Apocalypse Now
view Jintara Sookpat : Good Morning Vietnam click- ->คลิกขยายภาพ จินตรา สุขพัฒน์ กับ รอบิน วิลเลี่ยมส์
13.
    
     เรือแล่นลึกขึ้นไปตามต้นน้ำ สองฝั่งมีต้นไม้ขึ้นหนาแน่น
     " กล่องนั่นของใคร "
     " นี่ของแกอีกแล้ว คลีน "
     " เดี๋ยว หมดแล้วเหรอ "
     " มีแค่นั้นแหละ แลนซ์..(ล้อเล่น) คุณแลนซ์ บี. จอห์นสัน เอาไปเลย "
     " จะบ้าแล้ว พวกนี้แหละรอมานาน " แลนซ์ดีใจลิงโลด รับจม.เปิดอ่าน
     " ฉันมีอีก มีกล่องนี่จาก อีวา " ฟิลลิปส์ส่งให้พ่อครัว

     "..แลนซ์ หวังว่าแกคงสบายดี สบายมาก ฉันกำลังจะได้กลับไปที่แอนทอย ระยำ จะให้ฉันลืมได้ยังไง เยี่ยมยอดเลย แกรู้จักที่นั่นดีที่สุด ไม่มีที่ไหนจะเหมือน ดิสนี่ย์แลนด์ ได้อีกแล้ว ที่นั่น(เวียตนาม)เป็นอย่างนั้นหรือเปล่า บอกกันบ้าง.."
     " ที่นี่ใช่เลย ไอ้ห่าเอ๊ย " แลนซ์ประชด

     "..มีเรื่องเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับงานของคุณ ซึ่งต้องแจ้งให้ทราบตอนนี้ (จม.พิมพ์ดีดอย่างดี) คนหนึ่งได้รับมอบหมายงานซึ่งเกี่ยวข้องกับคุณ ตอนนี้เรามีเหตุผลที่เชื่อได้ว่า เขาแทรกซึมเข้าไปอยู่ในกองกำลังของ เคิร์ท แล้ว ไซ่ง่อนแจ้งข่าวว่าเขาสูญหายให้ครอบครัวเขาทราบ แต่พวกเขาคิดว่าเขาตายแล้ว ไซ่ง่อนจะดักเก็บจม.ทั้งหมดที่ส่งไปถึงภรรยาเขาไว้ ผู้กองริชาร์ด โคลบี้ แปรพักตร์อยู่กับ เคิร์ท แล้ว.." รท.วิลลาร์ดเพ่งมองรูปถ่าย รอ.หนุ่ม

     " ดิสนี่ย์แลนด์เหรอ ไอ้เวร ที่นี่ดีกว่าดิสนี่ย์แลนด์ตั้งเยอะ " แลนซ์อารมณ์ค้าง
     " ชาร์ลส์ มิลเล่อร์ แมนสัน ฆ่าครอบครัวตัวเองทั้งหมด มีทางอื่นอีกนี่ถ้าคิดจะต่อต้าน มันบ้านะ " ฟิลลิปส์ดูข่าวที่ตัดจาก นสพ.
     " ควันสีม่วง ดูสิ " แลนซ์ดึงพลุควันไฟเล่น
     " แลนซ์ เอาควันนั่นมา " ฟิลลิปส์
     " นี่หัวหน้า เอาควันนำโชคไปหน่อย "

     
" ฉันได้เทปจากแม่ " พ่อครัว " อีวา นึกภาพฉันอยู่ในเวียตนามไม่ออกเลย เธอนึกออกแต่ว่า ฉันนั่งกินเบียร์อยู่หน้าทีวี ฮ่า ฮ่า.. "
     " แลนซ์ เลิกเหอะ " คลีนชักรำคาญขณะนั่งอ่านจม.เงียบๆอยู่ท้ายเรือ
     " มันฝรั่งร้อนๆคร้าบบบ " แลนซ์เหวี่ยงพลุไปมา ควันลอยโขมงรอบตัวก่อนโยนทิ้ง

