The Lord of the Rings

5.

      ...คณะพันธมิตรแห่งแหวนเดินข้ามสะพาน ค่อยๆไต่ลดเลี้ยวขึ้นไปตามทางเดินยืดยาวสูงชัน ซึ่งนำออกไปสู่นอกหุบผาริเวนเดลล์ ในที่สุดก็มาถึงทุ่งโล่ง สายลมพัดหวีดหวิวผ่านต้นหญ้ารกๆ...
      " เราต้องเลียบทิศตะวันตกของเทือกเขาหมอกไป 40 วัน ถ้าโชคช่วยช่องเขาโรฮันจะยังคงเปิดรอเราอยู่ ทางจะเลี้ยวไปตะวันออกสู่มอร์ดอร์ " แกนดัล์ฟกล่าวระหว่างเดินทาง
      ช่วงพักแซมเตรียมกับข้าวให้โฟรโด
โบโรเมียร์สอนเพลงดาบให้กับเมอร์รี่และฟิบปิน
      " ถ้าใครจะถามความเห็นข้าซึ่งก็ไม่มีใครถาม ข้าว่าเราอ้อมมาไกลเกินไป แกนดัล์ฟเราน่าจะลัดผ่านเหมือง มอเรีย ได้ บาลิน ญาติข้าจะต้อนรับเราอย่างกับราชา " กิมลี่เสนอ
      " ไม่กิมลี่ ข้าไม่ยอมผ่านมอเรียนอกจากเราไม่มีทางเลือกอื่น "
     เมอร์รี่กับฟิบปินเข้าคู่ซ้อมดาบกับโบโรเมียร์ เลโกลัสเพ่งมองท้องฟ้านภากาศ " อะไรน่ะ?" แซมหันไปมองตาม
      " กลุ่มเมฆน่ะ ไม่มีอะไร " กิมลี่บอก
      " เคลื่อนเร็วมากสวนทางลมด้วย " โบโรเมียร์เผลอมองจึงถูกฟิบปินและเมอร์รี่คลุกวงในเสียหลัก
      "
เครไบน์ จาก ดันแลนด์ " เลโกลัสตะโกนบอกฮอบบิทน้อยหลบ จากนั้นทุกคนซ่อนตัวหลังก้อนหินใหญ่และพุ่มไม้ ฝูงวิหคร่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว
      " สายสืบ
ซารูมาน เส้นทางทิศใต้มียามเฝ้า เราต้องไปช่องแคบ คาราธราส " แกนดัล์ฟนำทางผ่านเนินเขาซึ่งปกคลุมด้วยหิมะ

     เกล็ดหิมะขาวหม่นพรูว่อนอยู่ในอากาศ ปลิวเข้าตา
โฟรโดประกอบกับพื้นลื่นทำให้เขาล้มกลิ้ง โบโรเมียร์ตามไปช่วยจึงเก็บสร้อยใส่แหวนได้
      " โบโรเมียร์ คืนแหวนให้โฟรโด " อารากอร์นกำชับ มือกุมดาบแน่น
      " ตามบัญชา ข้าไม่สนแหวนนั่นหรอก " โบโรเมียร์ยื่นแหวนให้โฟรโด,ตบศีรษะเบาๆ นัยน์ตาลุกวาวด้วยความโลภ
      ฝูงวิหคบินกลับฐานใต้ดิน ณ ลานดูดาวบนยอด
หอคอยออร์ธังค์ ซารูมานกำลังเพ่งกระแสจิต " แกนดัล์ฟจะพาพวกข้ามคาราธราสงั้นรึ ถ้าล้มเหลวล่ะจะไปทางไหนต่อ หากขุนเขาหฤโหดปราบเจ้าอยู่หมัดจะเลี่ยงไปทางที่อันตรายกว่ามั้ย "
      " มีเสียง
คำรามมาตามสายลม " เลโกลัสชะงัก

