The Lord of the Rings
ฟอร์ดแห่งริเวนเดลล์
3.

สไตรเดอร์,จอมวางก้าม,คนจร      เมื่อโฟรโดกับเพื่อนๆไปถึงทางแยกกรีนเวย์ใกล้หมู่บ้านบรี ก็เป็นเวลาค่ำแล้ว สายฝนโปรยปรายตกลงมาเป็นระยะ ทั้งหมดไปถึงประตูเข้าหมู่บ้านด้านตะวันตก และพบว่าประตูปิด แต่ที่ประตูเรือนพักเล็กๆซึ่งอยู่ข้างในมีชายผู้หนึ่งนั่งอยู่
      " มาเถอะ " โฟรโดเรียกเหล่าสหาย เดินไปเคาะประตูเรือนพักหลังนั้น
      " ต้องการอะไร " ชายชราเปิดช่องมอง
      " เราจะไปที่ แพรนซิ่ง โพนี่ "
      " ฮอบบิท ฮอบบิททั้งสี่ " ประตูเปิดออก ชายชราชูตะเกียงขึ้นสูง แสงสว่างจับต้องใบหน้าผู้มาเยือน " เจ้ามีธุระอะไรที่บรี "
      " เราจะพักที่โรงเตี๊ยม ธุระอะไรมันเรื่องของเรา "
      " เอาล่ะ
ท่านชาย ข้าไม่อยากจุ้นหรอก แต่ยามวิกาลอย่างนี้หน้าที่ข้าคือถาม หมู่นี้มีข่าวคนแปลกหน้า ข้าต้องระวัง"

โฟรโดคุยกับเจ้าของโรงเตี๊ยม     
โรงเตี๊ยมแพรนซิ่งโพนี่สูง 3 ชั้น มีหน้าต่างหลายสิบบาน ดูค่อนข้างใหญ่โตมโหฬารในสายตาฮอบบิท ใต้โคมแขวนชื่อป้ายขนาดใหญ่ พร้อมสัญลักษณ์รูปม้าขาวโจนทะยาน ดำเนินกิจการโดย บาร์ลิแมน บัตเตอร์เบอร์
      " ขอโทษที " โฟรโดเรียกเจ้าของร้านซึ่งกำลังง่วนอยู่หลังเคาน์เตอร์
      " หวัดดีท่านชายน้อยๆ ถ้าหาที่พักล่ะก็เรามีห้องสบายขนาดเหมาะกับฮอบบิทว่างอยู่นะท่าน .."
      " อันเดอร์ฮิลล์ ข้าชื่ออันเดอร์ฮิลล์ เราเป็นเพื่อนแกนดัล์ฟ บอกเขาทีได้มั้ยว่าเรามาแล้ว " โฟรโดปลอมชื่อ
      " แกนดัล์ฟ แกนดัล์ฟเหรอ ใช่ ! จำได้แล้วผู้เฒ่าวัยดึก เคราเทาๆ หมวกแหลมๆ ไม่เจอ 6 เดือนได้แล้ว"
      " เอาไงดีล่ะ " แซมปรึกษาโฟรโด
      " แซม เขามาแน่ เชื่อเถอะ " โฟรโดตัดสินใจนั่งคอย ระหว่างนั้นบริกรเสิร์ฟเหล้าให้ที่โต๊ะ
      " นั่นอะไร มันคือเหยือก มาเป็นเหยือกเลยเหรอ ข้าจะสั่งบ้าง " แซม,เมอร์รี่ และ ฟิบปิน ไม่เคยเห็น

     " เจ้าน่ะดื่มครึ่งเหยือกแล้ว " โฟรโดปรามฟิบปิน
      " หมอนั่นไม่ทำอะไรนอกจากจ้องเขม็งตั้งแต่เรามานี่ " แซมกระซิบโฟรโด
      " คนที่นั่งมุมโน้น เขาเป็นใคร " โฟรโดถามบริกร
      " ก็พวกพเนจร คนพวกนี้อันตราย เร่ร่อนตามป่าเขา ชื่ออะไรข้าไม่เคยได้ยิน แต่แถวนี้เรียกเขาว่า สไตรเดอร์,จอมวางก้าม " บริกรตอบก่อนเดินผละไป

