The Lord of the Rings
คฤหาสน์ลาสต์โฮมลี่เฮ้าส์
4.

โฟรโดกับดาบสติง      โฟรโดตื่นขึ้นและรู้ว่าตนเองกำลังนอนอยู่บนเตียง คล้ายกับฝันร้ายเพิ่งผ่านพ้นไป หรือว่าเขาล้มป่วยลง
      " ข้าอยู่ที่ไหน? " เขาพูดเสียงดังขณะแหงนมองเพดาน
      " เจ้าอยู่ใน คฤหาสถ์แห่งเอลรอนด์ แล้วนี่ก็เป็นเวลา 10 โมงเช้าของวันที่ 24 ตุลาคม ถ้าเจ้าอยากรู้นะ"
      " แกนดัล์ฟ " โฟรโดร้อง
      " ใช่ ข้าอยู่นี่ เจ้าก็โชคดีที่อยู่นี่ด้วย ถ้าช้ากว่านี้ไม่กี่ชั่วโมงเจ้าก็คงไม่รอด แต่เจ้าเข้มแข็งไม่ใช่เล่นฮอบบิทหลานข้า "
      " เกิดอะไรขึ้นแกนดัล์ฟ ทำไมไม่ไปเจอเรา " โฟรโดหนุนหมอนพยุงตัว
     " ข้าขอโทษด้วยโฟรโด ข้าโดนถ่วงเวลา "

      ..บนดาดฟ้าหอคอย
      " มีใครบ้างที่กล้าปฏิเสธไมตรีของซารูมาน ร้ายมาข้าก็ร้ายตอบ มันจบลงแล้ว ถ้าเจ้าไม่ยอมรับอำนาจแหวนก็จงยอมรับจุดจบของเจ้าเอง " ซารูมานเหวี่ยงร่างแกนดัล์ฟหมุนคว้างเกือบตกจากหอคอยอยู่รอมร่อ
      " จ้าวแห่งแหวนมีอยู่เพียงผู้เดียว ผู้เดียวที่สามารถบังคับมันได้ เขาจะไม่แบ่งอำนาจกับใครด้วย " ว่าแล้วแกนดัล์ฟกระโดดเกาะปักษียักษ์โบยบินหายลับไป
      " แสดงว่าเจ้าเลือกความตาย " ซารูมานเค้นเสียง..

แกนดัล์ฟรอนแรมมาถึงริเวนเดลล์ก่อนโฟรโดไม่เท่าไหร่     " พระเจ้าท่านฟื้นแล้ว " แซมโผเข้าหาโฟรโดข้างขอบเตียง
      " แซมแทบไม่ยอมห่างเจ้า "
      " เราเป็นห่วงท่านแทบตาย ใช่มั้ยท่านแกนดัล์ฟ "
      " ด้วยฝีมือรักษาของท่าน เอลรอนด์
แผลเจ้าถึงได้เริ่มหาย "

     " ริเวนเดลล์ขอต้อนรับ โฟรโด แบกกินส์ "
     
เอลรอนด์,ประมุขแห่งริเวนเดลล์ทักทาย
      ขณะโฟรโดดีใจที่พบสหายทั้งสาม แซม,เมอร์รี่ และฟิบปิน เขาเหลือบมองเห็นฮอบบิทผู้เฒ่า " บิลโบ"
      " หวัดดี โฟรโดหลานข้า "
      โฟรโดหยิบหนังสือ จดหมายคืนถิ่น นิทานฮอบบิท ประพันธ์โดย
บิลโบ แบกกินส์ " วิเศษจังเลย "
      " ข้าตั้งใจจะกลับไปตระเวนเล่นในป่าเมิร์กวูด เยี่ยมชมเลคทาวน์ มองภูเขาเดียวดายอีกครั้ง แต่สังขารดูเหมือนไม่เป็นใจซะแล้ว " บิลโบเล่าความปรารถนา
      " ข้าคิดถึงไชร์ " โฟรโดเปิดดูแผนที่ " ชีวิตวัยเด็กของข้า ข้าแกล้งทำเหมือนว่าข้าจากไปที่อื่น ไปกับท่าน ได้ร่วมผจญภัยกับท่าน แต่แล้วการผจญของข้าเองกลับเปลี่ยนเป็นอีกแบบ ข้าไม่เหมือนท่านบิลโบ "
      " หลานรักของข้า " บิลโบสะอื้นไห้กับชะตากรรมอันพลิกผันของโฟรโด