     " ซ า รู ม า น " แกนดัล์ฟตะโกนท้าทาย พลันหิมะบนยอดเขาร่วงลงมา
      " เขาพยายามจะให้ภูเขาถล่ม แกนดัล์ฟเราต้องรีบถอย " อารากอร์นแนะนำ
      " ไม่..! " แกนดัล์ฟรั้น ซารูมานเสกสายฟ้าฟาด หิมะและก้อนหินถล่มซ้ำ เลโกลัสดึงแกนดัล์ฟหลบใต้ชะง่อนผา
      " เราต้องรีบลงจากเขาไปที่
ช่องแคบโรฮัน เลี้ยวไปตะวันตกคือถิ่นข้า " โบโรเมียร์เสนอ
      " ทะลุ
เหมืองมอเรียไปดีกว่า " กิมลี่บอก
      " มอเรียเจ้ากลัวที่จะเข้าไปในเหมืองนั่น คนแคระจอมโลภขุดมันซะพรุนไปหมด เจ้ารู้ว่า พวกนั้น รออยู่ในความมืดแห่ง คาซัดดูม ( ดวอร์โรว์เดล์ฟ ) เงามืด และเปลวไฟ " เสียงซารูมานขู่มากับสายลมกระโชก
      " ให้ผู้ครองแหวนตัดสินเถอะ " แกนดัล์ฟโบ้ยมาทางโฟรโด
      " เราจะลอดเหมืองไป " โฟรโดไม่มีทางเลือก

     ...อาทิตย์อัสดงกำลังสาดแสงเรืองอร่ามไปทั่งฟากฟ้าตะวันตกอันเย็นเยียบ เบื้องหน้านั้นทะเลสาบสีดำแผ่ตัวอยู่อย่างสงบนิ่ง ไม่มีเงาของท้องฟ้าหรือตะวันตกดินสะท้อนให้เห็นบนผิวน้ำดำครึ้มนั้นเลย ถัดจากพื้นน้ำน่าพรั่นพรึง คือหน้าผากว้างใหญ่ตั้งตระหง่านขวางกั้นอยู่ที่ปลายสุดทาง มองไม่เห็นวี่แววประตูทางเข้าหรือรอยแยกบนหน้าผาหินทะมึนทึนนั้น...
      " กำแพงแห่งมอเรีย " กิมลี่รู้จักดี
      " ไหนขอดูซิ อิธิลดิน อ่านได้เฉพาะใต้แสงดาวและเดือน " แกนดัล์ฟเดินเข้าไปลูบคลำกำแพงหิน เมื่อท้องฟ้าเปิด แสงเดือนจรัส ตัวอักษรพรายเรียงโค้งเปล่งแสง รูปฆ้อนกับทั่งอยู่ใต้มงกุฏ กับดวงดาวเจ็ดดวง ปรากฏขึ้นตามลำดับ " แปลว่า ทวารแห่งดูริน จ้าวแห่งมอเรีย ไขด้วยวลี ไมตรีเบิกทาง "
      " ท่านว่ามันหมายความว่าไง " เมอร์รี่อยากรู้
      " ไม่ยุ่งยากอะไรถ้าเจ้าคือมิตรเพียงเอ่ยรหัสลับประตูก็จะเปิด " แกนดัล์ฟใช้ไม้เท้าดัน ท่องคาถาสารพัดคำปริศนา แต่ไม่บังเกิดผล พรรคพวกถึงกับนั่งเซ็ง
     " เหมืองไม่ใช่ที่เหมาะสำหรับม้า ต่อให้กล้าหาญอย่าง บิล " อารากอร์นปล่อยเชือก
      " ลาก่อนบิล " แซมอาลัยม้าคู่ชีพที่ช่วยบรรทุกสัมภาระ " ไปซะบิล ไปสิ "
      " ไม่ต้องห่วงแซม มันรู้ทางกลับบ้าน " อารากอร์นปลอบ
      " อย่าทำให้น้ำไหวนะ " อารากอร์นเตือนเมอร์รี่ตอนขว้างก้อนหินเล่น คลื่นใต้น้ำกระเพื่อมเหมือนสัตว์ประหลาดว่ายมา ระหว่างนั้นแกนดัล์ฟหมดปัญญาเปิดประตู
      " มันเป็นปริศนาไขด้วยวลี ไมตรีเบิกทาง ไมตรี ภาษาเอลฟ์ว่าไงนะ " โฟรโดเฉลียวใจ
      " เมลลอน " แกนดัล์ฟพูดจบคำ ประตูเปิดออก แต่ละคนเดินเข้าไป..


