่งหน้าลงใต้แล้วย้อนขึ้นไปด้านเหนือของหุบเขาที่ตั้งเมืองเก่า มินาสมอร์กูล  ฟาราเมียร์เตือนโฟรโด้ให้ระวัง กอลลั่ม  ซึ่งมีจิตใจชั่วร้าย อาจนำ ฮอบบิท  เดินหลงทางไปสู่อันตรายใน หุบเขาปีศาจ  นาม คิริธอุงโกล  เขาสั่งทหารเตรียมเสบียงใส่ไว้ในห่อสัมภาระพร้อมไม้เท้า 2 อัน จากนั้นปิดตา โฟรโด้ แซมไวส์ และ กอลลั่ม พาตัวออกจากถ้ำน้ำตก เฮนเนธอันนูน  ย่ำเท้าผ่านเนินลูกหนึ่งก่อนปล่อยตัวเป็นอิสระใต้แมกไม้ในป่าโปร่ง
     ฮอบบิทมาถึงทาง 4 แพร่ง ท้องฟ้าหลัวมัวหม่นภายใต้ไอหมอกทึบทางตะวันออกลอยมาปกคลุม ทั้งหมดเดินเบี่ยงออกจากเส้นทางเดิมแล้วคลานเข้าไปหลบอยู่ภายใต้พุ่มไม้หนามรกเรี้ยว ในโพรงปูนโล่งมีกิ่งไม้ผลิใบอ่อนคลุมแทนหลังคา ต่างแอบนอนอยู่ที่นั่นครู่ใหญ่
     โฟรโด้แอบดูแหวนเอกธำรงค์ที่คล้องคออยู่ด้วยความหวาดหวั่น พลันกอลลั่มห้อยหัวลงมาจากผนังถ้ำจ๊ะเอ๋
     " ตื่น ตื่นเร็ว ตื่นซะทีคนขี้เซา (เขย่าตัวแซมไวส์) เราต้องไปต่อ ใช่สส์ ไปกันเลย "
     " นอนไม่หลับเลยรึ โฟรโด้ (นายน้อยส่ายหัว) ส่วนข้านอนมากไป นี่คงสายมากแล้ว " แซมสลึมสะลือ
     " ไม่ .. ไม่สาย ยังไม่เที่ยงเลย กลางวันยิ่งมืดขึ้นทุกที " โฟรโด้ เกิดเสียงสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นปานแผ่นดินไหว
     " เร็ว " กอลลั่มคลานกลับมา " รีบไป ไม่มีเวลาแล้ว "
     " ต้องให้โฟรโด้กินอะไรก่อน " แซม
     " ไม่มีเวลาแล้วเจ้าโง่ " กอลลั่ม
     แซมแกะห่อเอาขนมปังให้โฟรโด้ " เอานี่ .. "
     " แล้วเจ้าล่ะ "
     " ข้าไม่หิว ยิ่งเป็นขนมปังเลมบัสด้วย "
     " แซม "
     " ก็ได้ เสบียงเราเหลือน้อยเต็มที ต้องอดออมถนอมไว้ กินซะ โฟรโด้ ข้าแบ่งปันไว้แล้ว สำรองไว้ส่วนหนึ่ง " แซมเผย
     " เก็บไว้ทำไม? " โฟรโด้กัดขนมกลืนลงท้อง
     " เผื่อเดินทางกลับบ้าน "
     " มาเลย ฮอบบิท ใกล้ถึงแล้ว ใกล้ถึง มอร์ดอร์  แถวนี้ไม่ปลอดภัย ต้องรีบ " กอลลั่มดึงชายเสื้อคลุมโฟรโด้พลางส่งเสียงร้องด้วยความกลัวและกระวนกระวายใจ

กอลลั่มพยายามล่อลวงฮอบบิทไปติดกับดักโฟรโด้และแซมไม่ไว้ใจกอลลั่มอยู่แล้วแต่จำเป็นต้องอาศัยผู้นำทาง