      ณ คฤหาสถ์ลาสต์โฮมลี่เฮ้าส์ ตะวันออกของทะเลใหญ่ซึ่งโฟรโดย้ายเข้ามาพำนักอยู่
     " ข้าลืมอะไรไปนะ " แซมสับสน
      " เก็บของแล้วเหรอ " โฟรโดถามแซม
      " เตรียมพร้อมไว้ไม่เสียหลาย " แซมเก็บเสื้อผ้าใส่เป้
      " ไหนว่าเจ้าอยากเห็นพวกเอลฟ์ไงแซม "
      " ก็อยากยิ่งกว่าอะไร เราทำตามที่แกนดัล์ฟบอกแล้วใช่มั้ย เรานำแหวนมาถึงริเวนเดลล์นี่ แล้วข้าคิดว่าถ้าท่านหายดีแล้วเราก็ควรรีบกลับ..กลับบ้าน "
      " เจ้าพูดถูกแซม เราทำตามที่ถูกมอบหมายแล้ว แหวนจะปลอดภัยอยู่ในริเวนเดลล์ ข้าพร้อมจะกลับบ้านแล้ว " เหมือนยกภูเขาออกจากอกโฟรโด

ข้าอยู่ด้วยแกนดัล์ฟ 3,000 ปีก่อนข้าอยู่ตรงนั้น ตอนที่ อิสซิลดูร์ ได้แหวน ข้าอยู่ด้วย     " เขาแข็งแรงดีแล้ว " เอลรอนด์ชายตาดูโฟรโดแต่ไกล
      " แผลนั้นไม่มีวันหายสนิทแน่ " แกนดัล์ฟกล่าว " มันจะต้องติดตัวเขาไปตลอดชีวิต "
      " แต่มาไกลขนาดนี้โดยพกแหวนติดตัวมาด้วย แสดงว่าเขามีพลังต่อต้านความร้ายกาจของมัน " เอลรอนด์เดินไปตามระเบียง
      " มันเป็นภาระที่เขาไม่สมควรต้องรับ เราจะไม่ขอโฟรโดมากกว่านี้ "
      " แกนดัล์ฟ ศัตรูกำลังเคลื่อนพล กองทัพซอรอนมุ่งมาตะวันออก ดวงตา เขาจับจ้องริเวนเดลล์ ส่วนซารูมานท่านก็บอกว่าเขาทรยศ ซารูมานใช้เวทมนตร์สร้างกองกำลังลูกผสมระหว่าง ออร์ค กับ ก็อบลิน ในถ้ำไอเซนการ์ด กองทัพที่เคลื่อนพลได้ไกลแม้กลางวันแสกๆ ซารูมานกำลังมาหาแหวน พลังของเอลฟ์ไม่อาจต้านความชั่วร้ายนี้ได้ " ประโยคตอนท้ายของเอลรอนด์ทำเอาแกนดัล์ฟผงะ
     " นี่คือภัยต่อมัชฌิมโลกทั้งหมด เราต้องตัดสินใจละว่าจะยุติอย่างไร " เอลรอนด์ขมวดปม
      " ยุคทองของเอลฟ์จบแล้ว พวกเราจะไปจากนี่ " แกนดัล์ฟยังค้างคาใจ " เราไปแล้วท่านจะพึ่งใคร พวกคนแคระเหรอ? "
      " พวกเขาดีแต่ค้นหาความร่ำรวย ใครจะเดือดร้อนยังไงไม่สนหรอก "

