The Lord of the Rings
อาร์โกนาธ เสาหินคู่แห่งราชา ,อิสซิลดูร์ และ อนาร์ออน
6.

โ ฟ ร โ ด .. เจ้ามาหาเราเหมือนเช่นฝีเท้ามรณะ เจ้านำมหันตภัยมาสู่ที่นี่,ผู้ครองแหวน      ...คณะเดินทางบ่ายหน้าไปตามถนนซึ่งตัดมาจากประตูมอเรีย ทอดคดเคี้ยวเลียบลำธารตื้นๆจนเป็นลำน้ำเชี่ยว รองรับน้ำจากลำธารสายอื่นๆอีกหลายสาย ไหลมาจากขุนเขาระยะทางไกลหลายไมล์ ที่ซิลเวอร์โลดไหลไปบรรจบแม่น้ำสายใหญ่ลัดเลี้ยวสู่ที่ต่ำ หายลับไปในไอแดดสีทองของป่า ลอธลอริเอน
     ดินแดนที่งดงามที่สุดในบรรดาที่อยู่ของ พราย ไม่มีที่ไหนเหมือน เพราะฤดูใบไม้ร่วงใบไม้ในป่านี้จะไม่ผลัดใบ แต่จะเปลี่ยนเป็นสีทองจนกว่าฤดูใบไม้ผลิจะมาถึง ใบเก่าจึงจะร่วงไป...
      " อย่าแตกฝูงล่ะฮอบบิท ลือกันว่าป่านี้มีแม่นางผู้วิเศษคนหนึ่ง แม่มดชาวเอลฟ์มีฤทธิ์ร้ายกาจน่าดู ใครเผลอมองนางเข้าจะต้องมนตร์สะกด และสาปสูญไปตลอดกาล " กิมลี่เตือน
      " โ ฟ ร โ ด .. เจ้ามาหาเราเหมือนเช่นฝีเท้ามรณะ เจ้านำมหันตภัยมาสู่ที่นี่,ผู้ครองแหวน " เสียงลึกลับแว่วมากับสายลม ได้ยินเฉพาะโฟรโดผู้เดียว
      " โฟรโด ! " แซมจับไหล่ โฟรโดจึงได้สติ
      " อย่างข้านี่แม่มดสะกดไม่ง่ายหรอก ตาข้าน่ะไวเหมือนเหยี่ยว หูไวเหมือนจิ้งจอก " กิมลี่โม้ไม่ลืมหูลืมตา เผลอตกอยู่ในวงล้อมพลธนูแห่ง กาลาธริม ( พฤกษาชน )
      " คนแคระน่ะหายใจดัง ขนาดมืดๆเราก็ยิงถูก " พรายหนุ่มหัวหน้าเผ่าก้าวออกมา
      " ฮัลเดียร์ แห่งลอริเอน เรามานี่มาขอความช่วยเหลือจากท่าน ขอท่านคุ้มครองเราด้วย " อารากอร์นคารวะ
      " อารากอร์นป่านี้มีแต่ภัยร้าย ไปกันดีกว่า " กิมลี่ระแวง
      " เจ้าเหยียบย่างเข้าอาณาเขตของนางไม้แล้ว เจ้าจะกลับไม่ได้ มา นางรออยู่ " เจ้าถิ่นบอกกฏ

