The Two Towers
ไพร่พลผีดิบร่วมหมื่นบุกเป็นระลอกไต่ขึ้นกำแพงป้อมเฮล์มดีฟ
4.

อารากอร์นขอสู้ไว้ลายเพื่อสร้างวีรกรรมที่เป็นตำนาน      
ท้องฟ้ามืดสนิทยามเที่ยงคืน อากาศนิ่งสงัด,อบอ้าวส่อเค้าว่าจะมีพายุ เมฆสว่างวาบ สายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงบนภูเขา ทหารบนเชิงเทินมองเห็นพื้นโล่งระหว่างกำแพงกับแนวป้องกันสว่างจ้า เต็มไปด้วยร่างสีดำทั้งสูงล่ำต่ำเตี้ย สวมหมวกเกราะสูง ถือโล่ดำ เดินยั้วเยี้ยนับพันๆ เคลื่อนผ่านแนวป้องกัน,คันดิน ..
     " น่าจะเลือกจุดที่ดีกว่านี้ พ่อหนุ่มช่วงที่ข้าช่วยเจ้าอยู่ขอให้มันยืดถึงคืนนี้ " กิมลี่เดินหาจุดตั้งรับบนเชิงเทิน
     " สหายของท่านอยู่นี่แล้วอารากอร์น " เลโกลัสประสานใจ
     " ขอให้ข้าอยู่ยืดตลอดคืนนี้ " กิมลี่ภาวนา
     " ฆ่าพวกมันโดยไม่ต้องปรานี เพราะพวกมันจะไม่ปรานีเจ้า " อารากอร์นปลุกใจพลพรรค
     เสียงย่ำเท้าอึกทึกครึกโครม โลหะกระทบกันเปรื่องปร่าง ดังฝ่าสายฝนและฟ้าร้องเลยเข้ามาถึงกำแพงด้านนอก นักรบอูรุกไฮ,ผู้คุมพลสั่งทัพอสูรกายหยุดเมื่อได้ระยะ
     " ข้างนอกเกิดอะไรขึ้น " กิมลี่พยายามเขย่งขา,กระโดดดู
     " จะให้ข้าบรรยาย หรือจะให้ข้าหา ลัง มาต่อขาเจ้า " เลโกลัสพูดทีเล่นทีจริง กิมลี่ขำ

     ศัตรูย่ำเท้าอยู่กับที่ กระทุ้งหอก,ทวน ตะโกนฮึ่มๆข่มขวัญ ทหารโรฮันขึ้นลูก,ง้างคันธนู ทหารเฒ่านายหนึ่งตื่นสนาม ปล่อยลูกธนูยิงถูกคอผีร้ายล้มคว่ำ
     " อย่าเพิ่ง..! " อารากอร์นบอกพวกที่เหลือ
     " มันเริ่มขึ้นแล้ว " เธโอเดน
     แตรทรัมเป็ตแผดเสียงก้องส่งสัญญาณการสัปยุทธ ออร์ค และ ฝูงคนเถื่อนโห่ร้องวิ่งกรูเข้ามา ชูโล่ใหญ่ไว้เหนือศีรษะเป็นเกราะป้องกัน ตรงกลางฝูงแยกลำเลียง ซุงยักษ์ มา 2 ต้น .. ผีร้ายแม่นธนูระดมส่งหัวธนูสาดใส่พลธนูบนกำแพง
     " เตรียมตัวพร้อมหรือยัง .. " อารากอร์นสั่งพลธนู รอระยะที่พวกออร์คเข้าใกล้รัศมี
     " เกราะพวกมันมีจุดอ่อนที่คอ กับใต้ท้องแขน " เลโกลัส
     "
ทุกคนยิงธนู..! "

     " เลโกลัสถูกอะไรบ้างมั้ย " กิมลี่ขอทราบผล
     " ระดมยิงด้วยหิน " เธโอเดน
     " ยิง..! " แกมลิงถ่ายทอดบัญชา โจมตีระลอกสอง
     " บันได " อารากอร์นสั่งพลธนูเล็งเป้าไปที่บันไดลิงศัตรู
     สมุนซารูมานกำลังพาดบันไดลิงตามแนวกำแพงเป็นช่วงๆ หน่วยกล้าตายที่ห้อยอยู่ปลายบันไดกระโดดลง รุกรบประชิดบนเชิงเทิน
     " ลุย..! " อารากอร์นกับพลพรรคตรงเข้าห้ำหั่นข้าศึกเพื่อปกป้องพื้นที่
     " เลโกลัสข้า 2 แล้ว " กิมลี่ท้าแข่งว่าใครจะสังหารศัตรูได้มากกว่ากัน
     " ของข้า 17 แล้ว " เลโกลัสเกทับ
     " ทำไมข้าจะยอมแพ้เจ้าพวกหมูแบบนี้วะ "
     " 19 "