      " ไม่ช้าท่านจะได้เพลิดเพลินกับอัธยาศัยของคนแคระเจ้าบ้าน เล่นรอบกองไฟ เหล้าเบียร์ ซี่โครงย่างร้อนๆ เพราะที่นี่คือบ้านของบาลิน,ญาติข้าเอง แต่พวกเขาเรียกมันว่าเหมือง..เป็นเหมือง " กิมลี่รำพึง
      " นี่ไม่ใช่เหมือง มันคือ
สุสาน " โบโรเมียร์ท้วง
      แสงสว่างใต้ช่องแสงใกล้ๆบานประตู ทำให้ทุกคนแลเห็นซากกระดูกศพมากมายกองปะปนอยู่กับดาบหักๆ หัวขวาน โล่ และ หมวก เกราะที่บุบและแตก
      " ไม่.." กิมลี่ตกใจฟั่นเฟือน
      " ก็อบลิน " ลีโกลาสดึงลูกศรปักหัวกระโหลกออก ทุกคนชักดาบเตรียมพร้อม
      " เราต้องกลับไปช่องเขาโรฮัน เราไม่น่ามาที่นี่เลย รีบออกไปจากที่นี่เร็วเข้า " โบโรเมียร์เผ่นพรวดพ้นประตู

      เหมือนหนีเสือปะจระเข้ โฟรโดถูกหนวดสัตว์ประหลาดคล้าย
ปลาหมึกยักษ์เกี่ยวขาลากลงไปในหนองน้ำ แซมใช้มีดตัดปลายหนวดได้ทัน สักพักสารพัดหนวดยาวเฟื้อยพุ่งขึ้นมาจู่โจมพวกเขาใหม่ โฟรโดถูกพันยกร่างลอยสูงลิ่ว อารากอร์นฟันฉับ โฟรโดตกลงมาโบโรเมียร์อุ้มไว้ทัน
     " เข้าไปในเหมือง เลโกลัส เข้าไปในถ้ำเร็ว " โบโรเมียร์บอกพรายธนู
     สัตว์ประหลาดโถมขึ้นมา กลางลำตัวคาปากประตู มันดิ้นรนใช้หนวดเกี่ยวสะเปะสะปะดึงผนังถ้ำพังทับปิดทาง
      " เราเหลือทางเลือกทางเดียวคือต้องเผชิญหน้ากับความมืดแห่งมอเรีย ระวังให้มากด้วยในขุมลึกนี่ยังมีอะไรเก่าแก่ และร้ายกาจกว่าพวกออร์ค อย่าส่งเสียง กว่าจะไปถึงทางออกอีกฟากก็ 4 วัน " แกนดัล์ฟจุดปลายไม้เท้าส่องแสง เดินนำตามขั้นบันได
      " ช่วยกันหวังเถอะว่ามันจะไม่สังเกตเห็นเรา " ฟิบปินกระซิบบอกแซม
      " ข้าไม่คุ้นเคยกับที่นี่เลย " แกนดัล์ฟเปรย
     " ข้าว่าหลงทางแน่ " ฟิบปินบ่น   " แกนดัล์ฟใช้สมองอยู่ " เมอร์รี่บอก
      " เมอร์รี่ ข้าหิวแล้ว " ฟิบปินไส้บิด