     ทั้งหมดคลานไปที่ถนนสายใต้ทอดตัวคดเคี้ยวเลียบเชิงเขา ย่องฝีเท้าเงียบกริบมาถึงดงไม้ เบื้องหลังคือถนนตัดสู่ โมรันนอน  ทางขวาคือถนนจากนครร้าง ออสกิลเลียธ  ตัดคดเคี้ยวไปสู่ความมืดทางทิศตะวันออก,เส้นทางที่ฮอบบิทจะไปกัน กอลลั่มปลีกตัวไปหาอาหารริมลำธาร มันชะโงกหน้าเห็นเงาด้านมืดของตนเองในสายน้ำ
     " เสี่ยงเกินไป เสี่ยง "
     " พวกหัวขโมย มันขโมยของเรา ฆ่ามัน .. ฆ่ามันทั้งสองคน ! "
     " เบาหน่อยเดี๋ยวเขาตื่น อย่าทำเสียแผน "
     " แต่พวกเขารู้ เขารู้แล้ว พวกเขาสงสัยเรา "
     " หมายความว่าอะไร ที่รักของข้า สมีโกลถอดใจงั้นรึ " เงาในน้ำจ้องมองตาถลน
     " ไม่ใช่ ไม่ ไม่มีทาง สมีโกลเกลียดฮอบบิทขี้โกง สมีโกลอยากเห็นมันตาย "
     " เดี๋ยวได้เห็นแน่ สมีโกลเคยฆ่ามาแล้ว ทำอีกยังได้เพื่อแหวนของเรา "
     " ของเรา? ต้องเอาของรักคืนมา ! "
     " ใจเย็นๆที่รัก เราต้องล่อมันไปหา นาง  ก่อน พาไปที่บันไดวน "
     " ใช่สส์ บันไดแล้วไงต่อ?? "
     " ขึ้นๆๆพาขึ้นไปจนถึงอุโมงค์ เมื่อมันเข้าไปในนั้นจะไม่ได้กลับออกมา นางหิวตลอดต้องหาเหยื่อ นางต้องกิน ที่ผ่านมามีแต่ ออร์ค  เน่าๆ รสชาติคงไม่ถูกปากแม่นบ่ บักหำน้อย "
     " ใช่ มันไม่อร่อยเลย นางต้องโหยหาเนื้อหวานๆ เนื้อฮอบบิท เรารอให้นางเขวี้ยงกระดูกกับเสื้อผ้าทิ้ง แล้วค่อยค้นหามัน แล้วเอามาให้ข้า "
     " ให้ เฮา  "
     " ใช่ๆ เรา  หมายถึง เฮา  "
     " กอลลั่ม กอลลั่ม ของรักจะเป็นของหมู่เฮา ทันทีที่ฮอบบิทตายดับแนว เหอๆ "

     " ไอ้ตัวอุบาทว์เจ้าเล่ห์ " แซมชกหมัดใส่กอลลั่มกระเด็น
     " อย่า ไม่ เจ้านาย " สัตว์ประหลาดคลานหนี
     " แซม ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้ " โฟรโด้
     " ข้าได้ยินกับหู มันคิดฆ่าเรา " แซมปล่อยมือจากคอสมีโกล
     " ไม่จริง ยุงกัดข้ายังไม่กล้าตบ(เผลอตบยุงบนหน้าผากเหี่ยวๆดังเพี๊ยะ)ว้า ! เจ้าฮอบบิทอ้วนเกลียดสมีโกล หาเรื่องใส่ความสมีโกล "
     " ไอ้บ้าสารเลวข้าจะตบให้หัวแบะ ว่าข้าโกหกงั้นรึ ใครกันแน่ที่โกหก "
     " เจ้าทำเขาตกใจหนีไปแล้ว " โฟรโด้ยื้อมือแซมไว้
     " ช่างหัวมัน ดีกว่าให้มันฆ่าเรา "
     " ข้าจะไม่ยอมปล่อยเขาไป "
     " ท่านมองไม่ออกรึไง มันคิดร้าย "
     " เราต้องมีคนนำทาง เจ้าต้องอยู่ข้างข้า "
     " ข้าอยู่ข้างท่านนี่ไง โฟรโด้ "
     " ข้ารู้ แซม เชื่อข้า มานี่สมีโกล " โฟรโด้จูงมือกอลลั่มเดินทางต่อไป