     "..แม่ดีใจมากที่ลูกตัดสินใจเข้าร่วม อีวา ชักไม่แน่ใจว่าควรติดต่อฉันไปหรือเปล่า ก็ฉันอยู่ไกลตั้งหมื่นสามพันไมล์ ระยำแล้วจะให้ความรักหวานชื่นได้ยังไง เกินกว่าที่แม่จะพูดอะไรได้ เรื่องเพื่อนลูกบางคน ถ้าเทปนี้ใช้ได้ผลดี แม่จะอัดเสียงพ่อ และพวกพี่น้องส่งไปอีก.."
     " แลนซ์..! " พ่อครัวตะโกนเรียก
     ไม่ทันไรห่ากระสุนศัตรูระดมยิงจาก 2 ฝากฝั่งถูกเกราะเรือ คลีน และ แลนซ์ นั่งประจำป้อมยิงตอบโต้
     " ไอ้พวกระยำ " ฟิลลิปส์
     คลีน ถูกลูกหลงตายคาที่
     " พ่อครัวดูคลีนที คลีนถูกยิง เร็ว เขาถูกยิง "
     " หมาหายไปไหน " แลนซ์กุมขมับ ลุกออกจากป้อมปืน
     " แลนซ์ ดู คลีน ที "
     
" ลูกหมาหาย เราต้องกลับไปเอาหมามา " แลนซ์ฟูมฟาย
     
" คลีน ตื่นสิ แกต้องไม่ตาย ไอ้คลีนระยำ " พ่อครัวเขย่าร่างเพื่อนรัก
     "..และแม่ก็หวังว่าอีกไม่นาน แต่ไม่ใช่เร็วๆนี้ เราจะมีหลานเอาไว้เลี้ยง แล้วเมื่อเมียแกเห็นจะต้องโกรธแม่แน่ แม้แต่ป้าเดสซี่ และยายก็จะมาฉลองเวลาลูกกลับบ้าน พ่อและคุณป้าพยายามหาเงินซื้อรถให้สักคัน แต่อย่าบอกว่าแม่บอกล่ะ อย่างไรก็ตามทำตัวดีๆ หลบกระสุนให้ดีนะลูก และกลับบ้านมาให้ครบ 32 นะ ก็เรารักลูกมาก รักจากแม่.." เทปหยุดเสียง
     ฟิลลิปส์ผงะ โผกอดร่างไร้วิญญาณของคลีน


14.

     หมอกและควันลอยต่ำอยู่เหนือลำน้ำ หางเครื่องบินขับไล่ไอพ่นซึ่งถูกยิงตกชี้โผล่อยู่ริมตลิ่ง
     " มองไม่เห็นอะไรแล้ว ทัศนวิสัยไม่ดีเราจะหยุดเรือ " ฟิลลิปส์
     " คุณไม่มีสิทธิ์จะหยุดเรือลำนี้ " รท.วิลลาร์ด
     " ผมบอกว่ามองไม่เห็นแล้วผู้กอง ผมจอดเรือล่ะ ผมไม่ขอเสี่ยงด้วยล่ะ "
     " ฉันเป็นคนสั่งที่นี่ ทำตามฉันสั่ง "
     " พ่อครัว แกเห็นอะไรมั้ย "
     " มันทำไมไม่ยิงมาเลย..! " พ่อครัวควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ แลนซ์แหกปากโหยหวน
     " ระวังทางนี้หัวหน้า เอาเลย "
     " แลนซ์ ประจำเอ็ม.60 "

     "..เคิร์ท อยู่ใกล้ที่แห่งนี้ อยู่ใกล้มากจริงๆ ผมยังไม่เห็นแต่ผมรู้สึกได้ เรือเหมือนถูกดูดขึ้นไปตามแม่น้ำ และน้ำก็ไหลย้อนเข้าไปในป่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่ใช่อย่างที่เขาพูดกันใน นาตรัง แน่ "

     
ลูกธนูหลายสิบลูกปลิววาอนพุ่งใส่เรือ
     
" ธนู พ่อครัว พ่อครัวยิงเลยสิ " ฟิลลิปส์ตะโกนลั่น แลนซ์จับลูกธนูหักเล่น " แลนซ์ยิงสิ "
     