โฟรโดสดุดถอยหลังแหวนลอยหมุนติ้วลงมาสวมนิ้วโดยบังเอิญ แล้วเขาก็หายตัววับ..!      โฟรโดใช้นิ้วมือคลึงรอบๆแหวน หลับตา ใจคะนึงถึง
บิลโบ แบกกินส์
      " แบกกินส์เหรอ รู้ ข้ารู้จักแบกกินส์ โฟรโด แบกกินส์ เขานั่งอยู่นั่นไง เขาเป็นลูกพี่ลูกน้อง ถ้านับทางญาติข้างแม่ กับญาติชั้นที่ 3 ถ้านับข้างพ่อ " ฟิบปินเมาพูดเพ้อเจ้อ
      " ฟิบปิน " โฟรโดจะเตือนให้ระวังปาก ดึงมือไม่ให้ดื่มต่อ
      " ใจเย็นน่าโฟรโด " ฟิบปินคุมสติไม่อยู่
     โฟรโดถอยหลังสะดุดขาตัวเองหงายหลัง แหวนวงนั้นหลุดมือหมุนติ้วลงมาสวมนิ้ว หายตัวไปต่อหน้าต่อตาแขกในโรงเตี๊ยม
      ในภวังค์เขาตกอยู่ในวงล้อมอัศวินดำ ..
หลบไม่พ้นหรอก ข้าเห็นในความว่างเปล่าไร้ซึ่งชีวิต มีแต่ความตายเท่านั้น..! .. ถอดแหวนออก ปรากฏตัว
      " ดึงดูดความสนใจมากไปนะท่านอันเดอร์ฮิลล์ " จอมวางก้ามลากโฟรโดขึ้นบันได ผลักเข้าห้องๆหนึ่ง
      " ต้องการอะไร " โฟรโดตกใจ
      " ใส่ใจข้าอีกสักนิดไง แหวนของเจ้าไม่ธรรมดา "
      " ข้าไม่พกอะไรนี่ " โฟรโดไก๋
      " นั่นสิ เรื่องพรางตัวน่ะข้าช่ำชองถ้าอยากทำ " ใช้มือดับเทียน " แต่หายตัวโดยสิ้นเชิงนี่มันไม่ธรรมดา "
สไตรเดอร์เปิดฮู้ดคลุมหน้าออก


      " ท่านเป็นใคร ? "
      " เจ้ากลัวหรือเปล่า "
      " กลัว "
      " นี่ยังไม่เท่าไหร่หรอก ข้ารู้อะไร ล่า เจ้าอยู่ " สไตรเดอร์ชักดาบเมื่อมีใครเปิดประตูเข้ามา
      " ปล่อยเขานะ ไม่งั้นข้าลุยแน่เจ้าโย่ง " แซมตั้งการ์ดมวย เมอร์รี่,ฟิบปินแบกเก้าอี้เตรียมทุ่มใส่
      " ใจถึงมากเจ้าฮอบบิทตัวน้อย แต่นั่นช่วยไม่ได้หรอก " สไตรเดอร์เก็บดาบลงฝัก " เจ้าคงรอพ่อมดไม่ได้แล้วล่ะโฟรโด มันมากันแล้ว "
     เหล่าภูตแหวนควบม้าพังประตูเมืองเข้ามาถึงโรงเตี๊ยม ก้าวขึ้นไปหยุดประจำที่เตียง 4 ตัว จ้วงแทงไม่ยั้ง เมื่อมันเปิดผ้าห่มออก ปุยนุ่นปลิวกระจายจึงรู้ว่าหลงกล ต่างคำรามด้วยความโกรธแค้น
      " ตัวอะไรน่ะ " โฟรโดจ้องมองจากห้องฝั่งตรงข้าม ใจเต้นระทึก
      " ครั้งหนึ่งเป็นมนุษย์,บรรดาราชา แต่พอซอรอนจอมหลอกลวงมอบแหวนทั้ง 9 วงให้ พวกเขาก็โลภรีบรับโดยไม่ไถ่ถาม ตกอยู่ใต้อำนาจมืดทีละราย ตอนนี้กลายเป็นทาสซอรอน พวกนี้คือ นาซกูล เจตภูตแหวน ครึ่งเป็นครึ่งตาย(ผีดิบ) พวกเขารู้สึกถึงการปรากฏของแหวน ถูกดึงดูดสู่พลังของแหวนประมุข พวกเขาจะไม่เลิกล่าเจ้า "