     " 17 18 19 20 21 แล้ว " กิมลี่ทำผลงานไล่ตาม

ระเบิดไฟทำลายฐานกำแพงหิน ป้อมปราการจึงถูกตีทะลวง     พวกผีดิบเอาโล่เทินหัว ย่างสามขุมบนสะพานข้ามคลองสู่ประตูป้อม ท่ามกลางห่าธนู,ก้อนหินระดมยิง,ทุ่มใส่จากข้างบน
     " เอาเลย เลโกลัส เอาเลย ลุยมัน ลุยเลย..! " อารากอร์นคึก
     ทหาร
โรฮันเปลี่ยนวิธี ยิงธนูใส่ข้างลำตัวศัตรูแทน
     " แค่นี้เหรอ .. เจ้าทำได้แค่นี้เหรอ ซารูมาน " เธโอเดนกระหยิ่มใจ
     
พวกผีดิบเปิดทางให้นักวิ่งถือคบเพลิงตรงไปจะจุดชนวน ระเบิดไฟ ที่ท่อระบายน้ำใต้กำแพง
     " คว่ำมันเลย เลโกลัส ฆ่ามัน " อารากอร์นบอกเป้า
     ลูกธนูพรายหนุ่มพุ่งเจาะคอหอยนักวิ่งล้มคว่ำ ออร์คตัวสำรองรับช่วงคว้าคบเพลิงวิ่งไปจุดชนวน แรงระเบิดถล่มกำแพงกระจุย เกิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ น้ำจากคูคลองชั้นในไหลทะลักออกมา พวกมันรีบเฮโลเข้าไป อีกด้านหนึ่งพวกออร์คยังคงใช้ท่อนซุงยักษ์กระแทกประตูป้อมจนบานพับเหล็กบิดงอ ทหารโรฮันนำก้อนหินมาวางเสริมต้านอยู่ข้างหลัง
     " ยันประตูไว้ ตรึงพวกมันไว้ให้ได้ " เธโอเดน
     " อารากอร์น " กิมลี่กระโดดจากเชิงเทินมาช่วย
     " ยิงมันให้หมด .. ประจัญบาน "
     เลโกลัสเหยียบแผ่นไม้ร่อนสเก็ตบอร์ดลงจากราวบันไดหิน ยิงธนูใส่ผู้รุกรานถี่ยิบ ..

     " อารากอร์น ถอยกลับไปที่ คีฟ ลากคนของท่านออกมา ไปที่คีฟ " เธโอเดนเปลี่ยนแผน
     " ท่านทำอะไรเนี่ย เพื่ออะไร " กิมลี่ถูกหิ้วปีกกลับ
     ฮันเดียร์และพลเอลฟ์พลาดท่าถูกศัตรูสังหารสิ้น อารากอร์นโกรธแค้นที่ช่วยพวกเขาไม่ทันจึงเข่นฆ่าพวกผีดิบอย่างไม่ปรานี
     " ไปที่ประตู ชักดาบออกมา " เธโอเดนนำฮาม่าและองครักษ์ต่อกรปรปักษ์ที่ประตูใหญ่ พระองค์ถูกหอกแหลมทิ่มสีข้าง
     " ถอยหน่อย " ฮาม่ากันเจ้าเหนือหัวออกมา " เราคงต้านได้ไม่นาน "
     บานประตูไม้แตกเป็นรูโหว่ เจ้าปีศาจร้ายแยงหอกนำทาง
     " ตรึงกำลังไว้ " เธโอเดน
     " ต้องการนานเท่าไหร่ " อารากอร์น    

     " เท่าที่เจ้าให้ข้าได้ "