     โฟรโด้และแซมเดินทอดน่องไปอย่างซึมเศร้า หมดอาลัยตายอยาก ศีรษะโฟรโด้ก้มต่ำถ่วงตามน้ำหนักสร้อยเมื่อเข้าใกล้นครแห่งภูตแหวน มินาสมอร์กูล  ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินสูง ณ ตีนผาเอเฟลดูอัธอันดำครึ้ม ผืนดินและท้องฟ้าโดยรอบมืดมิด แม้ภายในนครป้อมร้างจะมีแสงมลังเมลืองวูบไหว มี สะพานสีขาว  ทอดข้ามแม่น้ำซึ่งมีไอเย็นจัดเชื่อมฝั่งนครกับฝั่งถนนดินแดนตะวันตก
     " เมืองมรณะ น่ากลัว มีแต่ศัตรู " กอลลั่มปีนขึ้นสันผา กระโดดหยอยๆไปตามทางขรุขระ " เร็ว เร็วเข้า เดี๋ยวเขาเห็น .. มาทางนี้ ทางนี้ นี่ไง เราเจอแล้ว ทางเข้ามอร์ดอร์ บันไดลับ  ขึ้นไป "
     โฟรโด้รู้สึกมึนศีรษะราวกับมีพลังบางอย่างควบคุมจิตใจทำให้เขาวิ่งโขยกเขยกไปข้างหน้า ตามแสงสว่างเรืองรองสู่ประตูเมือง ยื่นแขนอ้าออก
     " ไม่ โฟรโด้/ไม่ใช่ทางนั้น " แซมกับกอลลั่มตกใจ
     " พวกเขาเรียกข้า " โฟรโด้มืดบอดไปชั่วขณะ แหวนพยายามหน่วงเขาไว้
     " ไม่ ! " แซมกับกอลลั่มฉุดกระชากลากดึงโฟรโด้ออกนอกเส้นทาง
     " หลบ หลบก่อน " กอลลั่มทิ้งตัวงอก่องอขิงกับพื้นด้วยสัญชาตญาณ
     เสียงกรีดร้องดังก้องสะท้านฟ้ากลบเสียงแหลมแหบของนกล่าเหยื่อ และเสียงม้าร้องคะนองศึก ในเมืองร้าง โฟรโด้และแซมยกมือขึ้นอุดหู,คลานเกลือกกับพื้นดิน แผลเก่าที่ ราชาปีศาจ  เคยแทงกริชอาคมบนหัวไหล่โฟรโด้ปวดแปลบทันที " ข้ารู้สึกถึงคมดาบของเขา "

นครร้างทางเข้าสู่มอร์มอร์กำลังมีความเคลื่อนไหวสุดระทึก
โฟรโด้ กอลลั่ม และ แซม ได้แต่แอบมองโฟรโด้ถูกอำนาจแหวนดึงดูดไปหาพญาโหงพรายนาซกูล

     นาซกูล ,ภูตเหินเวหาบินมาเกาะบนหอคอยสูง สายตาสอดส่ายคล้ายสัมผัสพลังแห่งแหวนได้ วินาทีนั้นหินผาและโขดเขาแหลมแห่ง กอร์โกรอธ  ค่อยๆสั่นสะเทือน เปลวเพลิงสีแดงพวยพุ่งกระจายสู่ท้องฟ้า ย้อมเมฆลอยเรี่ยต่ำกลายเป็นสีเลือดแล้ว มินาสมอร์กูล  ก็ขานตอบสัญญาณเจ้าอสูรสงครามด้วยแสงสีน้ำเงินพวยพุ่งจากยอดหอคอย พื้นแผ่นดินและขุนเขาที่โอบล้อมบริเวณนั้นครางกระหึ่ม ประตูเมืองเปิดอ้าให้กองทัพภูตผีอสุรกายยาตราผ่านสะพานสีขาวทอดข้ามแม่น้ำ อันดูอิน  แถวแล้วแถวเล่าไม่สิ้นสุด
     " ทางนี้ ฮอบบิท ขึ้นไป " กอลลั่มไต่เลียบหน้าผานำทาง