      " งั้นต้องฝากความหวังไว้กับพวกมนุษย์ "
      " มนุษย์เหรอช่างอ่อนแอ เผ่าพันธุ์มนุษย์กำลังเสื่อมโทรม เลือดนักสู้แห่งนูเมนอร์ไร้ประโยชน์ เกียรติยศ,ศักดิ์ศรี ถูกหลงลืม "
      " แล้วที่แหวนรอดมาได้ก็เพราะมนุษย์นี่ " แกนดัล์ฟแย้ง
      " ข้าอยู่ด้วยแกนดัล์ฟ 3,000 ปีก่อนข้าอยู่ตรงนั้น ตอนที่ อิสซิลดูร์ ได้แหวน ข้าอยู่ด้วย ในวันที่มนุษย์เริ่มเสียหลัก ข้านำเขาเข้าสู่ใจกลางของภูมรณะ ที่ๆแหวนถูกหลอมที่เดียวที่จะทำลายมันได้ ถ้าอิสซิลดูร์โยนแหวนลงไปมันก็ควรจะจบเมื่อวันนั้น แต่ความชั่วร้ายยังลอยนวล เขาเก็บแหวนไว้ เชื้อสายกษัตริย์ถูกทำลาย ไม่มีความเข้มแข็งเหลืออยู่ในโลกของมนุษย์ พวกเขาแตกแยกปราศจากผู้นำ " เอลรอนด์สรุป
      " มีคนเดียวที่จะกอบกู้ได้ คนเดียวที่มีสิทธิ์ครองบัลลังก์แห่งกอนดอร์ " แกนดัล์ฟหวัง
      " เขาหันหลังให้ทางสายนั้นนานแล้ว เขาเลือกเนรเทศตัวเอง.." นัยน์ตาเอลรอนด์เหม่อลอย


เจ้าบอกจะครองคู่กับข้า จะยอมสละ ชีวิตอมตะ อย่างที่พวกเจ้าเป็น


     
โบโรเมียร์มองดูภาพวาดประดับผนัง - ยุทธภูมิที่ทุ่งดากอร์ลัด ก่อนหยิบดาบปลายหัก 3 ท่อนหน้ารูปปั้นขึ้นมา
      " เศษดาบแห่งนาร์ซิล ดาบที่ตัดเอาแหวนจากมือซอรอนยังคมอยู่ " โบโรเมียร์เผลอลูบคมดาบ นิ้วมือถูกบาดเลือดไหลซิบ " แต่ก็แค่สมบัติที่แตกหัก..! " เขาทำดาบหล่นลงพื้น และไม่ยอมเก็บขึ้นไว้ที่เดิม

เป็นสิทธิ์ของข้าที่จะมอบให้ใคร เหมือนหัวใจข้า     
สไตรเดอร์ก้มลงเก็บดาบนั้นวางไว้ด้วยความนอบน้อม อาร์เวนย่องเงียบมาด้านหลัง
     " ทำไมต้องกลัวอดีตด้วย ท่านคือทายาทอิสซิลดูร์ ไม่ใช่ตัวอิสซิลดูร์ ชะตาท่านจะไม่เหมือนเขา "
      " เลือดเขาอยู่ในกายข้า ความอ่อนแอของเขา " สไตรเดอร์ระทม
      " เวลาจะมาถึง ท่านจะเผชิญกับความชั่วร้าย และท่านจะพิชิตมัน เงามืดยังไม่ได้ครอบงำ ไม่ครอบงำท่าน ไม่ครอบงำข้า จำครั้งแรกที่เราเจอกันได้มั้ย "
      " ข้านึกว่าข้าหลงเข้าไปในความฝัน "
     " นั่นหลายปีมาแล้ว ท่านดูไม่กังวลเหมือนที่เป็นตอนนี้ จำที่ข้าบอกท่านได้มั้ย "
      " เจ้าบอกจะครองคู่กับข้า จะยอมสละ ชีวิตอมตะ อย่างที่พวกเจ้าเป็น "
      " และนั่นคือคำมั่น ข้าขอใช้ชีวิตชาติเดียวร่วมกับท่าน แทนการเผชิญโลกยืนยาวเพียงลำพัง ข้าเลือกชีวิตแบบสามัญ "
     " เจ้ายอมเพื่อข้าไม่ได้ "
      " เป็นสิทธิ์ของข้าที่จะมอบให้ใคร เหมือนหัวใจข้า "

เอลรอนด์,ประมุขแห่งริเวนเดลล์เป็นประธานที่ประชุม     เสียงระฆังกังวานดังขึ้นเป็นสัญญานเรียกประชุมของเอลรอนด์ มุขระเบียงด้านหนึ่งของคฤหาสถ์มีเหล่าผู้กล้ามาชุมนุมกัน
      " อาคันตุกะต่างถิ่น สหายเก่าแก่ เรามาชุมนุมกันเพื่อรับมือพวกมอร์ดอร์ มัชฌิมโลกกำลังตกอยู่ในมหันตภัย ใครก็ไม่อาจหนีรอด ไม่ร่วมมือกันเราก็ล่มสลาย ทุกเผ่าพันธุ์ล้วนมีชะตากรรมร่วมกัน หยิบแหวนออกมาโฟรโด " เอลรอนด์เปิดประเด็น
     
