แกนดัล์ฟ อารากอร์น เลโกลัส และ กิมลี่ มุ่งหน้าสู่เอโดราส
2.

แกนดัล์ฟรอดตายจากการต่อสู้กับอสูรไฟบัลร็อค นิวลุค และ ฉายาพ่อมดขาว     
อารากอร์น เลโกลัส และ กิมลี่ เดินทางหาร่องรอยพวกฮอบบิทเข้าไปใน ป่าฟังกอร์น เขาพบรอยเท้าเพิ่มขึ้นอีกที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ชายป่า
     " เลือดออร์ค " กิมลี่เด็ดใบไม้เปื้อนหยดเลือดมาดู " ร่องรอยนี้ดูแปลกนะ อากาศในนี้อับทึบจัง "
     " นี่เป็นป่าโบราณ เก่าแก่มาก อบอวลด้วยความทรงจำ ความโกรธกริ้ว ต้นไม้เหล่านี้กำลังคุยกันน่ะ " เลโกลัสว่า
     " กิมลี่ลดขวานลง " อารากอร์นหวาดหวั่นใจอย่างประหลาด
     " บางอย่างอยู่ข้างนอกนั่น " เลโกลัส
     " เจ้าเห็นอะไร "
     " พ่อมดขาว กำลังมา "
     พลันบุรุษลึกลับรูปร่างสูงใหญ่ สวมฮู้ด,เสื้อคลุมมอซอ ปรากฏตัวอยู่บนเนินหิน ท่ามกลางแสงอาทิตย์สาดส่องทะแยงตา
     " อย่าปล่อยให้เขาพูด เขาจะร่ายมนต์สะกดเรา " กิมลี่ชูขวาน อารากอร์นชักดาบออกจากฝัก ส่วนเลโกลัสขึ้นลูกง้างคันธนู " เราต้องชิงลงมือก่อนแล้ว..! "

     ทั้งสามพุ่งศาสตราวุธไปที่เป้าหมายเดียวกันแต่กระดอนกลับมาหมด
     " พวกเจ้ามาตามรอยฮอบบิทน้อยสองคน "
     " พวกเขาอยู่ไหน? " อารากอร์น
     " พวกเขาผ่านทางนี้ไปตั้งแต่เมื่อวานซืน พวกเขาเจอผู้ที่ไม่คาดคิด สบายใจรึยังล่ะ "
     "
ท่านเป็นใครแสดงตัวมา.. "
     บรุษลึกลับขยับตัวพ้นจากแสงตะวันจ้า เห็นใบหน้าชัดเจน
     " เป็นไปไม่ได้ " อารากอร์นตะลึง เลโกลัส กับ กิมลี่ คุกเข่าคารวะ เข้าใจว่าเป็นดวงวิญญานท่านผู้เฒ่า " ท่านตกลงไป.. "
     " ฝ่าเปลวไฟลงในธาร จากห้วงที่ลึกที่สุด สู่ยอดสูงสุด ข้าสู้กับ บัลร็อค ,อสูรไฟจนในที่สุดข้าก็คว่ำศัตรูได้ แล้วเหวี่ยวซากมันไปบนเชิงผา ความมืดครอบงำข้า ทำให้สติข้าเลอะเลือน ดาวเดือนเคลื่อนคล้อยข้ามหัวไป และทุกๆวันช่างยาวนานราวชั่วอายุขัย แต่ก็ใช่จะถึงจุดจบ ข้าฟื้นคืนชีพอีกครั้ง ข้าถูกส่งกลับมาจนกว่าภารกิจจะบรรลุ.. "
     " แกนดัล์ฟ "
     " ใครๆก็เรียกข้าอย่างนั้น แกนดัล์ฟ พ่อมดเทา นั่นชื่อเก่าข้า ปัจจุบันข้า แกนดัล์ฟ พ่อมดขาว และข้ากลับมาหาพวกเจ้าเมื่อเหตุการณ์พลิกผัน " เสื้อคลุมสีเทาถูกเหวี่ยงทิ้ง เผยให้เห็นชุดขาวใหม่เอี่ยม
     " การเดินทางขั้นแรกจบลงแล้ว ขั้นต่อไปกำลังเริ่ม สงครามถึงโรฮันแล้ว เราต้องรีบไปให้ถึง เอโดราส " แกนดัลฟ์นำทีมออกมาทุ่งหญ้าชายป่าฟังกอร์น ผิวปากเรียกอาชาคู่ใจ
     " นั่นเป็นม้าพันธุ์ เมอารัส ถ้านัยน์ตาข้าไม่ฝาดไป " เลโกลัส
     " ชาโดว์แฟ็กซ์ มันคือม้าที่ดีที่สุด ร่วมเผชิญอันตรายกับข้ามาหลายครั้งแล้ว "