     " อันตรายนะนายท่าน ตรงนี้ลึกมากถ้าหล่นลงไป ขั้นบันไดก็ลื่นด้วย มาเลย นายท่าน " สายตากอลลั่มจับจ้องแหวนโฟโด้โผล่พ้นเสื้อคลุมพราย
     " ขึ้นมาหาสมีโกล " มันยื่นมือไปจะคว้า ของรัก
     " โฟรโด้ ระวัง ถอยไป ไอ้เวร ! อย่าแตะต้องเขา " แซมชักดาบขู่กอลลั่ม
     เจ้าวายร้ายเปลี่ยนใจคว้ามือโฟรโด้ดึงร่างขึ้นไปบนเนินหิน " ทำไมเขาถึงเกลียดสมีโกล สมีโกลไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจ นายท่าน .. นายท่านต้องแบกภาระหนัก สมีโกลรู้ หนักมาก ภาระหนัก แต่ เจ้าอ้วน  ไม่เข้าใจ สมีโกลคอยดูแลนายท่าน
     เขาอยากได้มัน เขาต้องการมัน สมีโกลมองตาก็รู้ เดี๋ยวเขาจะเอ่ยปากขอ นายท่านจะเห็นเอง เจ้าอ้วนจะฉกมันจากนายท่าน "
     โฟรโด้ตะปบแหวนไว้ในอุ้งมือ เริ่มระแวงแซม

     ขณะแซมม่อยหลับ กอลลั่มย่องมาขโมย เลมบัส  จากย่าม โรยเศษหักๆใส่ตัวแซมแล้วโยนที่เหลือทิ้งไปข้างล่างหุบเหว
     " นั่นเจ้าทำอะไร (กอลลั่มสะอึกตอนปัดมือให้สะอาดพอดี) จะเผ่นงั้นรึ " แซมสะดุ้งตื่น
     " เผ่น? เจ้าว่าข้า เผ่น  ฮอบบิทอ้วนพูดดีจัง สมีโกลอุตส่าห์พามาถึงทางลับที่ไม่มีใครรู้ แล้วยังถูกหาว่าจะเผ่นหนี เผ่น?? ดีมากเพื่อน .. พูดได้สวย "
     " เอาล่ะ เอาล่ะ ฉันแค่ตกใจน่ะ ไม่มีอะไร จริงๆแล้วแกทำอะไรวะ "
     " เผ่นไง "
     " จะไปไหนก็ไปเลย ขอโทษที่ต้องปลุก โฟรโด้  เราต้องรีบไปต่อ "
     " ยังไม่สว่างเลย " โฟรโด้โงศีรษะบ่นว่า
     " ที่นี่มืดตลอดเวลา (เปิดย่ามดูเห็นห่อใบตองว่างเปล่า) หายไปไหนหมด ขนมปังเลมบัส "
     " อะไรนะ เหลือแค่นี้เองเหรอ " โฟรโด้
     " มันฉกไป มันลักไปแน่ๆ " แซมตาเขียวปั้ดหันไปทางกอลลั่ม
     " สมีโกลน่ะรึ ไม่ๆ ไม่ใช่ สมีโกลเกลียดขนมปังเอลฟ์ "
     " ไอ้ตอแหล แกทำอะไรกับมัน "
     " เขากินไม่ได้จะเอาไปทำไม " โฟรโด้แย้ง
     " นี่ นี่อะไร เศษขนมปังบนเสื้อ เขาเอาไป ข้าเห็นเขาเคี้ยวแก้มตุ่ยเวลานายท่านเผลอ " กอลลั่มปั้นน้ำเป็นตัว
     " โกหกหน้าด้านๆ " แซมชกกอลลั่มกระเด็นหงายหลัง รัวหมัดชุดใหญ่ตาม " ไอ้ตัวเหม็นตีสองหน้าสารเลว "
     " แซม หยุดนะ แซม(ล็อกคอ)อย่า "
     " ข้าจะฆ่ามัน ขอโทษข้าลืมตัวไป ข้าโมโหมากน่ะ ท่านพักสักนิดดีกว่า "
     " ข้าไม่เป็นไร "
     " ไม่ ท่านเสียแรงไปเยอะแล้วกับเจ้ากอลลั่มกับป่าช้านี่ แล้วไอ้ที่คล้องคอนั่นอีก ข้าช่วยแบ่งเบาได้ ให้ข้าช่วยถือสักพักนึง ข้าจะถือให้ จะช่วยแบ่งเบาท่าน "
     " ไปให้พ้น ข้าไม่คิดต้องการมัน "
     " ข้าแค่จะช่วยน่ะ "
     " บอกแล้วเห็นมั้ย ฮี่ๆ เขาอยากครอบครองมัน " กอลลั่มใส่ไฟ
     " หุบปากไอ้บ้า ไปเลย ไสหัวไป " แซมยั้วสุดขีด
     " ไม่ แซม เจ้าต่างหาก  ข้าเสียใจแซม "
     " มันหลอกท่านนะ ยุให้ระแวงข้า "
     " เจ้าช่วยข้าไม่ได้แล้ว "
     " ท่านไม่ได้หมายความอย่างนั้น "
     " กลับบ้านไปเถอะ "