โฟรโดก้าวออกมา,เอาแหวนวางไว้บนโต๊ะกลางที่ประชุม
      " แสดงว่าเรื่องจริง อวสานแห่งมวลมนุษย์ มันคือของขวัญ ของขวัญแด่ศัตรูของมอร์ดอร์ ทำไมไม่ใช้มันล่ะ นานมาแล้วที่พ่อข้า,ผู้พิทักษ์แห่งกอนดอร์ สกัดการรุกรานของพวกมอร์ดอร์ พี่น้องเราหลั่งเลือดเพื่อปกป้องดินแดนของพวกท่าน จงมอบอาวุธของศัตรูให้แก่กอนดอร์ให้เราใช้สู้กับมัน " โบโรเมียร์กระหายอำนาจ
     " ท่านคุมมันไม่ได้ ไม่มีใครคุมได้ แหวนประมุขขานรับ ซอรอน เท่านั้น มันไม่มีเจ้านายอื่นอีก " สไตรเดอร์แย้ง
      " คนพเนจรจะมารู้เรื่องอะไร " โบโรเมียร์ตาเขียว
      " เขาไม่ใช่คนจรธรรมดา เขาคือ อารากอร์น โอรสแห่งอาราทอร์น ท่านควรสวามิภักดิ์ " เลโกลัสเผย
      " อารากอร์น ทายาทอิสซิลดูร์ ? " โบโรเมียร์จ้องหน้าคนจรเขม็ง
      " และทายาทบัลลังก์แห่งกอนดอร์ " เลโกลัสย้ำ
      " นั่งเถอะ เลโกลัส " อารากอร์น(สไตรเดอร์,คนจร)โบกมือไม่อยากต่อความยาว

โฟรโดวางแหวน" เอกธำมรงค์ " ต่อหน้าเหล่าผู้กล้า     " กอนดอร์ไม่มีกษัตริย์ และไม่ต้องการกษัตริย์ " โบโรเมียร์ทิ้งท้าย ก่อนกลับเข้าไปนั่งประจำที่เช่นกัน
      " อารากอร์นพูดถูก เราไม่อาจใช้มันได้ " แกนดัล์ฟเห็นด้วย
      " ทางเลือกมีทางเดียว แหวนจะต้องถูกทำลาย " เอลรอนด์เสนอ
      " งั้นจะรออะไรล่ะ..! " กิมลี่,คนแคระร่างล่ำป้อมยกฆ้อนทุบแหวนแล้วตัวกระดอนหงายหลัง ฆ้อนพัง แหวนยังคงอยู่
      " ต่อให้ใช้เวทมนตร์ไหนๆ ก็ทำลายมันไม่ได้ กิมลี่,บุตรแห่งกลออีน แหวนถูกหลอมขึ้นมากลางไฟแห่งภูมรณะ จะทำลายก็ต้องไปที่นั่น ต้องนำมันเข้าไปในดินแดนมอร์ดอร์แล้วโยนกลับสู่เบ้าหลอมที่สร้างมันมา ใครสักคนจะต้องทำ " เอลรอนด์ชี้ทางรอด

      " เดินเข้าแดนมอร์ดอร์ไม่ใช่เรื่องง่าย ยามประตูดำไม่ได้มีเฉพาะพวกออร์ค ยังมีปีศาจที่ไม่เคยหลับไหล และนัยน์ตามหึมาคอยจับจ้องอยู่ตลอด แผ่นดินไหว ข้างในก็ระอุด้วยไฟ เถ้า และ ธุลี อากาศที่หายใจเต็มไปด้วยละอองพิษ กำลังคนเป็นหมื่นก็ทำอะไรไม่ได้ ขืนบุกก็โง่ " โบโรเมียร์ส่ายหน้าไม่เอาด้วย
     " ไม่ได้ยินที่ท่านเอลรอนด์พูดเหรอ แหวนจะต้องถูกทำลาย " เลโกลัสกร้าว
      " งั้นท่านก็อาสาซะเลยสิ " กิมลี่ประชด
      " หากเราล้มเหลวท่านคงเหยียบซ้ำสินะ " เลโกลัสหยัน
      " ถ้าซอรอนได้แหวนคืน แล้วอะไรจะเกิดขึ้น " โบโรเมียร์ทึกทัก
      " ข้ายอมตายดีกว่าจะเห็นแหวนตกอยู่ในมือพวกเอลฟ์ ไม่มีใครไว้ใจเอลฟ์ " กิมลี่ยัวะ
      ขณะทุกคนลุกขึ้นโต้เถียงไม่ยอมกัน แกนดัล์ฟขอโวยบ้าง " ไม่เข้าใจกันบ้างเหรอ มัวแต่เถียงกัน ซอรอนแก่กล้าขึ้นทุกที ไม่มีใครรอดแน่ "