ลอร์ดเคเลบอร์น และ เลดี้กาลาเดรียล      
ฮันเดียร์นำคณะพันธมิตรสู่ คารัสกาลาธอน นครของชาวกาลาธริม ที่พำนักของ ลอร์ดเคเลบอร์น และ เลดี้กาลาเดรียล พวกเขาเดินขึ้นบันไดเวียนรอบต้นมัลลอร์นยักษ์ ระหว่างกิ่งก้านมี เฟลต หลายแห่งห้อยโตงเตง ปลายสุดคือ ทาลัน ลานกว้างคล้ายดาดฟ้าเรือเข้าสู่เรือนรับรอง
      " นี่มีมา 8 แต่ตอนออกจากริเวนเดลล์มี 9 บอกซิแกนดัล์ฟไปไหน เพราะข้าอยากคุยกับเขาเหลือเกิน " ลอร์ดเคเลบอร์น,ผู้สูงศักดิ์เอ่ยทัก
      " เขาตกลงไปในห้วงเงามืด คณะพันธมิตรยืนอยู่บนคมหอกคมดาบ พลาดนิดเดียวก็จะพ่ายถึงกาลอวสานกันหมด " เลดี้กาลาเดรียลจ้องหน้าโบโรเมียร์เขม็งเหมือนล่วงรู้จิตใจ แล้วหันหน้ามาทางแซม " แต่ความหวังยังมีถ้ากลุ่มนี้ตั้งใจจริง อย่าให้จิตใจพวกเจ้าหวั่นไหว ไปพักผ่อนก่อน พวกเจ้าทั้งเหนื่อยล้า ทั้งเสียขวัญ ทั้งเศร้าโศก คืนนี้พวกเจ้าจะหลับอย่างสบาย ขอต้อนรับโฟรโดแห่งไชร์ ผู้เห็น ดวงตา พญามาร "

      คืนนั้นทั้งหมดนอนพักบนพื้นดิน เป็นที่ถูกใจฮอบบิทน้อยยิ่งนัก ( กลัวความสูง ) พวก
พรายกางกระโจมพักให้อยู่ใต้ร่มไม้ใกล้ๆกับน้ำพุ เสียงเพลงบรรเลงขับกล่อมแว่วมา
      " มิธรันเดียร์
บทเพลงไว้อาลัยแกนดัล์ฟ เศร้าสร้อยเกินกว่าจะบรรยาย สำหรับข้าความโศกสลดยังคงอยู่ " เลโกลัสเปร
     " พักผ่อนซะ เขตนี้ถูกป้องกันอย่างดีแล้ว " อารากอร์น
      " อยู่นี่ข้าไม่สงบแน่ ข้าได้ยินเสียงนางในสมองข้า นางพูดเรื่องพ่อข้าและกอนดอร์ที่ล่มสลาย นางบอกข้าว่าแม้ตอนนี้ความหวังก็ยังมี แต่ข้าไม่อาจมองเห็น เราเลิกหวังมาตั้งนานแล้ว พ่อข้าเปี่ยมด้วยคุณธรรมแต่ล้มเหลวเรื่องปกครอง และเรา คนของเราสิ้นศรัทธา เขาหวังให้ข้าช่วยกอบกู้ ข้าเองก็ตั้งใจอยากเห็นกอนดอร์กลับรุ่งเรืองอีกครั้ง ท่านเคยเห็นบ้างมั้ยอารากอร์น หอคอยสีขาวแห่ง เอคเธอเลี่ยน โดดเด่นเป็นประกายดุจไข่มุกสีเงิน ธงทิวปลิวไสวกลางสายลมยามเช้า ท่านเคยถูกเรียกให้กลับบ้านด้วยเสียงแตรเงินกังวานใสบ้างมั้ย " โบโรเมียร์ปริวิตก
      " ข้าเคยเห็นนครสีขาวนานมาแล้ว " อารากอร์น
      " สักวันหนทางจะพาเราไป และยามบนหอคอยจะขานรับว่า จ้าวแห่งกอนดอร์กลับมาแล้ว " โบโรเมียร์เพ้อพก


โฟรโดกับกระจกเงาแห่งกาลาเดรียลเลดี้กาลาเดรียลกับเรือหงส์คอยส่งพันธมิตรสู่ที่หมายเลดี้กาลาเดรียลอวยพรแก่โฟรโด