หลายๆชีวิตสมควรตาย หลายชีวิตที่ตายสมควรอยู่      " มีอะไรบางอย่างอยู่ข้างล่างนั่น " โฟรโดมองเห็นดวงตาเหลืองซีดคู่หนึ่ง
      " นั่น กอลลั่ม เขาตามพวกเรามา 3 แล้ว " แกนดัล์ฟเฉลย
      " หนีจากคุก บารัดดูร์ ได้เหรอ "
      " ไม่หนีก็โดนปล่อยมา เขาทั้งรักทั้งชังแหวน เหมือนกับที่รักและชังตัวเขาเอง เขาไม่มีวันตัดใจจากมันได้เลย " แกนดัล์ฟนั่งพักเหนื่อย
      " น่าสมเพชที่บิลโบไม่ฆ่าเขาเมื่อมีโอกาส "
      " สมเพชเหรอ บิลโบต่างหากที่น่าสมเพช หลายๆชีวิตสมควรตาย หลายชีวิตที่ตายสมควรอยู่ เจ้าคืนชีวิตให้พวกเขาได้มั้ยล่ะ จงอย่าคิดตัดสินชะตาใครต่อใครดีกว่า แม้ผู้รอบรู้ยังไม่อาจหยั่งรู้อนาคต ใจข้าบอกว่ากอลลั่มยังมีบทบาทต้องเล่น ไม่ว่าดีหรือเลวก่อนที่เรื่องนี้จะยุติ ความน่าสมเพชของบิลโบพลิกชะตาหลายๆคน " แกนดัล์ฟสลดใจ

      " ข้าภาวนาไม่อยากให้แหวนมาหาข้า ภาวนาไม่อยากให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น "
      " ทุกคนก็ภาวนาแบบเจ้า แต่พวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจ ที่เราต้องตัดสินใจก็คือจะทำอย่างไรกับเวลาที่เราเหลืออยู่ นอกจากพลังชั่วร้ายแล้วโลกนี้ยังมีพลังรูปแบบอื่นๆอีกโฟรโด บิลโบถูกลิขิตให้พบแหวน เช่นเดียวกับเจ้าถูกลิขิตให้ต้องรับช่วง คิดแบบนั้นแล้วจะมีกำลังใจ " แกนดัล์ฟเหลือบตามองขึ้น " ไปทางนั้น "
      " เขาจำทางได้แล้ว " เมอร์รี่คิด
      " เปล่า แต่ข้างล่างนี่ไม่มีกลิ่นสาบสาง ยามสับสน เมริอาดอค จงเชื่อจมูกตัวเอง " แกนดัล์ฟสอน " ขอสว่างอีกนิดนะ จะเสี่ยงก็ยอม ระวังนครแห่งดวอโรว์เดล์ฟ อาณาจักรของคนแคระ "
      " นี่สิตระการตาของแท้แน่นอน " แซมตะลึง

แกนดัล์ฟฉุนเฉียวที่ฟิบปินทำโครงกระดูกศพหล่นในบ่อ..พลพรรคไม่ได้รับเชิญเร่งฝีเท้าย่างกรายเข้ามา !     ลำแสงลอดช่องจากเพดาน ส่องกระทบแท่นหินสี่เหลี่ยมผืนผ้ากลางห้องสูงประมาณ 2 ฟุต มีอักขระจารึกบนแผ่นหินสีขาวไว้ชัดเจน
      " ไม่.." กิมลี่คุกเข่ากำสรวลข้างโลงศพบรรพบุรุษ
      " ที่ฝังร่าง บาลิน บุตรแห่งฟุนดิน นายเหนือหัวแห่งมอเรีย เขาตายแล้ว เหมือนที่ข้าหวั่น " แกนดัล์ฟถอดหมวกฝากไว้กับฟิบปิน หยิบสมุดบันทึกมาซาร์บูล จากข้อกระดูกมือ เป่าฝุ่น
      " เราต้องไปต่อ รอช้าไม่ได้แล้ว " เลโกลัสปรึกษาอารากอร์น
     " พวกมันยึดสะพานและโถงถ้ำด้านนอก ..เราปิดทางเข้าแล้ว เราไม่มีทางหนี เงาวูบไหวในความมืด เราออกไปไม่ได้ พวกมันกำลังมา.. " แกนดัล์ฟอ่านลายมือภาษามอเรีย,เดล,พราย ปรากฏสลับช่วง คราบเลือดเปรอะ ทั่วกระดาษแทบมองไม่เห็นตัวหนังสือ
     ฟิบปินเผลอทำโครงกระดูกร่วงหล่นตกลงไปในบ่อข้างๆ
      " เจ้า ทูค โง่เง่า เพราะความโง่ของเจ้าจะพาเราซวยไปด้วยรู้มั้ย " แกนดัล์ฟดึงหมวกกลับ
     เสียง ตูม ประหลาดดังสะท้อนขึ้นมาจากเบื้องล่าง ถี่ขึ้นราวเสียงรัวกลองศึก เสียงเป่าเขา เสียงโห่ร้องกรูเกรียว พลพรรคไม่ได้รับเชิญเร่งฝีเท้าเข้ามา
      " พวกออร์ค " เลโกลัสเผยอปาก
     โบโรเมียร์พุ่งตัวใช้ไหล่กระแทกปิดบานประตูด้านหนึ่ง ลูกธนูหลายดอกพุ่งเสียบเฉียดตัวเขาหวุดหวิด
      " ถอยไป ไปอยู่ใกล้ๆแกนดัล์ฟ " อารากอร์นบอกพวกที่เหลือ ช่วยโบโรเมียร์งับบานประตูนั้น
      " มันมีภูตเฝ้าถ้ำ " โบโรเมียร์รับขวาน,หอกจากเลโกลัสไขว้กันปิดล็อกไว้
      " ให้มันมา มอเรียยังมีคนแคระที่มีลมหายใจเหลืออยู่ " กิมลี่หวังล้างแค้น