" พ่อครัว หยุดยิง ไม่เป็นไรแล้ว " รท.วิลลาร์ดปีนกราบเรือมาตะโกนบอกข้างๆ
     " หยุดพวกมัน เงียบที " แลนซ์ยิงปืนกลบเสียงโห่ร้องของคนป่า
     " หัวหน้าบอกให้เขาหยุดยิง พวกนี้แค่ขู่เฉยๆ "
     " เงียบซะที คุณอย่ามายุ่งได้มั้ย เพราะคุณไม่รู้ว่าคุณจะกำลังไปที่ไหน รู้มั้ย..! แกไอ้ลูกหมา " ฟิลลิปส์เถียง ถือปืนเอ็ม.16 เดินมาท้ายเรือระดมยิงใส่ 2 ฝั่งน้ำ แต่เขาเคราะห์ร้ายถูกหอกคนป่าพุ่งเสียบทะลุอก " หอกนี่.. " ล้มฟุบลง รท.วิลลาร์ดจะดึงออกแต่ถูกฟิลลิปส์บีบคอ ผู้กองใช้มืออีกข้างดันหน้าเขาหงายไป

     แลนซ์ปล่อยควันสีชมพูพรางเรือ แต่งหน้าศพ
     " หน้าที่ของผมคือต้องข้ามเข้ากัมพูชา ผู้พันของหน่วย กรีนเบเร่ท์ อยู่ที่นั่น เขาสติฟั่นเฟือน ผมได้รับคำสั่งให้ฆ่าเขา " รท.วิลลาร์ดเปิดเผยความลับ
     " ตามสูตรเป๊ะเลย ระยำ " พ่อครัวถอดเสื้อขว้างทิ้งระบายอารมณ์ " ปฏิบัติการณ์ในเวียตนาม ฉันมันพวกสวะก็เลยต้องมาที่นี่ แล้วแกจะฆ่าใครก็ได้ โคตรประเสริฐเลย มันประเสริฐที่สุด ระยำ มันบ้า(แลนซ์ทำพิธีลอยศพฟิลลิปส์) ฉันคิดว่ามันจะขึ้นไประเบิดสะพาน หรือจะไประเบิดรางรถไฟหรือห่าอะไร ขอโทษ(ชี้หน้าผู้กอง) รอก่อนเราจะไปด้วยกัน ใช้เรือนี่ เราจะไปกับแก ไปที่นั่น แต่ต้องไปเรือ "

     ป้อมสูงถูกไฟเผาไหม้หลายแห่ง เปลวไฟลุกพรึ่บตัดกับความมืดยามค่ำคืน รุ่งเช้าจึงเห็นคบเพลิงมอดไฟปักไว้เป็นหย่อมๆ
     "..ใจส่วนหนึ่งของผมก็กลัวที่จะเจอ และสิ่งที่ผมต้องทำเมื่อถึงที่นั่น(แกะซองพลาสติก) ผมรู้ว่าต้องเสี่ยงอะไร คิดว่าผมเดาออก (ฉีกเอกสาร ทำลายหลักฐานทิ้งลงสายน้ำ) แต่สิ่งที่ผมรู้สึกกลัวก็คือ ความกระหายที่อยากจะชนะ.."
     พ่อครัวขับเรือแล่นผ่านลำน้ำที่แคบลง สองข้างคือผาสูงปกคลุมด้วยต้นไม้เบญจพรรณ รท.วิลลาร์ดส่องกล้องทางไกล
     " ไปต่อ แลนซ์ อย่าใช้ปืนเป็นอันขาด ไม่เป็นไร ไม่มีอะไรหรอกไว้ใจได้ "
     ผู้กองปีนขึ้นไปบนหลังคาจึงเห็นว่าเรือวิ่งเข้าไปใกล้กลุ่มเรือชาวป่าซึ่งโยงติดขนานกัน พวกนั้นยืนถือถ่อพายปล่อยให้เรือตรวจการณ์แหวกผ่านกลาง สู่ฐานบัญชาการ
     " ไม่เป็นไร ไม่มีอะไรหรอก ไว้ใจได้ " เสียงลึกลับตะโกนก้อง
     " ฉันไม่เข้าไปหรอก พวกมันยิงเราแน่ " พ่อครัวโต้
     " เข้ามาเถอะ เปิดไซเรนไล่ก็พอ เปิดไซเรนสิ "