เอโอวีนกำลังจะเป็นนกน้อยในกรงทองของกริม่า     แกนดัล์ฟขี่ชาโดว์แฟ็กซ์ อารากอร์นขี่ฮาซูเฟล เลโกลัส และ กิมลี่ขี่อาร็อด ออกเดินทางไป เมดูเซลด์ วังหลวงของราชา เธโอเดน
     " เอโดราสกับปราสาททองแห่ง เมดูเซลด์ ที่ประทับ เธโอเดน กษัตริย์แห่งโรฮัน ซึ่งตอนนี้สติฟั่นเฟือน อำนาจอันแข็งแกร่งของซารูมานอยู่เหนือพระองค์มาก ระวังปากคำให้ดี อย่าคิดว่าที่นี่จะต้อนรับเรา " แกนดัล์ฟควบม้าต่อ
     ณ เมดูเซลด์ พระราชวังทองของเธโอเดน โอรสแห่งเธงเกล กษัตริย์มาร์กแห่งโรฮัน..
     " ฝ่าบาทตอนนี้พระโอรสตายแล้ว เสด็จลุงจะไม่ไปดูเขา ไม่ทำอะไรเลยเหรอ " เอโอวีน
     " เอโอวีน เขาคงสิ้นใจในยามราตรี นางคงเศร้าที่องค์กษัตริย์ต้องสูญเสียโอรส และรัชทายาทเพียงองค์เดียว ข้าเข้าใจดีว่าเจ้าทำใจลำบาก โดยเฉพาะในยามที่พี่ชายเจ้าทอดทิ้งเจ้าไป " กริม่าใช้มือแตะไหล่ปลอบประโลม เธอสบัดหน้าหนีด้วยความรังเกียจยิ่ง
     " อย่ามายุ่งกับข้านะ " ลุกขึ้นเดินถอยห่างออกไป

     " เจ้าตัวคนเดียวแล้วนี่ ใครจะรู้เจ้าพูดอะไรกับความมืด ในราตรีอันเปลี่ยวเหงาที่ชีวิตเจ้าหดเล็กลง เหมือนกับผนังห้องนอนเจ้าบีบตัวเข้ามา ขังหัวใจปรารถนาไว้ในกรงทอง งามแท้แต่เย็นชา (เอื้อมมือแตะข้างแก้มนาง) เหมือนเช้าตรู่ฤดูใบไม้ผลิที่ยังไม่ตัดขาดจากลมหนาว "
     
" ข้ารู้เจ้าคือยาพิษ " เอโอวีนเดินออกจากท้องพระโรงมายืนสงบนิ่งข้างนอก ลมพัดกระโชกผืนธงปลิวตกลงไปเบื้องล่าง

     ผู้กล้าทั้งสี่ควบม้าเข้าไปในตัวเมืองเอโดรัส หยุดอยู่หน้าประตูวัง
     " ป่าช้ายังน่ารื่นรมย์กว่านี้ " กิมลี่
     " ข้ายอมให้ท่านพกพาอาวุธเข้าเฝ้าองค์เธโอเดนไม่ได้นะ แกนดัล์ฟ เป็นคำสั่งของ กริม่า เวิร์มทัง " ฮาม่า ,ทหารรักษาประตูวังแจ้งกฏระเบียบ
     " แกนดัล์ฟพยักหน้าให้สหายร่วมทางปลดอาวุธ ดาบ ธนู ขวาน มอบให้ทหารยาม
     " ไม้เท้าด้วย "      
     " คนแก่ไม่มีไม้เท้าจะให้เดินได้ยังไงกันเล่า " แกนดัล์ฟแกล้งงอน