แกนดัล์ฟโชว์

     อารากอร์นเรียกกิมลี่ออกมาทางประตูลับ เดินอ้อมกำแพง เบื้องล่างเป็นคูน้ำตรงข้ามคือสะพานหิน มีพวกผีดิบดาหน้ากันลำเลียงท่อนซุงกระทุ้งใส่ประตูป้อม
     " โธ่เอ๊ย เราสู้มันได้น่า " กิมลี่
     " ระยะมันไกล " อารากอร์นยืนแอบหลังพิงกำแพง
     " เหวี่ยงข้าสิ " กิมลี่เสนอ " ไกลๆข้าโดดไม่ไหว ท่านต้องเหวี่ยงข้าไป .. แล้วอย่าบอกเจ้าเอลฟ์คู่แข่งข้าล่ะ เข้าใจมั้ย "
     " ข้าจะเงียบ "
     อารากอร์นเหวี่ยงร่างกิมลี่ข้ามคลองน้ำ,ตกใส่กลุ่มออร์คหน้าประตู แล้วกระโดดตามไปสมทบ ทั้งสองประดาบพิฆาตศัตรูร่วงลงจากสะพานหลายตน
     " ยันประตูไว้ " เธโอเดน
     " ขอทางหน่อย ดึงโค้งอีก อัดเข้าไปเลย .. เอามาตรงนี้อีกอัน โค้งอีก " ทหารโรฮันโก่งหน้าไม้ยักษ์ก่อนปล่อยกระสุนลำต้นถล่ม
     
" กิมลี่ อารากอร์น รีบออกมาเร็ว " เธโอเดน
     
เลโกลัสส่งเชือกให้อารากอร์นหิ้วกิมลี่ไต่ขึ้นมาตามกำแพง
     " ถอยกลับให้หมด ถอยกลับให้หมด.. " เธโอเดนบัญชา
     "
มันพังเข้ามาได้ ปราสาทกำแพงเป็นช่องโหว่หมดแล้ว รีบถอย ถอยกลับ ถอยเร็ว "
     อารากอร์นบอกทหารบนเชิงเทิน " ถอยกลับ เข้าไปใน คีฟ เข้าไปกำแพงชั้นใน "
     " หาที่กำบัง "

     " ปราการถูกยึด " อารากอร์นเข้ามารายงานสถานการณ์รบ
     " มันจบแล้ว " เธโอเดน
     " ทรงบอกว่าป้อมปราการนี้ไม่มีวันล่ม ถ้าคนของท่านปกป้อง พวกเขายังสู้ ยังสละชีพเพื่อพิทักษ์มัน " อารากอร์นรุกเร้า
     " พวกมันมาแล้ว " เด็กๆ คนแก่ร้องไห้ระงมเมื่อได้ยินเสียงท่อนซุงกระทุ้งบานประตูโครมแล้วโครมเล่า
     " ไม่มีทางอื่นที่พวกผู้หญิงกับเด็กจะออกจากถ้ำได้เลยเหรอ มีทางอื่นบ้างมั้ย "
     " มีอยู่ทางหนึ่ง มันทอดเข้าไปในขุนเขาแต่จะไปได้ไม่ไกล พวก อูรุกไฮ เต็มไปหมดเลย " ฮาม่า
     " ส่งข่าวให้พวกผู้หญิงกับเด็กเตรียมออกไปทางช่องเขา แล้วตั้งแนวปิดทางเข้า " เธโอเดน

     " ล้มตายกันมากมาย พวกมนุษย์จะเผชิญกับความเกลียดชัง บ้าเลือดนี้อย่างไร " เธโอเดนท้อ
     " ขี่ม้าไปกับข้า ไปเผชิญหน้าพวกมัน สู้ตายอย่างสมเกียรติ เพื่อ โรฮัน เพื่อผู้คนของท่าน " อารากอร์นหมายสร้างวีรกรรม เพื่อเป็นตำนานเล่าขานสืบไป
     " ตะวันกำลังจะขึ้น " กิมลี่บอก
     " _ _ ข้าจะกลับมาในยามเช้าตรู่ อีก 5 วัน เมื่อฟ้าสางจงมองทิศตะวันออก _ _ " อารากอร์นหวนนึกถึงคำมั่นสัญญาของแกนดัล์ฟ
     " ใช่ ใช่ เสียงแตรที่อยู่ในมือจะกู่ก้องสุดเสียงเป็นครั้งสุดท้าย " พระราชาฮึดสู้
     " ใช่ " กิมลี่ขานรับ
     " ขอให้ชั่วโมงนี้เราชูดาบสู้ด้วยกัน จงประสบผล ลบรอยแค้น ล้างรอยพ่าย และอรุณสีเลือด เพื่อ โรลีกาส "
     กษัตริย์เธโอเดนทรงม้าขาวนำทัพตะลุยออร์คที่พังประตูเข้ามา ตีกระหน่ำออกไปถึงกลางสะพาน
     อารากอร์นเหลือบมองเห็น อัศวินม้าขาว บนสันเขา เบื้องหลังคนผู้นั้นมีทหารราบนับพันกำลังเร่งรุดลงมาพร้อมดาบในมือ แตรเขาเป่าเสียงดังสะนั่นเตรียมประจัญบาน
     " แกนดัล์ฟ "