     ฟิลลิปส์ทำตาม พวกนั้นได้ยินเสียงรีบลุกหนีจากขั้นบันไดท่าเทียบเรือ
     " พวกฉันทั้งนั้นตรงนั้นน่ะ ตรงโน้นด้วย และระวังพวกไอ้ลิงนั่นเดี๋ยวมันกัดเอา " ผู้สื่อข่าวสงครามมีผ้าคาดผม ใส่แว่นเรย์แบนเหมือนพวกฮิปปี้เดินมาหา " สวยมาก แล่นตรงเข้ามาเลย ผมเป็นอเมริกัน สวัสดีแยงกี้(เช็คแฮนด์รท.วิลลาร์ด) สวัสดี อเมริกัน คนเมืองแท้ๆเลยไม่ต้องกลัว สวัสดี คุณมีบุหรี่ด้วยเหรอ ผมอยากมานาน " รี่เข้าไปขอบุหรี่จากพ่อครัว " คุณเป็นใครโชเฟ่อร์ คุณด้วย " หันมาทางผู้กองแล้วเปิดฝาไฟแช็คจุดบุหรี่สูบ " ผมเป็นช่างภาพอยู่ในสงครามตั้งแต่ปี 1964 ไปอยู่ทั้งในลาว กัมพูชา และ เวียตนาม เรือนี่รกชมัดเลยนะ "
     " ชาวป่าพวกนี้เป็นใคร " รท.วิลลาร์ด
     " พวกเขาคิดว่าคุณจะเอาตัว เขา ไป แต่ผมว่าคงไม่ใช่นะ " นักข่าว
     "
เอาตัวใครไป "
    " เขายังไง ผู้พันเคิร์ท พวกนี้ลูกน้องเขาทั้งนั้นแหละคุณ สุดลูกตาโน่นทั้งนั้นเลย พวกลูกน้องเขาทั้งนั้น "
     " เราขอคุยกับผู้พันเคิร์ทได้มั้ย "

     " นี่คุณอย่าพูดกับผู้พันนะ คุณต้อง ฟัง เขา เขาทำให้ผมตาสว่าง เขาเป็นทหารผ่านศึกแบบรุ่นลายคราม ผมหมายถึงบางครั้งคุณสวัสดีเขา เขาก็เดินผ่านไปเฉยๆอย่างนั้น เขามองไม่เห็นหัวคุณเลย ปะเดี๋ยวก็กระโดดลงมารัดคอ โยนคุณไป
     เขาพูดว่า เจ้ารู้มั้ยคำว่า ถ้า เป็นคำที่หมายถึงชีวิต ถ้าคุณมีสมองคุณก็ต้องเสียสติไปเลย คุณจะมั่นใจตัวเขาได้ยังไง ถ้าคุณยังสงสัยตัวคุณอยู่ นั่นผมรู้แต่ผมไม่ ผมมันกระจอกไปเลย ผมมันขี้ตีน และเขายิ่งใหญ่ ผมน่าจะเป็นเขี้ยวเล็บผุๆ ที่จมอยู่ก้นทะเลแค่นั้น.. "
     " ลงไปอยู่ในเรือ " รท.วิลลาร์ดสั่งแลนซ์
     " รอก่อนเดี๋ยวไปด้วย เดี๋ยวขอไปด้วยผมอยากจะถ่ายรูป " เดินขึ้นบันไดหยุดบนชานพักปรับโฟกัสกล้อง " เขาอาจจะเกรี้ยวกราด อาจจะเป็นกลางหรืออาจจะถูกต้องก็ได้(ลั่นชัตเตอร์) เขารบในสงครามมา เขายิ่งใหญ่จริงๆ(ถ่ายรูปผู้กองอีกภาพ) ฮ่า ฮ่า ผมหมายถึงผมอยากจะพูดอะไรหน่อย จะบอกอะไรให้เมื่อวันก่อนเขาอยากจะฆ่าผม อะไรปานนั้น "
     " ทำไมเขาถึงจะฆ่าคุณ "
     " เพราะผมถ่ายรูปเขาน่ะสิ เขาบอกว่าถ้าผมถ่ายรูปเขาอีก ข้าจะฆ่าเจ้า เขาพูดจริง แล้วคุณก็ควรใจเย็นไม่รีบร้อน เขาก็จะอารมณ์ดีขึ้น เขาเป็นอย่างนั้นจริง แต่คุณอย่าไปประเมินคนอย่างผู้พันเหมือนคนธรรมดานะ "