      ขณะทุกคนหลับใหล
โฟรโดละเมอเดินเข้าไปในอุทยานซึ่งเปิดโล่ง ไม่มีต้นไม้ใหญ่ เลดี้กาลาเดรียลรอเขาอยู่,ทรงรินน้ำจากคนโทเงินไหลลงถาดแบนกว้างเหนือแท่นเตี้ยๆ แกะลวดลายคล้ายต้นไม้แผ่กิ่งก้านสาขา
      " จงมองเข้าไปในกระจกสิ "
      " ข้าจะเห็นอะไร ? " โฟรโดยังสะลึมสะลือ
      " ผู้รอบรู้ที่สุดก็ไม่อาจตอบได้ เพราะกระจกบานนี้เปิดเผยหลายๆสิ่ง สิ่งที่เคยเป็น สิ่งที่เป็นอยู่ และบางสิ่ง..ที่ยังไม่ได้ผ่านเข้ามา "
     โฟรโดก้มมองเงาสะท้อนจากผิวน้ำคล้ายกระจกเงา จากมืดกลายเป็นชัดใสแจํว ภาพนั้นสลับกันปรากฏ ..
เลโกลัส,ไฟไหม้ฮอบบิทตัน,เหล่าศัตรู,แซมถูกจับเป็นเชลยล่ามโซ่ที่ขากับเหล่าทาส ณ ดินแดนแห้งแล้งทุรกันดาร ดวงตา เจ้าอสูร,ล้อมรอบด้วยเปลวเพลิง " ข้าจะเป็นใหญ่เหนือทุกชีวิตบนโลกนี้ " โฟรโดหัวทิ่มไปข้างหน้า แหวนที่ห้อยคออยู่หนักอึ้ง หลุดจากคอเสื้อเกือบสัมผัสผิวน้ำ เขารีบดึงกลับ
     " ข้ารู้ว่าเจ้าเห็นอะไร เพราะข้าอ่านใจเจ้าได้เหมือนกัน มันคือสิ่งที่จะผ่านเข้ามา ถ้าเจ้าล้มเหลวพรรคพวกเจ้าจะแตกแยก มันเริ่มขึ้นเรียบร้อยแล้วด้วย เขาจะพยายามช่วงชิงแหวน เจ้ารู้ข้าหมายถึงใคร ทีละราย มันจะทำลายทุกคน ถ้าท่านเอ่ยปากขอข้า ข้าจะมอบแหวนประมุขให้ " เลดี้กาลาเดรียลสะกดจิตโฟรโดยื่นแหวนให้ " เจ้าจะให้ข้าเปล่าๆงั้นรึ ข้าไม่ปฏิเสธว่าใจข้าก็ปรารถนามันเช่นกัน
ในอาณาจักรมืดเจ้าจะมีราชินีรูปโฉมงดงามไม่อัปลักษณ์ แต่ชั่วโฉดดุจอรุณรุ่ง เล่ห์ลึกร้ายเฉกมหาสมุทร แกร่งยิ่งกว่าบรรดารากฐานของพิภพ ทุกคนจะรักข้า และชะตาขาด " ใบหน้านางมืดมัว,ถูกโมหะครอบงำ สั่นสะท้านก่อนกลับสู่ภาวะปกติ " ข้าผ่านการทดสอบ(ละอายใจตัวเอง) ข้าจะสละยศฐา หลบเร้นไปตะวันตก ข้าจะยังเป็นกาลาเดรียล "
      " ข้าทำคนเดียวไม่ไหว " โฟรโดขอร้อง
      " เจ้าครอบครองแหวนอยู่โฟรโด จะต้านอำนาจแหวนประมุขต้องทำโดยลำพัง ภาระนี้ถูกมอบหมายให้กับเจ้า และถ้าเจ้าหาหนทางไม่พบก็ไม่มีใครแล้ว "
      " งั้นข้ารู้แล้วต้องทำไง เพียงแต่ข้ากลัวที่จะทำ "
     " แม้แต่ผู้เล็กที่สุดก็เปลี่ยนแปลงอนาคตได้ "