      พวก
ออร์คยำตีนพังประตูเข้ามา ตัวสุดท้ายคือโทรลล์ร่างยักษ์ ลำพังพวกผีร้ายไม่อาจคณามือเหล่าผู้พิทักษ์แหวน บางตัวกลายเป็นเป้าเคลื่อนที่ให้เลโกลัสซ้อมยิงธนู โบโรเมียร์กับอารากอร์นสังหารพวกมันไปหลายศพ แม้กระทั่งแซมยังสามารถพิชิตมันได้ตนหนึ่ง เมอร์รี่กับฟิบปินวิ่งหนีผีร้ายจ่าฝูง,มีลูกน้องฝูงใหญ่กรูตามมาที่ประตูเบื้องหลัง แกนดัล์ฟปราดเข้าไปรับมือ โฟรโดเผชิญหน้ากับโทรลล์จึงต้องคอยหลบหลีกเป็นพัลวัล
     เจ้ายักษ์ปัญญาอ่อนเหวี่ยงกระบองมั่ว เสาหินและกำแพงพังเป็นแถบๆ พรรคพวกตามมาช่วยก็ไม่อาจต้านทาน โฟรโดจนมุมและถูกมันทิ่มหอกใส่กลางหน้าอก ทุกคนตะลึงงัน ฮอบบิทน้อยที่เหลือกระโดดเกาะไหล่มันใช้ดาบฟัน แต่ถูกสลัดตกพื้นจุกแอ่ก เลโกลัสยิงธนูถูกจุดอ่อนตรงคอหอยทำให้มันล้มตึงสิ้นฤทธิ์
อารากอร์นเขย่าร่างโฟรโด..
      " เขายังอยู่ " แซมบอก
      " ข้าไม่เป็นไร ข้าไม่เจ็บ " โฟรโดสูดหายใจขัดๆ
      " เจ้าน่าตายนะ หอกนั่นทะลุหนังหมูป่าได้สบาย " อารากอร์นประหลาดใจ
      " เจ้าฮอบบิทคนนี้มีดีกว่าที่เราเห็น " แกนดัล์ฟยิ้ม
      " มิธริล(เสื้อเกราะ) มีอะไรแปลกๆอยู่เรื่อยนะแบกกินส์ " กิมลี่ตาวาว
      " ไปที่สะพานคาซัดดูมเร็ว " แกนดัล์ฟไม่รอช้า