เหล่าฮอบบิทเห็นภูตแหวนที่ตีนเขา     ระหว่างหลบลี้หนีภัยจากบรีการเดินทางยังรื่นรมณ์อยู่ ที่จริงถ้าไม่มีเหตุวุ่นวายเกิดขึ้นเมื่อคืนก่อน พวก
ฮอบบิทคงจะเพลิดเพลินกับการเดินทางช่วงนี้มากยิ่งกว่าช่วงใดๆ สไตรเดอร์นำทางไปอย่างมั่นใจ ผ่านทางแยกต่างๆซึ่งมีอยู่มากมาย ถ้าหากฮอบบิทน้อยมากันตามลำพังคงหลงทางแน่ เขาพยายามเดินเลี้ยววกวนไปมาไม่ให้ถูกติดตาม
      " จะพาเราไปไหน ? " โฟรโดถามโพล่งขึ้น
      " เข้าไปในป่า " สไตรเดอร์ตอบห้วนๆ
      " เราจะรู้ได้ไงว่าเขาคือเพื่อนของแกนดัล์ฟ " เมอร์รี่สงสัย
      " ไม่มีทางเลือกเราต้องเชื่อเขา " โฟรโดทำใจ
      " ว่าแต่เขาจะพาไปไหน " แซมคาดคั้น
      " ไป ริเวนเดลล์ ท่านแกมจี สู่ คฤหาสถ์แห่งเอลรอนด์ " สไตรเดอร์เฉลย
      " ได้ยินมั้ยน่ะ ริเวนเดลล์ เราจะได้เจอพวกเอลฟ์ " โฟรโดทวน
      " ท่านทั้งหลายเราจะไม่หยุดจนกว่าจะมืด " สไตรเดอร์ย้ำ
      " แล้วมื้อเช้าล่ะ " ฟิบปินหิว
      " ก็กินไปแล้ว "
      " กินมื้อหนึ่งใช่ มื้อเช้า มื้อที่ 2 ล่ะ " ฟิบปินโวย
      " เขาไม่รู้ธรรมเนียมเราแน่เลยฟิบปิน " เมอร์รี่เสริม
      " มื้อเที่ยงอีก ยามบ่าย มื้อเย็น มื้อค่ำ น่าจะรู้ไม่ใช่เหรอ " ฟิบปินบ่นหนัก
      " ข้าไม่มั่นใจ "
     คนจรโยนผลแอ๊บเปิ้ลให้แต่ละคนรับไปทานพลางๆก่อน

     " พลังแห่งไอเซ็นการ์ดอยู่ใต้อำนาจท่านแล้วซอรอนเจ้าแห่งพิภพ " ซารูแมนสวามิภักดิ์จอมโฉดสุดชีวิต
      " .. จงสร้างกองทัพที่คู่ควรกับมอร์ดอร์ให้ข้า .. " ภาพนิมิตจากศิลาส่องหล้า(ลูกแก้ว)บอก
      " มีคำสั่งอะไรจากมอร์ดอร์ ดวงตา สั่งอะไรท่าน " สมุนหน้าโหลซัก
      " เรามีงานต้องทำ " ซารูแมนเคร่งขรึมและเอาจริง
     
แกนดัล์ฟมองลงมาจากยอดหอคอย เห็นสมุนซารูมานระดมกำลังโค่นต้นไม้ใหญ่ล้มระเนระนาดทั้งวันทั้งคืน เมืองใต้ดินถูกสร้างใกล้หอคอย พวกนั้นใช้ฟืนสุมไฟหลอมเหล็กตีเป็นดาบ เสื้อเกราะ และหมวกมากมาย ขณะเดียวกันอมนุษย์,ยอดฝีมือถูกปลุกชีพขึ้นมาอีกครั้ง แกนดัล์ฟส่งสารไปกับผีเสื้อป่า บินสู่จุดหมายแห่งหนึ่ง...