     
คณะพันธมิตรแยกกันขึ้นเรือบดสีเทาลำเล็ก 3 ลำ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ลำที่ 1.อารากอร์น,โฟรโด,แซม ลำที่ 2.โบโรเมียร์,เมอร์รี่,ฟิบปิน และลำที่ 3.เลโกลัส,กิมลี่ ทั้ง 3 ลำแล่นโดยใช้พายขนาดสั้น,ใบพายแบนใหญ่ เมื่อออกจากท่าตีวงเลี้ยวแคบๆ กลับเรือในลำน้ำก็พบเรือหงส์อีกฟากฝั่งซึ่งมี เลดี้กาลาเดรียล ยืนเด่นเป็นสง่าโบกมือให้
      " ...ลาก่อน โฟรโด แบกกินส์ ข้ามอบแสงแห่งเอเรนดิล ดาวที่เราหวงแหน ขอให้มันส่องสว่างเพื่อเจ้าในที่มืด ยามที่แสงอื่นๆ ดับลง... "


ออร์คลุย..!อูรุกไฮ

      " เจ้ารู้มั้ยพวกออร์คกำเนิดขึ้นมาได้อย่างไร ครั้งหนึ่งเคยเป็นพวกเอลฟ์ ถูกครอบงำโดยอำนาจมืด ถูกทรมานสับแขนขา รูปแบบชีวิตที่น่าสยดสยอง บัดนี้สมบรูณ์แบบนักรบ อูรุกไฮ ของข้า เจ้ารับใช้ใคร "
      " ซ า รู ม า น "
      " ตามล่ามันอย่าได้หยุดจนกว่าจะเจอตัว เจ้าไม่รู้จักเจ็บ ไม่รู้จักกลัว เจ้าจะได้ลิ้มรสมนุษย์ หนึ่งในพวกมนุษย์พกพาสิ่งที่สูงค่า จงจับมาเป็นๆ อย่าให้บุบสลาย คนอื่นๆฆ่าให้หมด " ซารูแมนกำชับสมุนเอก

      ...เรือบด 3 ลำล่องอยู่กลางแม่น้ำ อันดูริน ซึ่งไหลเชี่ยวและเล็กแคบลง ขนาบด้วยสันผามหึมาสองข้าง มองเห็นแต่ไกลคือ อาร์โกนาธ เสาหินคู่แห่งราชา(
อิสซิลดูร์ และ อนาร์ออน )ทรงยืนจำหลัก หันพระพักตร์สู่ทิศเหนือ หัตถ์ซ้ายยกขึ้นห้าม หัตถ์ขวากุมพระแสง เหนือพระเศียรทรงมาลาเหล็ก และมงกุฏปรักพัง พระเดชานุภาพ,ความสง่างามยังแผ่บารมีเจิดจรัส...
      " โฟรโดนั่นอาร์โกนาธ ข้าอยากแหงนหน้ามองบรรพกษัตริย์มานานแล้ว บรรพชนข้า " อารากอร์นภูมิใจ
     เรือน้อยจอดเทียบฝั่งใกล้เนิน
พาร์ธกาเลน ก่อนถึงน้ำตกเรารอส
      " พอมืดเราจะข้ามทะเลสาบ เอาเรือซ่อนแล้วออกเดินเท้าต่อ เราจะเข้ามอร์ดอร์จากทางเหนือ " อารากอร์นอธิบาย
      " เหรอ เรื่องหาทางทะลุผ่านเอมินมูอิลยังพอทำเนา ต่อให้เข้าเขาวงกตมีแต่หินแหลมก็ยังไหว แต่ถัดจากนั้นเลือดตาแทบกระเด็นแน่ มีแต่ที่ลุ่มเฉอะแฉะเหม็นหึ่งไกลสุดลูกหูลูกตา " กิมลี่บ่น
      " นั่นล่ะเส้นทางเรา ขอแนะนำให้ท่านนอนพักให้หายหมดแรงก่อน " อารากอร์นแหย่
      " ใครว่าหมดแรง " กิมลี่แย้ง
      " ไปตอนนี้เถอะ " เลโกลัสรบเร้า
      " ไม่ พวกออร์คลาดตระเวนฝั่งตะวันออก เราต้องรอ,พรางตัวในความมืด " อารากอร์นแนะ
     " บางอย่างเข้ามาใกล้เรา ข้ารู้สึก " เลโกลัสกล่าวจากใจ
      " คนแคระไม่มีหมดแรงหรอก จำไว้ฮอบบิทน้อย " กิมลี่ประชด หอบฟืนจากป่ามากองสุม
     " โฟรโดล่ะ ? " เมอร์รี่เอะใจ อารากอร์นมองเห็นโล่ของโบโรเมียร์ทิ้งไว้ใต้โคนต้นไม้เช่นกัน