แกนดัล์ฟคลายมนต์สะกดของซารูมาน เมื่อพระราชาเธโอเดนฟื้นคืนสติ ก็ทราบว่าพระโอรสสิ้นพระชนม์แล้ว

     " ฝ่าบาท แกนดัล์ฟ พ่อมดเทา มา เขาคือตัวเสนียดจัญไร " กริม่าทูลกระซิบ
     " เดี๋ยวนี้ระเบียบการเข้าเฝ้าเปลี่ยนไปมากนะ ท่านเธโอเดน " แกนดัล์ฟโวย
     " อย่าต้อนรับเขา " กริม่าบอกบท
     " ทำไมข้าต้องต้อนรับท่าน แกนดัล์ฟ สตอร์มโครว์ " เธโอเดน
     " ถามได้ตรงประเด็นฝ่าบาท .. ดึกดื่นป่านนี้แล้วยังมีนักเล่นกลสั่วๆโผล่มากวนใจ แบบนี้น่าจะชื่อ ไอ้เวรตะไล ไสหัวไป..! " กริม่าเย้ยหยัน
     " หุบปากเถอะ รีบเก็บลิ้นสองแฉกของเจ้าซะ ข้าไม่ได้ฝ่ามฤตยูสู้เปลวไฟเพื่อมาโต้วาทีกับไส้เดือนไร้สมองอย่างเจ้า " แกนดัล์ฟยั้วะ
     " ไม้เท้า ข้าสั่งแล้วไงให้ยึดไม้เท้าพ่อมดนี่ " กริม่าตะลึงเมื่อเห็นอาวุธคู่ใจแกนดัล์ฟ สั่งทหารให้จับตัวแต่ถูก อารากอร์น เลโกลัส และ กิมลี่ ขัดขวาง
     " ข้าจะไม่ขยับ ถ้าข้าเป็นเจ้าล่ะก็ " กิมลี่ปราม กริม่า ,ไส้ศึกซารูมานถูกเหวี่ยงล้มคว่ำคะมำหงายกับพื้น

     " เธโอเดน โอรสแห่งเธงเกล ทรงอยู่ใต้เงามืดมานานเกินไปแล้ว จงตั้งใจฟังข้า .. ข้าขอคลายมนต์สะกดพระองค์ " แกนดัล์ฟเตรียมบริกรรมคาถา
     " ฮ่า ฮ่า ฮ่า ที่นี่เจ้าไม่มีอำนาจ พ่อมดเทา "
     ถอดเสื้อคลุมดำออก เผยให้เห็นนิวแกนดัล์ฟ ชุดขาวล้วน
     " ข้าจะถอนมนต์เจ้า ซารูมาน เหมือนถอนพิษร้ายจากบาดแผล "
     " ถ้าข้าไป เธโอเดนก็ตาย โรฮันเป็นของข้า "
     " เจ้าฆ่าข้าไม่ได้ เจ้าฆ่าเขาไม่ได้ ไปซะ..! " แกนดัล์ฟใช้ปลายไม้เท้าเคาะกระหม่อมพระราชา ร่างทรงซารูมานกระดอนหงายหลัง เอโอวีนประคองชิด

     " ข้าจำหน้าเจ้าได้ เอโอวีน .. แกนดัล์ฟ "
     " สูดกลิ่นอิสรภาพซะเพื่อนข้า "
     " ข้าฟื้นตื่นจากฝันอันมืดมัว " ยืดพระวรกายยืนตัวตรง ดวงเนตรกลับเป็นสีฟ้า
     " นิ้วของพระองค์ก็จะฟื้นคืนเรี่ยวแรง หากว่าได้ชักดาบ "