     " เธโอเดน ทรงยืนโดดเดี่ยว " แกนดัล์ฟ
     "
ไม่หรอก .. ฆ่าอย่าให้เหลือเพื่อองค์กษัตริย์ " เอโอแมร์นำทัพสู่สมรภูมิ
     กองทัพไอเซนการ์ดร้องอึงอล ระส่ำระสายไม่เป็นขบวนอยู่กลางวงล้อม กองทัพพระราชาจู่โจมจากช่องถนน แกนดัล์ฟและเอโอแมร์นำพลบุกตีขนาบจากเนินเขา ฝูงคนเถื่อนทิ้งอาวุธหมอบราบ พวกผีดิบสู้ไม่ไหววิ่งหนีเตลิดเปิดเปิง หลบเข้าไปใต้เงามืดของป่าทึบที่คอยกลืนกินผู้รุกราน .. ชัยชนะ ตกเป็นของชาวโรฮัน
     " ความอาฆาตของ ซอรอน จะรุนแรงยิ่งกว่าเดิม ศึกเฮล์มดีฟ ได้ยุติลงแล้ว แต่ศึกมัชฌิมโลกกำลังจะเริ่มขึ้น ความหวัง ของเราขึ้นกับสองฮอบบิท กลางป่าที่ไหนสักแห่ง .. " แกนดัล์ฟรำพึง     


ทรีเบียร์ด,เอ๊นท์ผู้รักสันติ ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด แต่ครั้งนี้ต้องเลือกทำสงครามช่วยมนุษย์เสียแล้ว

     ทรีเบียร์ด อุ้มฮอบบิททั้งสองอย่างนิ่มนวล แต่กระชับมั่นไว้ในวงแขนตะปุ่มตะป่ำคนละข้าง .. ก้าวเท้ามหึมาไปที่ริมหน้าผา ย่างลงมาทีละขั้นๆจนถึงพื้นล่างของป่า
     " บ้านข้าอยู่ลึกเข้าไปในป่าใกล้ๆกับเชิงเขา ข้ารับปาก แกนดัล์ฟ ว่าจะปกป้องพวกเจ้าให้ปลอดภัย เหล่าต้นไม้ร้อนรุ่มคุมไม่อยู่ ความแค้นคุกรุ่นในใจ พวกเขาจะทำร้ายเจ้าถ้าทำได้ พฤกษาบาล ก็เหลืออยู่น้อยเต็มที เอ๊นท์ อย่างเรามีน้อยจนควบคุมไม่อยู่ "
     " นั่นมันไปทางทิศใต้ " ฟิปปินเห็นกองทัพซารูมานเคลื่อนพล
     " เดี๋ยวนี้มีควันพวยพุ่งจากไอเซนการ์ดเป็นประจำ .. " ทรีเบียร์ดบ่น
     " ไอเซนการ์ดเหรอ " เมอร์รี่
     " แต่ก่อนนี้ ซารูมาน มาเดินย่ำในป่าของข้า แต่เดี๋ยวนี้เขาคิดถึงแต่โลหะ และเครื่องจักรกล เลิกแยแสต่อสิ่งที่งอกงามได้ "
     " นั่นอะไร? " ฟิปปิน
     " กองทัพของซารูมาน สงครามเริ่มแล้ว.. " เมอร์รี่