โบโรเมียร์ถูกอำนาจแหวนครอบงำ เป็นที่มาให้โฟรโดไม่ไว้ใจใครอีก และคณะพันธมิตรแตกสลายในที่สุด..    
โฟรโดปลีกตัวเดินเรื่อยเปื่อยอยู่ในป่าตามทางเดินเก่าๆ ขึ้นบันไดหินสู่เนินสูง เขาอยู่ระหว่างตัดสินใจว่าจะเลือกไปทางใดต่อ ไปตะวันตกกับโบโรเมียร์ช่วยกอนดอร์ทำสงคราม หรือไปตะวันออกสู่แดนมรณะ กับแยกย้ายกันไปตามใจแต่ละคน
      " พวกเราไม่ควรแตกกลุ่มนะโดยเฉพาะเจ้า หลายอย่างขึ้นอยู่กับเจ้าโฟรโด " โบโรเมียร์อุ้มฟืนออกจากป่า " ข้ารู้ทำไมเจ้าหามุมสงบ เจ้าเป็นทุกข์ ข้าเห็นอย่างนั้นทุกวี่ทุกวัน แน่ใจนะว่าไม่ได้เป็นทุกข์โดยไม่จำเป็น ยังมีวิธีอื่นโฟรโด มีทางเลือกที่เราเลือกได้ "
      " ข้ารู้ท่านจะพูดอะไร มันดูท่าทางจะเข้าท่า แต่ใจข้าก็ยังหวาดหวั่น " โฟรโดถอยห่าง
      " หวั่นเหรอ เรื่องอะไร เราทุกคนกลัวโฟรโด แต่ถ้าใช้ความกลัวเป็นที่ตั้ง ความ หวังเราก็ดับวูบ เจ้าเห็นมั้ยมันบ้าชัดๆ " โบโรเมียร์สาวเท้ามาหา
      " ไม่มีทางเลือกอื่นหรอก "
      " ข้าขอแค่พลังที่จะปกป้องพวกพ้องของข้า " โบโรเมียร์ทิ้งดุ้นฟืนโครม " ถ้าเจ้ายอมให้ข้ายืมแหวน "
      " ไม่ "
      " เจ้ากลัวอะไรข้าไม่ใช่โจร "
      " ท่านไม่ใช่ตัวท่าน "
      " คิดเหรอเจ้าจะมีโอกาส พวกมันเจอเจ้าแน่ มันจะได้แหวนไป เจ้าจะร้องขอความตายให้พ้นทรมาน เจ้ามันโง่ เจ้าน่ะโชคร้ายที่ได้รับมันมา มันควรเป็นของข้า เอามาให้ข้า "
      " ไม่..! "
     
โบโรเมียร์หน้ามืดกระโดดแย่งแหวน โฟรโดรีบสวมมันหายตัวไป (ไม่ลืมถีบโบโรเมียร์ 1 ที)
      " ข้าอ่านใจเจ้าออก เจ้าจะเอาแหวนไปให้ซอรอน เจ้าจะหักหลังเรา เจ้าจะไปตายและพาเราไปตายด้วย ข้าขอแช่งเจ้าพวกกึ่งมนุษย์ โฟรโด ข้าทำอะไรไปเนี่ย โฟรโด ข้าขอโทษ " โบโรเมียร์คลุ้มคลั่ง