จงมอบอาวุธของศัตรูให้แก่กอนดอร์ให้เราใช้สู้กับมัน     " ข้าจะไปเอง " โฟรโดสุดทนโพล่งปาก " ข้าจะเอาแหวนไปที่มอร์ดอร์ถึงแม้ข้าจะไม่รู้ทาง " โฟรโดพูดกับแกนดัล์ฟพลอยทำให้ทุกคนตะลึง หยุดทะเลาะกัน
      " ภารกิจนี้ข้าจะช่วยเจ้า โฟรโด แบกกินส์ ตราบที่มันเป็นภาระของเจ้า " แกนดัล์ฟหนุน
      " ต่อให้สละชีวิตปกป้องเจ้า ข้าก็พร้อม ด้วยดาบของข้า " อารากอร์นน้อมรับ
      " และคันศรของข้า " เลโกลัส,พรายหนุ่ม
      " และขวานข้า " กิมลี่
      " ชะตาเราอยู่ในมือของเจ้า,หนุ่มน้อย ถ้านี่คือความเห็นชอบของที่ประชุม กอนดอร์จะช่วยเจ้าลงมือ " โบโรเมียร์ก็เช่นกัน
      " ท่านโฟรโดจะไปไหนโดยไม่มีข้า " แซมแหวกพุ่มไม้ออกมา
      " แน่นอนมันแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะจับเจ้าแยกจากเขา แม้ในยามประชุมลับ โดยที่เจ้าไม่ได้รับเชิญ " เอลรอนด์พูดเสียดสีแซมที่แอบฟัง
     " เราจะไปด้วย ถ้าจะห้ามก็จับเรายัดกระสอบส่งกลับบ้าน " เมอร์รี่เอาด้วย
     " ยังไงก็ต้องมีพวกสมองใสร่วมทางด้วยถ้าเป็น..ภารกิจแบบนี้ " ฟิบปินตามติด
     " งั้นเจ้าหมดสิทธิ์ฟิบ " แซมแซว
      " ผู้ร่วมทางทั้ง 9 จงเป็นตามนั้น พวกเจ้าคือ
พันธมิตรแห่งแหวน,The Fellowship of The Ring " เอลรอนด์สถาปนา
      " ยอด แล้วเราจะไปไหน? " ฟิบปินหลวมตัวโดยไม่รู้เป้าหมาย

เกราะ " มิธริล " จะคุ้มครองเจ้าได้ต่อไป..     " ดาบคู่ใจข้าคมเฉียบรับไป " บิลโบยกดาบให้โฟรโด
      " เบาจังเลย " โฟรโดชักดาบออกดู
      " ใช่ ฝีมือช่างเอลฟ์น่ะ คมดาบเป็นสีฟ้าเมื่อพวกออร์คเข้าใกล้ แล้วเมื่อไหร่ที่เป็นสีนั้นเจ้ายิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ และนี่เครื่องประดับ มิธริล เบาดุขขนนกแต่แข็งแกร่งเหมือนเกล็ดมังกร ไหนเจ้าลองสวมดูซิ เร็วสิ " บิลโบเหลือบมองเห็นสร้อยคอคล้องแหวน " แหวนของเจ้า ข้าอยากเหลือเกินที่จะสัมผัสมันอีกเป็นครั้งสุดท้าย ( เอื้อมมือจะจับแต่ดึงกลับด้วยความรังเกียจ ) ข้าเสียใจที่ทำให้เจ้าลำบากหลานข้า ข้าเสียใจที่เจ้าต้องมาแบกรับภาระนี้ เสียใจสำหรับทุกอย่าง.."


    next chapter >>
chapters [ 1 ] [ 2 ] [ 3 ] [ 4 ] [ 5 ] [ 6 ]  
-: table of contents :-
Pirachan : พิรฌาน