     " พวกเอ๊นท์อย่างเราไม่ยุ่งกับสงครามของมนุษย์ และพ่อมด ไม่ยุ่งมานานแล้ว แต่บางสิ่งกำลังจะเกิดขึ้น อุบัติการณ์ที่ไม่ปรากฏมานาน .. สภาเอ๊นท์ "
     " คืออะไร " เมอร์รี่
     " การชุมนุม "     
     " ชุมนุมของอะไรล่ะ "
     ทรีเบียร์ดพาเมอร์รี่และฟิปปินมาถึง เดิร์นดิงเกล ,หุบผาใหญ่รูปร่างเกือบกลมดิก ล้อมรอบด้วยรั้วต้นไม้เขียวครึ้มสูงทะมึน เอ๊นท์หลายตนมารออยู่ก่อนแล้ว
     " บริช โอ๊ค แอช มากันเยอะดี ประชุมนี่ต้องตัดสินใจกันว่าเอ๊นท์จะร่วมรบรึไม่ "
     ทั้งหมดจับกลุ่มยืนล้อมวงรอบทรีเบียร์ด พึมพำประสานเสียงสูงๆต่ำๆ ไม่รีบร้อน ฮอบบิทน้อยนั่งหาวนอนหาวอยู่หลายตลบ
     "
เราตกลงกันได้แล้ว.. "
     " ว่าไง " เมอร์รี่
     " ข้าพูดชื่อพวกเจ้าในสภาเอ๊นท์ เราได้ข้อสรุปว่าเจ้าไม่ใช่ ออร์ค "
     "
ข่าวดีนี่ " ฟิปปิน
     
" แล้วเรื่อง ซารูมาน ล่ะ พวกท่านตัดสินยังไงกับเขา "
     " อย่าใจร้อนสิท่านเมอริอาดอค "
     "
ใจร้อนเหรอ .. เพื่อนของเรากำลังแย่อยู่นะ เราต้องไปช่วยเขา พวกเขาสู้ศึกครั้งนี้เองไม่ได้หรอก "

ทรีเบียร์ดเห็นต้นไม้ใหญ่ถูกโค่นมาสุมไฟหลอมเหล็กทำอาวุธให้ซารูมานจึงโกรธมาก     " สงคราม ใช่ มันกระเทือนทุกฝ่าย แต่เจ้าต้องเข้าใจนะฮอบบิท มันต้องใช้เวลานานมากที่จะพูดอะไรในภาษาเอ๊นท์ .. และเราไม่เคยพูดอะไรนอกจากมันคุ้มกับการเสียเวลานานที่จะพูด .. เอ๊นท์ไม่อาจหยุดยั้งพายุนี้ได้ เราจำต้องทนต่อไปเหมือนที่เคยเป็นมาในอดีต.. "
     " ตัดสินใจแบบนี้ได้ยังไงกัน " เมอร์รี่ท้วง
     " นี่มิใช่ศึกของเรา "
     " แต่ว่าท่านคือส่วนหนึ่งของ โลก หรือว่าไม่ใช่ (เอ๊นท์น้อยใหญ่มองตากันปริบๆ) ท่านจะต้องช่วยนะ ได้โปรดทำอะไรสักอย่างเถอะ "
     " เจ้าอ่อนวัยแต่กล้าหาญ ท่านเมอร์รี่ แต่บทของเจ้าในนิทานนี้จบแล้ว กลับบ้านไปซะเถอะ .. "
     " ทรีเบียร์ดอาจพูดถูก เราไม่เหมาะกับที่นี่เมอร์รี่ เรื่องมันใหญ่เกินไป เราจะทำอะไรได้ เรายังมีไชร์ บางทีเราควรกลับบ้าน "
     " ไฟแห่งไอเซนการ์ดจะไหม้ลามไปเผาผลาญป่า ทัคโบโรว์ กับ บัคแลนด์ แล้วในที่สุดทุกสิ่งที่เคยเขียวขจีในโลกนี้ก็จะหายไปด้วย จะไม่มี ไชร์ อีกฟิปปิน "

     
" ข้าจะส่งพวกเจ้าที่ชายป่าด้านตะวันตก จงมุ่งขึ้นเหนือจากนั้นเจ้าจะถึงบ้าน.. "
     "
เดี๋ยวหยุดก่อน หยุดกลับหลังหัน พาเราไปทางใต้ " ฟิปปินบอกทรีเบียร์ด
     " ใต้เหรอ งั้นเจ้าต้องผ่าน ไอเซนการ์ด นะ "
     