     มหาดเล็กถวายพระแสงดาบเฮรูกริม พระองค์ชักออกจากฝัก กริม่าคิดหนี ถูกกิมลี่กระชากคอเสื้อไว้ก่อนถูกโยนบก
     " ข้าน้อยภักดีต่อพระองค์เพียงผู้เดียวฝ่าบาท " กริม่าตอแหล
     " เจ้าปลิงชั่ว เล่ห์ลิ้นเจ้าเกือบทำให้ข้าคลานสี่ขาเยี่ยงสัตว์ "
     " ได้โปรดอย่าขับไล่ข้าเลย "
     " อย่าฝ่าบาท ปล่อยเขาไป " อารากอร์นห้าม,ยุดมือพระราชาที่กำลังจะเงื้อดาบฟัน " เลือดต้องมาหลั่งกับเขามากเกินพอแล้ว "
     " หลีกทางข้าเดี๋ยวนี้ " กริม่าวิ่งหนีกะเซอะกระเซิง
     " เธโอเดน ทรงพระเจริญ " ราษฎรคุกเข่า,โน้มศีรษะถวายพระพร

     ณ สุสานใหญ่ประจำราชวงศ์เออร์ล
     " ดอกซิมเบลมีเน เคยงอกงามบนหลุมศพบรรพกษัตริย์ของข้า และจะปกคลุมหลุมศพลูกชายข้า นี่คือวันวิปโยคในชีวิตข้า คนหนุ่มจากไปส่วนคนแก่ยังอยู่ ข้าต้องอยู่ต่อเพื่อรอดูวันสิ้นราชวงศ์ข้า " พระราชากำสรวญเหนือหลุมฝังศพ
     " เธโอเดรด สิ้นชีพมิใช่เพราะฝ่าบาท " แกนดัล์ฟปลอบพระทัย
     "
แต่พ่อไม่ควรต้องมาฝังศพลูก " มือปิดหน้าคุกเข่าสะอื้น
     " เขาเป็นคนกล้าแกร่ง วิญญาณเขาจะพบหนทางไปอยู่ร่วมกับบรรพชน จงสู่สุขคติไปสู่ที่ชอบเถิดเธโอเดรด.. " 

   การอพยพลี้ภัยศัตรู

     หญิงสาวหนึ่งในชาวบ้านที่อพยพหนีภัยสงครามจากชายแดนทูลเจ้าเหนือหัวว่า
     " พวกเขาไม่รู้ตัว ไม่มีอาวุธจะสู้ พวกคนโฉดชั่วมุ่งไปทางตะวันตก เผาเรียบไปตลอดทาง กระท่อม กองฟาง ต้นไม้ "
     " แม่ข้าอยู่ไหน? " หนูน้อย ฟรีด้า ถามข่าว

     " นี่เป็นแค่ตัวอย่างว่า ซารูมาน จะส่งอะไรมา เขายิ่งต้องเร่งมือตอนนี้เพราะหวาดระแวง ซอรอน พระองค์ควรออกไปเผชิญหน้า ดึงเขาให้ห่างจากผู้หญิงและเด็ก พระองค์ต้องสู้ " แกนดัล์ฟเสนอ
     " นักรบที่เก่งกาจของพระองค์กำลังเคลื่อนทัพไปทางเหนือ เอโอแมร์ ภักดีต่อท่าน ทหารของเขาจะต่อสู้เพื่อกษัตริย์ " อารากอร์น
     " ป่านฉะนี้คงไปไกลสัก 900 ไมล์แล้ว เอโอแมร์ก็ช่วยเราไม่ได้ .. ข้ารู้เจ้าต้องการอะไร แต่ข้าจะไม่ยอมให้ผู้คนของข้าต้องตายอีก ข้าจะไม่เสี่ยงทำสงคราม " เธโอเดนขึงขัง
     " สงครามนั่นมาถึงแล้ว ไม่ว่าพระองค์จะเสี่ยงหรือไม่ " อารากอร์นยัน
     " เมื่อครู่ข้ายังเห็นว่า เธโอเดน คือกษัตริย์แห่งโรฮัน มิใช่ อารากอร์น " เธโอเดนประชด
     " แล้วจะทรงตัดสินใจยังไง? " แกนดัล์ฟฉงน