โฟรโด     สไตรเดอร์และพวกฮอบบิทเดินทางขึ้นไปบนไหล่เขาด้านตะวันตกของ เวทเธอร์ท็อป พักในซอกผาแห่งหนึ่ง ข้างในเป็นหุบลึกรูปร่างคล้ายชาม บนยอดเขามีวงหินโบราณขนาดใหญ่สภาพผุพัง
      " นี่คือหอสังเกตการณ์แห่ง อะมอนซูล คืนนี้เราพักที่นี่ นี่ของพวกเจ้า " สไตรเดอร์โยนมีดดาบเล็กๆให้ฮอบบิทแต่ละคน " เอาไว้ใกล้ๆตัว ข้าจะไปลาดตระเวนหน่อย รอนี่ "
      พลบค่ำโฟรโดเผลอหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย
      " มะเขือข้าแตก .. ขอเบคอนหน่อยสิ .. โอเค ขอบใจ .. มะเขือเทศมั้ยแซม "
     โฟรตกใจตื่นขึ้นเห็นพรรคพวกก่อกองไฟทำอาหาร " ทำอะไรกันน่ะ ดับไฟซะเจ้าพวกโง่ " ว่าแล้วใช้เท้ากระทืบ,คุ้ยดินกลบฟืนจนไฟมอด
      " เด็ดเลยมะเขือเทศคลุกขี้เถ้า "
      เสียงม้าร้อง เร่งฝีเท้าเข้ามาใกล้ตีนเขา เห็นได้ชัดว่าคือ เจตภูตทั้ง 5 นั่นเอง
      " หนี..! "
      ฮอบบิทน้อยวิ่งขึ้นไปลานประหารบนสุดของยอดเขา
ภูตแหวนย่างกรายออกมาจากซอกเสาหินต้อนทั้งสี่จนมุม หันหลังชนกันถือดาบในมือไว้มั่น แซม,เมอร์รี่,ฟิบปิน ไม่อาจต่อกรได้ โฟรโดถอยหลังสะดุดเท้าล้มลง เขาหยิบเอาแหวนมาสวมนิ้วหายตัวไป ภูตตนหนึ่งยื่นมือจะมาจับแหวนด้วยสัญชาตญาณ แต่โฟรโดชักมือกลับ จึงถูกแทงที่หัวไหล่ แซมโผเข้าหาเมื่อโฟรโดปรากฏร่าง
      " คนจร ช่วยเขาด้วย ! ! ! "
สี่สหายฮอบบิทภูตแหวนสไตรเดอร์อาร์เวน

     
สไตรเดอร์กลับมาทันต่อกรกับอสูรทั้งห้า เพลงดาบเขาไม่เป็นรองอยู่แล้ว ประกอบกับ ไฟ จากคบเพลิงที่ถือในมืออีกข้าง ทำให้เหล่าวายร้ายพ่ายแพ้เผ่นหนีไป
     " เขาถูกฟันด้วยดาบมอร์กูล สุดวิสัยที่ข้าจะเยียวยา ต้องใช้ยาของชาวเอลฟ์ " สไตรเดอร์แบกโฟรโดพาดบ่า
      " อีก 6 วันกว่าจะถึงริเวนเดลล์ เขาต้องไม่รอดแน่ " แซมคาดคะเน โฟรโดละเมอด้วยพิษไข้เรียกหาแกนดัล์ฟ
      " แข็งใจไว้โฟรโด " สไตรเดอร์ปลอบ
      " โฟรโดตัวเย็นชืดเลย เขาจะตายมั้ย "
      " กำลังผ่านเข้าโลกแห่งเงามืด ไม่ช้าจะกลายเป็นเจตภูตเหมือนกัน มันใกล้เข้ามาแล้ว.. รู้จักต้นอะธีลาสมั้ย "
      " อะธีลาส " แซมทำหน้างง
      " คิงส์ฟอยล์ล่ะ ? "
      " คิงส์ฟอยล์ หญ้านี่ "
      " มันอาจช่วยชะลอพิษได้บ้าง เร็วเข้า "
      ต่างคนถือคบเพลิงตระเวนหารอบๆ สไตรเดอร์ไม่ทันระวังตัวถูกสันดาบจ่อคอหอย " อะไรคนจรลืมระวังตัวเหรอ " เจ้าของเสียงผู้เลอโฉมล้อเขาเล่น