     เดินลึกเข้าไปตามแนวป้อมค่าย ทหารป่ากระจายกำลังตามกำแพงปราสาทเก่า บ้างนั่งอยู่บนแท่นเทวรูป
     " ระวัง มีคนอเมริกันนะ คิดว่าที่นี่น่าอยู่สิ ขอผมถ่ายรูปหน่อย " นักข่าวบอกทหารอเมริกันแตกทัพที่ได้เมียลูกกับคนป่า ยืนตั้งแถวถ่ายรูปหมู่ " นี่คุณช่วยสวัสดีก่อนนะ อย่าเพิ่งเดินเข้าไป " บอกรท.วิลลาร์ด
     " โคลบี้ " รท.วิลลาร์ดทัก แต่เขาไม่ตอบ(สวามิภักดิ์ต่อเคิร์ทแล้วยากจะกลับใจ)
     " หัว มาดูหัวพวกนี้สิ บางทีเขาก็เกินไป เขาเป็นคนแรกที่ยอมรับ " นักข่าวพาไปดูศีรษะพวกเวียตกงที่ถูกตัดประจาน วางบูชายัญตามชานพัก
     " เขาบ้าแน่ "
     " ผิดเลย ไม่จริง ถ้าคุณได้ยินเขาพูดเมื่อ 2 วันก่อนล่ะก็ คุณจะไม่บอกว่าเขาบ้า "
     " งั้นเราก็บ้าล่ะวะ " พ่อครัวย้อนนักข่าว(ทำใบตองใส่แทนหมวก)
     " ผมอยากจะคุยกับเขา "
     " เขาไม่อยู่ เขาหายเข้าป่าไปกับลูกน้องของเขา "
     " ผมก็จะรอ "
     " เขารู้สึกมีความสุขเมื่อยู่กับลูกน้อง เขาลืมตัวเองเมื่ออยู่กับลูกน้อง ลืมตัวเองเลย "
     " ผู้กองผมว่ารอที่เรือดีกว่า "
     " ตกลงพ่อครัว เราจะกลับไปที่เรือ จะได้อยู่เป็นเพื่อน แลนซ์ ด้วย "

15.

     " ผู้กอง ไอ้ผู้พันนี่อันตราย มันยิ่งกว่าบ้าอีกนะ มันเป็น ปีศาจ ดูสิมันสร้างที่นี่ขึ้นมา มันมีรูปปั้นนอกรีตอยู่เต็มเลยเห็นมั้ย(แลนซ์ นั่งยองๆสูบบุหรี่สบายอารมณ์) ระยำ นั่นมันปีศาจ " พ่อครัวครั่นคร้าม
     " แล้วจะช่วยฉันไหม? "
     " ช่วยเหรอ ระยำ ผมช่วยแน่จะให้ทำอะไรก็ได้ จะได้ไปจากที่นี่(ทหารป่ายืนเรียงแถวมุงดูริมฝั่งน้ำ บางคนพูดท้าทาย) เรายิงมันให้เผ่นไปเลย พวกนี้มันคนป่า มันไม่รู้จักอะไรด้วยซ้ำ
     
ผมไม่กลัวพวกหัวกระโหลกคนนั้นหรอก พวกแท่นบูชาระยำ ผมเคยคิดว่าถ้าผมตายในดินแดนชั่วร้าย วิญญาณผมจะไม่ได้ขึ้นสวรรค์(พ่อครัวสารภาพบาป) ระยำ ตอนนี้ผมไม่สนว่ามันจะไปไหน แต่ไม่ใช่ที่นี่ก็พอแล้ว ผู้กองจะเอายังไง ให้ผมฆ่ามันมั้ย "
     " ไม่ได้ "
     
" ออกไปจากที่นี่เถอะ "
     " ฉันอยากให้แกอยู่ที่นี่ ฉันจะไปดูทีท่าพวกมันกับ แลนซ์ ดูลาดเลา และหาทางว่าจะเจอผู้พันมั้ย เอาอย่างงี้นะ "
     " แล้วจะให้ผมทำอะไร ระยำ "
     
" เอาวิทยุนี่ไว้ ถ้าฉันไม่กลับมาภายใน 22 ชม. เรียกเครื่องบินมาถล่มที่นี่ " รท.วิลลาร์ดยกเครื่องวิทยุให้
     " ระเบิดเลยเหรอ? "
     