อารากอร์นฝ่าวงล้อม     โฟรโดวิ่งสะเปะสะปะขึ้นไปตามทางเดินสู่เนินเขาอะมอนเฮน เขาหยุดพักหอบหายใจ นั่งบนบัลลังก์หินเก่าแก่ ในหมอกทึมปรากฏภาพ บารัดดูร์,ป้อมปราการของซอรอน ดวงตา พญามาร "
มันจะแตกแยก " โฟรโดตกใจถอดแหวน ถอยพลัดหล่นลงมา
      " โฟรโด " อารากอร์นย่องมาข้างหลัง
     " มันครอบงำโบโรเมียร์แล้ว "
      " แหวนอยู่ที่ไหน? "
      " ถอยไป " โฟรโดวิ่งหนีไม่ไว้ใจ
      " โฟรโดข้าสาบานจะปกป้องเจ้า "
      " ปกป้องข้าจากท่านได้มั้ยล่ะ ท่านจะทำลายมันมั้ย "
      " ข้าคิดจะไปกับเจ้าจนถึงที่สุด ไปให้ถึงใจกลางไฟแห่งมอร์ดอร์ " อารากอร์นก้มลงคุกเข่า กุมมือโฟรโดไว้กับแหวน
      " ข้ารู้ ดูแลคนอื่นๆด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แซม เขายังไม่เข้าใจ "
      " ไปเถอะโฟรโด ไป " อารากอร์นชักดาบ เช่นเดียวกับโฟรโด,สติงเปลี่ยนเป็นสีฟ้า ทั้งคู่ตกอยู่ในวงล้อมพวกออร์ค อารากอร์นฝ่าด่านพาโฟรโดหนีออกไป แซมเจอโฟรโดแต่เขากลับเมิน,หนีไปคนเดียว
      " ตามเจ้ากึ่งมนุษย์ หามันให้เจอ " อูรุกไฮคำราม
      เลโกลัสและกิมลี่ตามมาช่วยอารากอร์นสังหารศัตรูตายเกลื่อน โฟรโดแอบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ เมอร์รี่และฟิบปินหลบอยู่ใต้โพรงรากไม้ เรียกโฟรโดเข้าไปแต่โฟรโดปฏิเสธ ผีร้ายกระจายกำลังเดินเรียงแถวหน้ากระดานดุ่มๆมา เมอร์รี่และฟิบปินตะโกนท้าทายเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ โบโรเมียร์ช่วยทั้งคู่ได้ทันก่อนจนมุม,เป่าแตรเขาสัตว์แจ้งเหตุร้ายให้พันธมิตรที่เหลือรู้ตัว
     " เสียงแตรแห่งกอนดอร์ " เลโกลัสอึ้ง

อูรุกไฮ สมุนเอกซารูมาน     
อูรุกไฮยิงธนูสังหารโบโรเมียร์ อารากอร์นมาช่วยไม่ทัน สมุนอูรุกไฮจับตัว,แบกเมอร์รี่และฟิบปินไปเป็นเชลย อารากอร์นฆ่าอูรุกไฮล้างแค้นแทนโบโรเมียร์(เจ้าผีดิบถูกฟันคอ หัวกลิ้งหลุนๆ)
     " พวกตัวเล็กโดนจับไป " โบโรเมียร์แจ้งอารากอร์น
      " นิ่งๆ " อารากอร์นประคองศีรษะโบโรเมียร์ ลูกธนู 3 ดอกเสียบคาร่างเขา
      " โฟรโด โฟรโดอยู่ไหน "
      " ข้าให้โฟรโดหนีไป "
      " ท่านทำสิ่งที่ข้าไม่ได้ทำ ข้าพยายามแย่งแหวนจากเขา " โบโรเมียร์หน้าซีดเผือด อาการเข้าขั้นตรีทูต
      " ตอนนี้แหวนอยู่ไกลเกินเอื้อมแล้ว "
      " อภัยข้าด้วย ข้าหน้ามืดตามัว ข้าทำให้ทุกคนผิดหวัง " โบโรเมียร์สารภาพ
      " เปล่าโบโรเมียร์ ท่านสู้อย่างผู้กล้า ท่านทำสมศักดิ์ศรีแล้ว "
      " ไม่ต้อง " โบโรเมียร์ไม่อยากให้อารากอร์นดึงลูกธนูออก " มันจบแล้ว โลกมนุษย์ใกล้อวสานแล้ว ทุกอย่างจะอยู่ในความมืด เมืองของข้าจะย่อยยับ "
      " ไม่รู้ในเลือดข้ามีความกล้าพอหรือไม่ แต่สาบานว่าข้าจะไม่ยอมให้นครสีขาวพินาศหรือชาวเราพินาศ " อารากอร์น
      " ผู้คนของเรา คนของเรา ข้าน่าจะได้อยู่ติดตามช่วยท่าน แม่ทัพของข้า ราชาของข้า.." โบโรเมียร์สิ้นใจ
      " เป็นสุขเถอะ บุตรแห่งกอนดอร์ " อารากอร์นจุมพิตหน้าผากโบโรเมียร์