     " ทรงมีบัญชาให้ทุกคนอพยพออกจากเมือง เราจะลี้ภัยไปที่ เฮล์มดีพ จงอย่าหอบสมบัติพะรุงพะรัง เอาไปเท่าที่จำเป็นเท่านั้น " มหาดเล็กร้องป่าวบอกชาวบ้าน
     " เฮล์มดีพ พวกเขาอพยพหนีขณะที่ยังพอสู้ไหว " กิมลี่ไม่เข้าใจ
     " ไม่ใช่กษัตริย์แล้วใครจะปกป้องราษฎร พระองค์แค่ทำสิ่งที่ดีที่สุดแก่ผู้คน " อารากอร์น
     " เฮล์มดีพเคยช่วยพวกเขามาแล้ว เจ้าครองนครไม่มีทางออก เธโอเดนจะเดินเข้าไปติดกับ แต่พระองค์กลับคิดว่าปลอดภัย พวกเขาจะถูกรุมสังหาร เธโอเดนมุ่งมั่นแต่ข้าหวั่นใจแทนเขา ข้าห่วงเรื่องความอยู่รอดของโรฮัน เดี๋ยวเขาจะต้องพึ่งเจ้าแน่อารากอร์น ประชาชนโรฮันจะพึ่งเจ้า จงปกป้องอย่าให้พ่าย " แกนดัล์ฟวิเคราะห์
     " ต้องไม่พ่ายแพ้ " อารากอร์นรับปาก

     " คนจรสีเทาสมญาที่ใครๆเรียกข้า ข้าท่องโลกมา 300 ชั่วคน แต่บัดนี้ไม่มีเวลา ถ้าโชคดีการค้นหาของข้าไม่สูญเปล่า ข้าจะกลับมาในเช้าตรู่ของวันที่ห้า เมื่อฟ้าสางจงมองทางทิศตะวันออก " แกนดัล์ฟขึ้นหลังม้าชาโดว์แฟ็กซ์
     " ไปเถอะ " อารากอร์น

ราชาเธโอเดนตัดสินใจตั้งรับศัตรูที่ถ้ำผาเฮล์ม มีบัญชาให้อพยพชาวเมืองเอโดราสไปที่นั่นทันทีเลือดขัตติยาของเอโอวีน ทำให้เธอกล้าแกร่งยิ่ง เอโอวีนค้นพบว่าในห้วงลึกหัวใจของอารากอร์น มีใครบางคนครอบครองอยู่ก่อนแล้ว

     " ฝีมือเจ้าไม่เลวนี่ " อารากอร์นประดาบกับเอโอวีนขณะเธอซ้อมเพลงยุทธ
     " สตรีชาวเราเรียนรู้มานาน หากไม่ชักดาบก็ต้องตายด้วยดาบ ข้าไม่กลัวตาย ไม่กลัวเจ็บ "
     " เจ้ากลัวอะไรแม่นาง "
     " กรงขัง ข้ากลัวถูกจองจำจนกระทั่งแก่ชราคากรง หลงลืมความกล้า หรือไม่ก็หมดสิ้นซึ่งความปรารถนา.. "
     " เจ้าคือธิดาแห่งกษัตริย์ นักรบหญิงแห่งโรฮัน ข้าว่านั่นไม่ใช่ชะตาของเจ้าแน่ "
     
     " เธโอเดนจะไม่ปักหลักใน เอโดราส เมืองนั้นมีจุดอ่อนเขารู้ดี เขาคงคาดว่าเมืองนั้นจะต้องถูกโจมตี พวกเขาต้องไป เฮล์มดีพ ปราการสำคัญของโรฮัน แต่เส้นทางเข้าหุบเขาเต็มไปด้วยอันตราย พวกเขาจะล่าช้า เพราะจะมีผู้หญิงกับเด็กไปกับพวกเขาด้วย " กริม่าเผยยุทธวิธีของเธโอเดน
     " ส่งนักรบปีศาจของเจ้าไป " ซารูมาน