" รหัสก็คือ ไมค์ตี้ ภารกิจ 0-2-6-4-7-1-2 อยู่ในนี้หมดเลย "
     " 0-2-6-4-7-1-2 " พ่อครัวทวน

     "..ทุกสิ่งที่ผมเห็นบอกได้ว่า เคิร์ท บ้าแน่แล้ว ที่นี่มีแต่ศพเวียตนามเหนือ เวียตกง กัมพูชา ถ้าผมยังมีชีวิตรอดก็เพราะเขาต้องการให้ผมอยู่.."
     
ทหารป่าลงแขกรท.วิลลาร์ด พวกนั้นพึมพำเวทมนต์คาถาก่อนจับเขาไถพื้นโคลน มัดมือไพล่หลังพาเข้าไปในค่าย
     "..กลิ่นของความตายคืบคลานเข้ามาช้าๆอยู่ทั่วไป มาลาเรียฝันร้าย แล้วนี่ก็มาถึงสุดทางของแม่น้ำสายนี้.."
     ห้องนั้นมืดสลัว มีมุ้งอย่างดีมัดรวบไว้ ผู้คุมบังคับเขานั่งคุกเข่า
     " เจ้ามาจากไหน วิลลาร์ด "
     " ผมมาจาก โอไฮโอ ครับ "
     " เกิดที่นั่นเหรอ "
     " ครับ "
     " แถวไหน "
     " โทเลโด ครับ "

     พท.เคิร์ทโกนหัวเกลี้ยงเกลา ขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงนอน แสงสลัวกระทบด้านข้างของใบหน้า
     " เจ้าอยู่ห่างจากแม่น้ำแค่ไหน? "
     " แม่น้ำโอไฮโอหรือครับ เกือบ 200 ไมล์ครับ "
     "
ข้าเคยไปที่แม่น้ำนั้นตอนเป็นเด็ก ที่นั่นมีอยู่ที่หนึ่งข้าจำไม่ได้ แต่รู้ว่ามีดอกพุดซ้อนหรือสวนดอกไม้นี่แหละ เดี๋ยวนี้เป็นที่รกร้างไปแล้ว แต่ที่กว้างตั้ง 5 ไมล์ เจ้าจะคิดว่ามี สวรรค์บนดิน ที่นั่นเต็มไปด้วยดอกพุดซ้อน
     
เจ้าคงไม่เคยคิดว่าอะไรคือ อิสรภาพ อันแท้จริง อิสระจากความคิดของผู้อื่น(กวักน้ำรดศีรษะ) หรือแม้แต่ความคิดของตัวเอง(ล้างหน้า พรมหยดน้ำทั่วศีรษะอีกครั้ง) เขาบอกเจ้าว่าอะไรบ้าง วิลลาร์ด ทำไมเขาถึงอยากจะทำลายการบังคับบัญชาของข้า "

     " ผมถูกส่งมาปฏิบัติการเฉพาะกิจครับ "
     " ไม่เฉพาะอีกต่อไปแล้ว เขาบอกว่าอะไร " พท.เคิร์ทใช้มือลูบศีรษะล้านเลี่ยนไปมา
     " เขาบอกว่าคุณ เสียสติ ไปแล้ว และวิธีการของคุณ ผิดปกติ "
     " วิธีการของข้า ผิดปกติ เหรอ? "
     " ผมไม่เห็นวิธีการอะไรเลยครับ ผมอยากจะเห็นคนอย่างคุณ.. "
     " อยากเห็นอะไร เจ้าเป็น ฆาตกร หรือเปล่า "
     " ผมเป็นทหาร "
     " เจ้าไม่ได้เป็นทั้งคู่ เจ้าเป็น เด็กส่งเอกสาร ที่ส่งมาจากเสมียนร้านขายของชำ มาเก็บบิล "


16.