     กอลลั่มนำทางโฟรโด้เดินลัดเลาะขึ้นไปตามซอกเขาจนถึงแผ่นผาชะง่อนใหญ่ยอดสุดท้าย ยิ่งเข้าใกล้ก็ยิ่งเห็นเงาดำทะมึนอยู่เหนือศีรษะ ไอ้หนูผีชี้นิ้วไปยังปากถ้ำ " เข้าไป "
     " นี่มันที่ไหน " โฟรโด้เอ่ยถาม
     " นายท่านต้องเข้าอุโมงค์ "
     " เห็นอย่างนี้แล้วข้าไม่อยากเข้า " โฟรโด้นึกถึงทางเดินมืดมิดของ เหมืองมอเรีย
     " มีทางเดียว ถ้าไม่เข้าก็กลับออกไป "
     " ข้ากลับไม่ได้ เหม็นอะไร? "
     " กลิ่นสาบออร์ค บางทีพวกผีร้ายก็เข้ามาในนี้ รีบหน่อยทางนี้ "
     " สมีโกล " โฟรโด้เหมือนคนตาบอดได้แต่เดินมะงุมมะงาหราตามเสียงซีดซาดและเสียงหายใจหอบแฮ่กๆเบื้องหน้า
     " มาบนนี้ "
     " ทางเดินสูงชันขึ้น มีโพรงแยกออกจากอุโมงค์ 3-4 แห่ง กว้างบ้างแคบบ้าง อากาศเหม็นอับกว่าเดิมมีสายใยยาวๆโรยมาระมือและระศีรษะโฟรโด้เป็นช่วงๆ " นี่อะไรเหนียวจัง "
     " เดี๋ยวก็รู้ ใช่ เดี๋ยวก็รู้ "

     ฮอบบิทน้อยได้ยินเสียงครืดคราดฟอดฟ่อคล้ายอสรพิษพ่นลมหายใจขณะแผ่แม่เบี้ย หันไปมองรอบๆก็ไม่เห็นอะไร พอก้าวเท้าสวบสาบได้ 2-3 หลาก็รู้ตัวว่าย่ำอยู่บนโครงกระดูกผี เงยหน้าเห็นใยแมงมุมขนาดเส้นเชือกถักทอขวางทาง เกี่ยวซากนกเหยี่ยวและศพออร์คห้อยหัวโตงเตงเรียงรายอยู่ตามเพดานอุโมงค์
     โฟรโด้ตื่นตระหนกและขนลุกพองท่ามกลางความวังเวงจึงตะโกนเรียก " สมีโกล ๆ ๆ (เสียงเขาแหบพร่าแผ่วหายตั้งแต่ยังไม่ทันพ้นริมฝีปาก ไม่มีเสียงขานตอบหรือสะท้อนรับจากมัน เขาฉุกคิดถึงบ่าวรับใช้ผู้ซื่อสัตย์) แซม .. "
     แซมช้ำใจที่ถูกโฟรโด้ผลักไสไล่ส่ง เขาลื่นคะมำศีรษะฟาดฟื้นพอยันกายลุกขึ้นก็เห็นเศษขนมปังเลมบัสที่กอลลั่มโปรยทิ้ง เขารียปีนป่ายบันไดเรียงคดโค้งยาวเป็นตับกลับไปแก้แค้นให้จงได้ ขณะเดียวกันโฟรโด้เซถลาล้มลงกับพื้นซึ่งชุ่มไปด้วยเมือกและหยากไย่สกปรก มือเขากุมหน้าอกพบว่ามีขวดแก้วใบน้อยในกระเป๋าผ้าจึงระลึกถึง เลดี้กาลาเดรียล
     " สำหรับเจ้า โฟรโด้ แบ๊กกิ้นส์ ข้าขอมอบแสงแห่งเอเรนดิลที่เรารัก มันจะช่วยส่องสว่างท่ามกลางความมืดเมื่อแสงอื่นๆวูบลง "