     เบื้องหน้าคือห้องโถงใหญ่มหึมาห้องหนึ่ง กลางห้องมีเสาหินสูงตระหง่านตั้งเรียงรายอยู่สองฝาก แกะสลักเป็นรูปทรงคล้ายต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาค้ำหลังคาไว้ พวกออร์คผุดขึ้นมาจากใต้ดิน โผล่ลงมาจากเพดานไต่ตามเสายั้วเยี้ยะ รายล้อมคณะพันธมิตร หมายรุมกินโต๊ะ มีเสียงคำรามดังจากอีกด้าน เปลวเพลิงแดงฉานแผ่รังสีกระเพื่อมใกล้เข้ามา พวกผีร้ายเผ่นแน่บหายเกลี้ยง      
      " บัลร็อก,ยมทูตแห่งดูริน พวกเจ้าไม่มีทางต่อกรได้ หนี..! "
      เหล่าผู้กล้ามาจนตรอกปลายสุดของห้องโถง พื้นห้องยุบตัวลงกลายเป็นเหวลึก
      " พาพวกเขาไปอารากอร์น สะพานอยู่ใกล้ๆนี่เอง ทำตามข้าสั่ง ใช้ดาบสู้ไม่ได้แล้ว " แกนดัล์ฟวิ่งรั้งท้ายคล้ายจะหมดแรง

      มีทางเดียวที่จะไปถึงประตูคือ ข้ามสะพานหินแคบๆทอดข้ามเหว ไม่มีขอบหรือราวกั้น เดินได้ทีละคน ลูกธนูลอยสาดเข้ามา เลโกลัสยิงโต้
อสูรไฟมาถึงสะพานแล้ว แกนดัล์ฟยืนปักหลักอยู่ตรงกลางเผชิญหน้ากัน เงาดำแผ่ทะมึนยกแส้ขึ้นหวด มืออีกข้างถือดาบฟันเปรี้ยงลงมากระทบดาบแกลมดริงของแกนดัล์ฟ
      " เจ้าข้ามมาไม่ได้ ข้าคือผู้รับใช้แห่งอัคนีปริศนา อำนาจของเปลวเพลิงอะนอร์ ไฟกาฬไม่อาจช่วยเจ้าได้ พระเพลิงแห่งอูตุน จงกลับไปสู่เงามืด ข้าไม่ให้เจ้าข้าม " แกนดัล์ฟยกไม้เท้ากระทุ้งลงพื้นสะพาน คำรามเสียงกึกก้อง
     เปลวไฟสีขาวสว่างจ้า สะพานแตกออกจากกันใต้เท้า
บัลร็อก ร่างของมันลอยลิ่วตกลงสู่เหวเบื้องล่าง ส่งเสียงร้องน่าสยดสยอง ขณะลอยคว้างอยู่นั้นมันตวัดแส้รัดตัวพ่อมดเทา กระชากร่างเขาไปที่ขอบสะพาน
      " หนีไป เจ้าพวกโง่ " แกนดัล์ฟสั่งเสีย ปล่อยมือเกาะขอบสะพาน ร่างร่วงผล็อยตามปรปักษ์
      สะพานส่วนที่เหลือพังถล่ม ทุกคนตะลึงพรึงเพริดจ้องมองไปในหุบเหว
      " ไม่..! " โฟรโดครวญ โบโรเมียร์อุ้มหนีไปอีกด้าน แซม,เมอร์รี่ และฟิบปินร้องไห้ทำใจไม่ได้
     ลูกธนูผีร้ายยังปลิวว่อนจากเบื้องหลังเป็นระยะ ทั้งหมดวิ่งตะลีตะลานขึ้นบันได ผ่านประตูใหญ่เปิดเป็นช่องสว่างอยู่เบื้องหน้า เมื่อหันกลับไปความมืดแผ่ทะมึนอยู่ในช่องประตูภายใต้เงาครึ้มของขุนเขา ลึกลงไปใต้พื้นโลก เสียงรัวกลอง ตูม ตูม ค่อยๆเงียบหายไป...


    next chapter >>
chapters [ 1 ] [ 2 ] [ 3 ] [ 4 ] [ 5 ] [ 6 ]  
-: table of contents :-
Pirachan : พิรฌาน