     นักข่าวเดินตามแนวกระสอบทรายขึ้นไปชั้นบนของค่ายคล้ายปราสาทพระเจ้าไชยวรมัน ข้างล่างทหารป่ายิงปืนไฟเผาศพทหารเวียตกง บางศพถูกจับแขวนคอประจานบนต้นไม้ รท.วิลลาร์ดถูกจับขังในคุกชั่วคราวทำด้วยไม้ไผ่ นักข่าวตักน้ำใส่กะลารินใส่ปากผู้กองหนุ่ม
     " ทำไมนะ คนดีอย่างคุณถึงอยากฆ่า นักปราชญ์ รู้สึกดีใช่มั้ย รู้มั้ยว่าเขาต้องชอบคุณแน่เลย เขาชอบผม และเขาก็ชอบคุณ เขาคงมีอะไรอยู่ในใจจะให้คุณ อยากรู้มั้ย " ส่งบุหรี่ให้สูบ
     ผมอยากรู้จัง อยากรู้มาก ไม่อยากรู้เหรอ ข้างนอกนั่นมีอะไรเกิดขึ้นรู้ไหม? (เดินวนรอบๆกรง) คุณรู้อย่างหนึ่ง และผมก็รู้อย่างหนึ่งที่คุณไม่รู้
     ใช่แล้ว แจ๊ค เขามีความคิดชัดเจนแต่วิญญาณของเขา บ้า ใช่ เขาต้องตายแน่ผมเชื่อ เขาเกลียดทุกอย่างที่นี่ เกลียดมัน แต่เขา เมื่อเขาอ่าน บทกวี ออกมา ใช่เสียง เสียงเขา เขาชอบคุณเพราะคุณยังมีชีวิตอยู่ต่อ เขามีแผนสำหรับคุณ
     ไม่ ผมไม่ได้มาช่วยคุณ คุณต่างหากที่จะช่วยเขา เมื่อเขาตายมันก็จะตาย พวกเขาจะพูดถึงเขายังไง หรือพวกเขาจะพูดว่า เขาเป็นคนใจดี ฉลาด เขามียุทธวิธี มีปัญญา อย่างนั้นเหรอ ระยำ..! แล้วผมน่ะเหรอ ที่จะเป็นคนจัดแจงให้เข้ารูปเข้ารอย ผิดถนัด คุณนั่นแหละ "

     " เกือบ 8 ชม.แล้วพระเจ้า ฉันง่วง กำลังจะหลับและฝันอยู่บนเรือระยำนี่ " พ่อครัวเปิดผ้าใบคลุมหน้าออก " นี่ 8 ชม.แล้วเหรอ "
     " ..สวัสดี ไมค์ตี้ นี่ ไมค์ตี้ นี่ พี.บี.อาร์. สตรีทแกงค์ เช็ควิทยุ เปลี่ยน.. "

      พท.เคิร์ทย่างสามขุมไปใกล้กรงขัง รท.วิลลาร์ดกรอกตามองใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มสีเขียว ขาว และ ดำ ราวปีศาจ แล้วฟุบหน้าลงกับเชือกที่รัดคออยู่ ผู้พันโยนศีรษะพ่อครัวลงบนตักเชลย รท.วิลลาร์ดตกใจแทบช็อก
     " พพพระเจ้าาาา "
     เขย่าขาจนศีรษะนั้นกลิ้งหลุนๆไปกองแทบเท้า
     ยามฟ้าสางสมุนเคิร์ทอุ้มเขาออกมาจากกรงพาไปในค่าย เมียน้อยผู้พันป้อนน้ำ พยายามจะป้อนข้าวอีกแต่เขาทานไม่ลง จึงใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวให้ ไม่นานเรี่ยวแรงเริ่มกลับคืน รท.วิลลาร์ดนอนสูบบุหรี่ ตาลอย