ช่วงที่โฟรโด้เหนื่อยล้าและสิ้นหวังก็เกิดนิมิตเลดี้กาลาเดรียลย้ำเตือนภารกิจที่ยิ่งใหญ่

     กลิ่นสาบฉุนโชยโฉ่ และ เสียงลั่นเอียดอาดคล้ายปล้องข้อต่อสัตว์ประหลาดเยื้องกรายเข้ามาใกล้ โฟรโด้ชูขวดแก้วพร้อมกับเปล่งภาษาพรายว่า ไอยา เออาเรนดิล เอเลนนิออน อันคาลิมา !
     แสงดาวระยิบระยับรวมพลังกลายเป็นเปลวเพลิงสีเงินสว่างวาบจับร่าง ชีล็อบ ,นางพญาแมงมุม ดวงตาคู่ใหญ่กระตุกเมื่อเลนส์นับพันสะท้อนแสงวูบวาบ นางได้แต่ยืนกลอกตาดูเหยื่อด้วยความพิศวง
     โฟรโด้เสียขวัญตอนเผชิญหน้าแมงมุมยักษ์ตัวต่อตัว มือเขาสั่นระริกจน ขวดแก้วแสงดาว  ค่อยๆตกลง ดวงตาชีล็อบหลุดจากมนต์สะกด,เริ่มขยับแข้งขาไล่ล่า โฟรโด้กระชากดาบกวัดแกว่งแล้ววิ่งหนีพลางเหลียวหลังไปมองพลางอย่างตื่นตะลึง สายลมเย็นๆรวยรินเข้ามาจากปลายอุโมงค์ เขารีบจ้ำอ้าวไปสู่ที่โล่งไม่ทันเห็นใยกับดักบางๆหยุ่นๆระโยงระยางติดพันเนื้อตัวขึงพืดร่างเขาไว้
     " แมลงน้อยตัวจัญไร ร้องไปก็ป่วยการ ติดใยในสุสานเดี๋ยวก็ถูกรับประทาน ง่า " กอลลั่มเริงร้อง
     โฟรโด้เงื้อดาบพรายฟันทะลวงม่านใยไม่ยั้งขณะชีล็อบรุกประชิด ตาข่ายขาดทะลุเป็นช่องกว้างพอกระโดดหนีลงไปในร่องดิน
      " นึกรึว่าจะหนีพ้น ไม่มีทาง คราวนี้ไม่มีทาง "
     " อย่า ! " โฟรโด้ถูกจู่โจมโดยไม่ทันระวังตัว เขารู้สึกเดือดดาลไอ้ตัวทรพีจึงงัด ท่าไม้ตาย - เฮ้ดบัตต์  สะบัดหัวโขกหน้าอกกอลลั่มกระดอนหงายผลึ่ง
     " เราไม่ได้ทำ เราเปล่าทำ สมีโกลไม่ทรยศต่อนายท่าน เราพูดจริง นายท่านต้องเชื่อเรา ของรักเป็นตัวการ ของรักสั่งให้เราทำ " กอลลั่มแก้ตัวพัลวัน
     " ข้าต้องทำลายมัน สมีโกล ทำลายมันเพื่อเราทั้งสองคน "
     กอลลั่มกระโดดขยุ้มคอโฟรโด้จากด้านหลัง เขาเอี้ยวตัวหลบเหวี่ยงมันตกเหว " ไม่ ไม่ ไ ไ ไ ม่ .. "
     " ข้าผิดไปแล้วแซม ข้าเสียใจ " โฟรโด้คร่ำครวญ

     ความมืดห้อมล้อมอยู่รอบกายโฟรโด้ สิ่งที่ครุ่นคิดมีเพียงความท้อแท้สิ้นหวัง พลันมีแสงสว่างโพลงขึ้นในใจเจิดจ้าเคืองตา เขาแลเห็น เลดี้กาลาเดรียล  ยืนอยู่กลางพรมหญ้าในลอริเอน เสียงนางกังวานใสดังมาแต่ไกล
     " โฟรโด้แห่งไชร์ ภารกิจนี้ตกอยู่กับเจ้า ถ้าเจ้าทำไม่สำเร็จก็ไม่มีใครอีกแล้ว .. " นางยื่นมือมาดึงเขาตื่นจากภวังค์
     แผ่นดินเบื้องหน้าดูเหมือนจะคลายความอึมครึมลงเมื่อออกมาพ้นถ้ำ หมอกทึบลอยตัวสูงขึ้นและบางเบา หอคอยทมิฬโผล่อยู่ตรงกลางซอกเขาเรียกกำลังใจโฟรโด้มุ่งหน้าสู่จุดหมาย