      " ข้าภาวนาไม่อยากให้แหวนมาหาข้า ไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้น " โฟรโดทุกข์ระทม จิตประหวัดถึงถ้อยคำของแกนดัล์ฟ " ทุกคนก็ภาวนาแบบเจ้า แต่พวกเขาไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจ ที่เจ้าต้องตัดสินใจคือจะทำอย่างไรกับเวลาที่เจ้าเหลืออยู่ "
     โฟรโดเข็นเรือออกสู่ลำน้ำ พายไป
      " โฟรโด อย่า " แซมเดินลุยน้ำไปที่เรือ
      " ไม่ อย่าแซม กลับไปแซม ข้าจะไปมอร์ดอร์ตามลำพัง "
      " แน่นอนท่านจะไป และข้าจะไปกับท่าน " น้ำสูงเพียงคอ แซมตะเกียกตะกายว่าย
      " เจ้าว่ายน้ำไม่เป็น " โฟรโดกลับเรือพายมา,ฉุดแซมขึ้นจากใต้น้ำ
      " ข้าต้องรักษาสัญญาโฟรโด ข้าสัญญาไว้ อย่าให้คลาดสายตา แซมไวส์ แกมจี และข้าจะไม่พลาด ข้าต้องไม่พลาด " แซมละล่ำละลัก คงกินน้ำไปหลายอึก
      " แซมไปกันเถอะ "

     อารากอร์นทำพิธีลอยศพโบโรเมียร์สู่ธารน้ำตกเรารอส
      " เร็วเถอะ โฟรโดกับแซมจะถึงฝั่งตะวันออกแล้ว..ท่านจะไม่ตามพวกเขาหรือ " เลโกลัสเร่ง
      " ชะตาโฟรโดไม่ขึ้นอยู่ในมือเราแล้ว " อารากอร์น
      " งั้นทั้งหมดนี่ก็สูญเปล่า คณะของเราแตกซะแล้ว.." กิมลี่เซ็ง
      " ไม่ ถ้าเรายังจริงใจต่อกัน เราจะไม่ทิ้งให้เมอร์รี่กับฟิบปินถูกทรมานจนตาย " อารากอร์นประสานมือกับเลโกลัส และกิมลี่ " ในเมื่อยังมีแรงสู้ อะไรไม่จำเป็นทิ้งไว้ที่นี่ เราต้องคล่องตัว ไปล่าออร์คกันเถอะ "
      " เยี่ยม ! " กิมลี่คึก

     โฟรโดและแซมปีนป่าย เอมิลมูอิล,ทิวเขาสีเทา มองไปสู่อีกฝากหนึ่งเห็นควันฝุ่นสีแดงพวยพุ่งจากดินแดนแห่งเงามหากาฬ
      " มอร์ดอร์ หวังว่าพวกเขาคงเจอทางที่ปลอดภัยกว่า " โฟรโดเปรย
      " คนจรจะดูแลพวกเขา " แซมหวังเช่นนั้น
      " ข้าไม่คิดว่าเราจะได้เจอพวกเขาอีก "
      " ก็ไม่แน่ท่านโฟรโด ไม่แน่ "
      " แซม ดีใจที่เจ้ามาด้วย.."


อำลาลอธรอริเอน
      
    end   text by piraChan re-write from Thai-subtitle UNITED

chapters [ 1 ] [ 2 ] [ 3 ] [ 4 ] [ 5 ] [ 6 ]  
-: table of contents :-
Pirachan : พิรฌาน