     ทัพหลวงโรฮันยาตราออกจากเอโดราส นำขบวนอพยพของชาวบ้านผ่านถนนแล่นสู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เลียบไปตามเชิงเทือกเขาขาว ไต่ขึ้นๆลงๆบนพื้นที่เขียวชอุ่ม ก่อนตัดข้ามลำธารเล็กๆหลายแห่ง..
     " ดีจริงที่เจ้าไม่เคยเห็นคนแคระผู้หญิง จริงๆแล้วทั้งรูปร่างและน้ำเสียงก็เหมือนๆกัน จนใครๆนึกว่าเป็นผู้ชาย " กิมลี่แซวเอโอวีน
     "
เพราะเคราด้วย " อารากอร์นเสริม
     " เพราะงี้ถึงได้เกิดความเชื่อผิดๆว่าไม่มีคนแคระผู้หญิง และคนแคระเด้งออกมาจากรูบนพื้นดิน " กิมลี่ทำเอาเอโอวีนหัวเราะออก " ซึ่งแน่นอนว่านั่นมันเหลวไหลสิ้นดี "
     ม้าหมั่นไส้ทำพยศ,สบัดกิมลี่ตกจากหลัง เอโอวีนตกใจวิ่งเข้าไปดูอาการ
     " ไม่เป็นไรเรืองเล็ก ไม่ต้องตกใจ ข้าชอบทำให้ขำ "   


 ความรักระหว่าง ชาวดิน กับ ชาวฟ้า จะลงเอยเช่นใด?
 
     " แสงของดาวประจำวันไม่เคยจะริบหรี่ ข้าจะมอบ ความรัก ให้ใครก็เรื่องของข้า แล้วแต่ใจข้า นอนซะเถอะ " อาร์เวน
     " ข้ากำลังหลับ นี่คือความฝัน " อารากอร์น
     " และมันก็เป็นฝันดี " อาร์เวนก้มลงจุมพิต " หลับเสียเถอะ "
     " เจ้าเคยบอกข้าว่า วันนี้จะมาถึง "
     " นี่ไม่ใช่จุดจบ มันคือการเริ่มต้น ท่านจะต้องไปกับโฟรโด ไปตามหน้าที่ "
     " ข้าหาเส้นทางไม่เจอ "
     " มันถูกวางไว้แทบเท้าท่านเรียบร้อยแล้ว ท่านจะต้องไม่หวั่นไหว "
     " อาร์เวน "
     " ถ้าท่านไม่วางใจสิ่งใด จงเชื่อใจของเราสองคน.. "

     " นางอยู่ไหน ผู้หญิงที่มอบจี้นั้นให้ท่าน? " เอโอวีนสังเกตเห็นอารากอร์นใจลอย

     " เราอยู่นี่ต่อไปไม่ได้แล้ว หมดเวลาของ อาร์เวน แล้ว ปล่อยนางไป ให้นางลงเรือไปทางตะวันตก ปล่อยนางไปพร้อมกับใจที่รักท่าน สู่ดินแดนอมตะที่ไม่มีวันล่วงโรย " ลอร์ดเอลรอนด์
     " แต่จะเหลือเพียงความทรงจำ " อารากอร์น
     " ข้าจะไม่ยอมให้ลูกข้าตายที่นี่ "
     " นางอยู่ได้เพราะนางยังมีความหวัง "
     " นางอยู่ได้เพราะเจ้า นางควรอยู่กับพวกเดียวกัน "

     " เจ้าอาจพบชีวิตใหม่ ห่างไกลจาก สงคราม ความทุกข์ และ ความสิ้นหวัง " อารากอร์น
     " ทำไมท่านพูดแบบนี้ " อาร์เวน
     " ข้าเป็น มนุษย์ ส่วนเจ้าเป็น เอลฟ์ มันเป็นแค่ ความฝัน อาร์เวน ได้เพียงนั้น .. นี่คือของของเจ้า " อารากอร์นส่งเข็มกลัดพรายคืนให้อาร์เวน

     " มันคือ ของขวัญ .. โปรดเก็บไว้ "

     " ท่านคะ " เอโอวีนเรียกสติอารากอร์นอีกครั้ง
     " นางไปสู่ดินแดน อมตะ กับพวกพ้องที่เหลือแล้ว " อารากอร์นอาลัย..
     

     next chapter >>

chapter [ 1 ] [ 2 ] [ 3 ]
LordOfTheRings.Net    TheOneRing.net   Thai-Synopsis   DVD extended edition  Eng-movie script
  -: Table of Contents :-
พิรฌาน