     ชีล็อบขยับร่างออกจากโพรงเหนือถ้ำด้วยความเร็วน่าสะพรึง ขาข้อต่อยาวโค้งมีขนยื่นออกมาคล้ายเหล็กแหลม แบกถุงลมใบใหญ่ห้อยย้อยอยู่หว่างขายุ่บยั่บ แต่เคลื่อนไหวรวดเร็วเงียบกริบมากางคร่อมเหนือโขดหิน ก่อนก้มหัวฝังเขี้ยวพิษ จึ๊ก  ลำคอโฟรโด้ พ่นน้ำลายจากปากและใช้ขาหน้าม้วนร่างฮอบบิทกลายเป็นมัมมี่
     " ปล่อยเขานะเจ้าตัวกองกอย ปล่อยเขาไป แกจะไม่มีวันได้แตะเขาอีก แน่จริงเข้ามาเลย " แซมโผล่มาทันเวลา มือข้างหนึ่งชูขวดแก้วแสงดาวส่องสว่างคล้ายคบเพลิงสีขาว อีกข้างกำดาบสติงไว้แน่น ชีล็อบนิ่งงันเพราะแพ้แสงไปชั่วขณะ เลิกสนใจอาหารอันโอชะ นางข่มความหิวโหยได้เหลือเชื่อ แซมเข้าคลุกวงในจ้วงดาบแทงตานางบอดข้างหนึ่งแล้วทิ่มใส่ปากจนชีล็อบถอยร่นกลับเข้าถ้ำ
     " โฟรโด้ " แกะใยแมงมุมออกจากหน้า ก้มศีรษะฟังเสียงที่หน้าอกและปากโฟรโด้ .. ไม่มีปฏิกริยาใดๆ มือเท้าและหน้าผากนายน้อยเย็นเยียบ " ไม่ โฟรโด้ ตื่นสิ อย่าทิ้งข้าไว้คนเดียว อย่าไปยังที่ๆข้าไปไม่ได้ ตื่นซิ ท่านไม่ได้นอนหลับ ท่านตายแล้ว .. " แซมปล่อยโฮลั่น

     ดาบสติงเรืองแสงสีฟ้า แซมไหวตัวหลบ ออร์ค  2 ฝูงยกโขยงผ่านมาพอดี
     " อะไรวะนี่ สงสัย ชีล็อบ  มีงานเลี้ยงสนุกกันใหญ่ ฆ่าอีกคนแล้วสินะ " ชากรัต
     " ไม่ ไม่ เจ้านี่ยังไม่ตาย (" ยังไม่ตาย " <- แซมทวนคำ) โดนยายนั่นกัดด้วยเขี้ยวพิษทำให้ตัวชาแข็งทื่อแล้วค่อย แด๊ก  ทีหลัง ง่ะ นางชอบแบบนี้ ดูดเลือดสดๆ " กอร์บัก
     " เอาขึ้นไปบนหอคอย " ชาคริต เอ๊ย ชากรัตสั่งพลทหารผีดิบ
     (" แซมไวส์ เจ้าซื่อบื้อเอ๋ย " <- ฮอบบิทอ้วนเขกหัวตัวเองหนึ่งโป้ก)
     " อีก 2 - 3 ชั่วโมง มันจะฟื้น แล้วจะสำนึกว่าไม่น่าเกิดมาเล้ย ฮ่า ฮ่า " กอร์บัก

โฟรโด้สู้กับพญาแมงมุม

     next chapter coming soon >>


chapters [ 1 ] [ 2 ] [ 3 ] [ 4 ]
ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์ ภาค 1 พันธมิตรแห่งแหวน    ภาค 2 หอคอยคู่พิฆาต   Eng - Thai subtitled  gallery.1  gallery.2 gallery.3
  -: table of contents :-

Pirachan : พิรฌาน