" ใช่ ถูกเผงเลย " ฟิปปินยิ้มร่า " ถ้าลงใต้เราจะผ่านได้โดยซารูมานไม่เฉลียวใจ ยิ่งใกล้อันตรายเท่าไหร่ เรายิ่งปลอดภัยขึ้นเท่านั้น เขาคาดไม่ถึงแน่ๆ "
     " ข้าว่ามันไม่เข้าท่านา แต่สมองเจ้าเล็กมากอาจคิดถูก งั้นก็ลงใต้ได้ เกาะไว้นะเจ้าตัวจ้อยแห่งไชร์ ข้าเองก็ชอบไปทางใต้ มันรู้สึกเหมือนขาลงจากเขา "
     " จะบ้าเหรอ เดี๋ยวก็โดนจับอีกหรอก " เมอร์รี่ห่วง
     " ไม่โดนหรอก คราวนี้ไม่ .. "

น้ำจากเขื่อนแตกทะลักเข้าท่วมรอบหอคอยออร์ธังค์ คลังแสง,เหมืองทำอาวุธใต้ดินจมมิด     " ครอบครัวหนูนาตัวเล็กๆ บางครั้งปีนขึ้นมาทำให้ข้าจั๊กจี้แทบแย่ พวกมันพยายามไปในที่.. " ทรีเบียร์ดหยุดพล่าม ตาแทบถลนเมื่อมองเห็นต้นไม้ใหญ่เบื้องหน้า ถูกตัดโค่นเหลือแต่ตอ ป่าราบเป็นแถบๆ " ต้นไม้เหล่านี้ หลายต้นคือเพื่อนข้า รู้จักกันมาตั้งแต่ยังเป็นเมล็ด "
     " เสียใจด้วยนะ ทรีเบียร์ด " ฟิปปินปลอบ
     " แต่ละต้นมีเสียงพูด ซารูมาน แกเป็นพ่อมด ไม่น่าคิดสั้น .. " ตะโกนโหยหวนไปทั่วปฐพี " ไม่มีถ้อยคำในภาษาเอลฟ์ เอ๊นท์ หรือ ภาษามนุษย์จะสาปแช่งได้อย่างสาสม คืนนี้ข้าจะเล่นงาน ไอเซนการ์ด ด้วยอิฐและหิน "
     เอ๊นท์ใหญ่น้อยกลับมาชุมนุมกันอีกครั้ง
     " ยอดเลยเพื่อน " เมอร์รี่
     " เหล่าเอ๊นท์กำลังจะออกศึก เป็นไปได้ว่าเราอาจไปพบจุดจบ เอ๊นท์จะยกพลครั้งสุดท้าย "

     ทรีเบียร์ดนำพลเอ๊นท์บุกไอเซนการ์ด พฤกษาบาลทุ่มก้อนหินใหญ่ใส่พวกออร์ค กระทืบเท้า ทำลายเหมืองใต้ดิน ศัตรูยิงธนูไฟใส่
     " นำคืนสรรพสัตว์ ปล่อยน้ำออกมา .. "
     พวกเอ๊นท์พังเขื่อนกั้นน้ำแตก และปล่อยน้ำทั้งหมดที่เก็บกักไว้ไหลผ่านโพรงที่สันเขาด้านเหนือ เข้ามาในไอเซนการ์ด สายน้ำไหลกระหน่ำป้อมค่าย เอ่อลงมาท่วมที่ราบและเหมืองใต้ดิน
     " ฟิปปินเกาะไว้ " เมอร์รี่บอกเพื่อนรักยึดกิ่งไม้บนบ่าทรีเบียร์ด
     " เกาะแน่นๆ ฮอบบิทน้อย "
     ฉับพลันน้ำก็ท่วมนองพื้นที่รอบฐานหอคอย ออร์ธังค์ ทุ่งชามอ่างเต็มไปด้วยไอน้ำเดือดพล่าน เศษเหล็ก เศษไม้ หีบลัง สิ่งของนานาชนิดลอยฟ่อง ซารูมาน ทำอะไรไม่ถูกได้แต่ขังตนเองอยู่บนหอคอย โดยมีพวกเอ๊นท์ยืนคุมเชิงอยู่รอบๆ ตราบจนต้นไม้จะกลับมาเติบโตหนาแน่นอีกครั้ง และได้รับการขนานนามว่า วอทช์วู้ด ..
     

     next chapter >>

chapter [ 3 ] [ 4 ] [ 5 ]
LordOfTheRings.Net    TheOneRing.net   Thai-Synopsis   DVD extended edition  Eng-movie script
  -: Table of Contents :-
พิรฌาน