อาร์เวนควบม้าพาโฟรโดฝ่าวงล้อมภูตแหวน     " ..โฟรโด ข้า อาร์เวน ข้ามาช่วยเจ้า จงฟังเสียงข้า กลับมาสู่แสงสว่าง.. " โฟรโดลืมตาราวกับมองเห็นนางฟ้าอยู่เบื้องหน้า
      " นางเป็นใคร? " เมอร์รี่ถาม " เป็นพวกเอลฟ์ " แซมตอบ
      " โฟรโด เขาทรุดอีก ท่าทางคงไม่รอดแน่ " อาร์เวนหันหน้ามาทางสไตรเดอร์ " เราต้องพาเขาไปหาพ่อข้า ข้าตามหาท่านมา 2 วันเต็ม "
      " จะพาเขาไปไหน " สไตรเดอร์เคี้ยวหญ้าบดน้ำจุ่มลงรอบแผลที่หัวไหล่ขวาของโฟรโด
      " เจตภูต 5 ตนตามท่านมา ส่วนอีก 4 ตนอยู่ไหน " อาร์เวนสงสัย
      " นั่นข้าไม่รู้ อยู่เป็นเพื่อนพวกฮอบบิท ข้าจะส่งม้ามารับ " คนจรอุ้มโฟรโดพาดหลังม้า
      " ข้าขี่ม้าไวกว่า ข้าพาไปเอง " อาร์เวนกระโดดขึ้นหลังม้าตัวนั้น
      " มันอันตรายเกินไป " คนจรท้วง
      ( " พูดอะไรกันน่ะ " ฟิบปินไม่เข้าใจภาษาพราย )
      " ถ้าข้าข้ามแม่น้ำไปได้ล่ะก็ อำนาจของพวกข้าจะพิทักษ์ ข้าไม่กลัวพวกนั้น "
      " อาร์เวนรีบไป อย่าได้เหลียวหลัง "
      " จะทำอะไรน่ะ พวกเจตภูตดักรออยู่นะ " แซมตะโกนตามด้วยความห่วงใย..

คลื่นถาโถมถล่มภูตแหวนจมน้ำ     
อาร์เวนควบม้าลัดเลาะผ่านสุมทุมพุ่มไม้ ภูตแหวนทั้ง 9 ปรากฏตัวขี่ม้าไล่ล่ากระชั้นเข้ามา โฟรโดซึ่งนั่งอานอยู่หน้าอาร์เวนถึงกับเบิกตาโพรง เมื่อเห็นมือภูตแหวนบางตนเกือบกระชากถึงตัวเขา จากก้นแอ่งทางลาดดิ่งลงไปถึงหาดใกล้กับท้องน้ำตื้นๆพอจะลุยข้ามได้ ณ แห่งนี้คือ ฟอร์ดแห่งริเวนเดลล์ อีกฟากหนึ่งของแม่น้ำเป็นตลิ่งสูงชันสีน้ำตาล แต่ดูเหมือนว่าอาร์เวนและโฟรโดกำลังจะจนมุม
      " ส่งเขามาให้ข้านางเอลฟ์ " เสียงเล็กแหลม แหบพร่าของภูตแหวนดังก้องมา
      " อยากได้ตัวเขาก็มาแย่งเอาสิ "
      อาร์เวนร่ายมนต์ พลันบังเกิดคลื่นพายุรูปฝูงม้ากระโจนถาโถม ถล่มศัตรูหงายหลังจมลึกล่องลอยไปกับสายน้ำเชี่ยวกราก
      " ไม่ อย่า โฟรโดไม่ โฟรโดอย่ายอมแพ้ อย่าเพิ่ง " โฟรโดอาการเพียบหนักเข้าขั้นตรีทูต อาร์เวนโอบกอดเขาไว้ " พรใดที่เป็นของข้า ขอจงผ่านไปสู่เขา ช่วยให้เขารอด ช่วยเขา.."


    next chapter >>
chapters [ 1 ] [ 2 ] [ 3 ] [ 4 ] [ 5 ] [ 6 ]  
-: table of contents :-
Pirachan : พิรฌาน