     "..ภายในตัวเรานั้นกลวง แล้วเราก็ถูกยัดไส้เข้าไปยืนพิงอยู่ด้วยกัน ในหัวนั้นมีแต่เศษฟาง พระเจ้า เสียงที่แห้งเมื่อเรากระซิบกันกลับเงียบ ไร้ความหมายเหมือนลมที่พัดผ่านหญ้าแห้ง เขาอยู่ที่นั่นจริงๆ ก่อตัวเป็นรูปร่าง แต่งแต้มแต่ไม่มีสีสัน มีเรี่ยวแรงเป็นอัมพาต ออกท่าทางโดยไม่ขยับ.." พท.เคิร์ทอ่านบทกวีเนิบๆ
     " รู้มั้ยว่าเขาพูดอะไร นี่คือ ปรัชญา ธรรมดานี่เอง 1-9 ไม่มีคาดการณ์ ไม่มีสมมุติ ไม่มีการแตกแยก คุณจะไปไหนต่อไหนไม่ได้ถ้าคุณยังมีความแตกแยก คุณจะไปยึดติดได้ยังไง อย่า 3 ต่อ 4 หรือ 3 ต่อ 8 คุณจะทำยังไง ถ้าคุณจะต้องไปจากที่นี่ไปถึงดาวศุกร์ นี่คือปรัชญาล่ะ เข้าใจหรือยัง มีแต่ รัก และ เกลียด คุณจะรักพวกเขาหรือเกลียดล่ะ " นักข่าวเทศนารท.วิลลาร์ด ผู้พันเคิร์ทรำคาญความอวดรู้จึงขว้างหนังสือใส่ แทนที่จะหยุดกลับพล่ามต่อ
     นี่แหละโลกระยำจะถึงกาลอวสาน Apocalypse Now : โลกาวินาศ เห็นมั้ยว่าเรากำลังอยู่ด้วยอะไร ไม่ใช่เสียง ปัง แต่เสียง วิงวอน ถ้าอยู่ด้วยเสียงวิงวอนผมก็จะถ่มน้ำลายใส่แจ๊ค " รีบลุกหนีก่อนโดนเล่มที่ 2


17.

     "..ตอนอยู่บนเรือ ผมคิดว่าเมื่อผมเห็นเขาแล้ว ผมรู้ว่าจะทำอะไรต่อไป แต่ไม่ยักจะเป็น(รท.วิลลาร์ดจ้องมองเครื่องแบบเต็มยศทหาร พท.เคิร์ท ที่แขวนไว้ข้างผนังห้อง) ผมอยู่ที่นั่นกับเขาหลายวัน ไม่ได้ถูกขัง ผมเป็นอิสระ แต่เขารู้ว่าผมจะไม่หนีไปไหน เขารู้มากกว่าผมเสียอีกว่าผมจะทำอะไร(เปิดดูเหรียญกล้าหาญซิลเวอร์สตาร์ แถบยศ)
     ถ้าพวกนายพลที่ นาตรัง เห็นสิ่งที่ผมเห็นล่ะก็ พวกเขายังอยากให้ผมฆ่าเขาอยู่มั้ย? (ชำเลืองมองรูปถ่ายบุตรชาย และภรรยา) อาจกระสันอยากยิ่งขึ้นก็ได้ แล้วทางครอบครัวอยากทำอะไร ถ้ารู้ว่าเขาเป็นไปได้ถึงขนาดนี้(หนังสือปรัชญา The Golden Bough..สุมอยู่บนตั่ง) เขาแยกตัวออกมา แล้วเขาก็แยกตัวออกจากตัวเขาเอง ผมไม่เคยพบใครที่รู้สึกแปลก และแยกตัวได้ขนาดนี้.."


     
"..ข้าเห็นสิ่งที่น่ากลัว ความกลัวที่เจ้าเห็น เจ้าไม่มีสิทธิ์ที่จะเรียกข้าว่า ฆาตกร แต่มีสิทธิ์ที่จะฆ่าข้าได้ เจ้ามีสิทธิ์จะทำได้ แต่ไม่มีสิทธิ์มา ตัดสิน ข้า ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะอธิบายว่าอะไรคือความจำเป็น ให้พวกที่ไม่รู้จักว่า ความกลัว คืออะไร ความกลัวมีหน้ามีตา และเจ้าต้องเป็นเพื่อนกับมัน " เคิร์ทร่ายบทกวี
     ความและความสยดสยองของศีลธรรมเป็นเพื่อนของเจ้า ถ้าไม่อย่างนั้น พวกมันจะเป็นศัตรูที่เจ้าต้องกลัว มันเป็นศัตรูที่แท้จริง.."

     
" ข้าจำได้เมื่อตอนที่ข้าอยู่กับกองกำลังพิเศษเมื่อหลายทศวรรษมาแล้ว เราไปที่ค่ายกักกันเพื่อจะฉีดวัคซีนให้เด็ก เมื่อเราออกจากค่ายหลังจากฉีดวัคซีนป้องกันโปลิโอ ชายแก่คนหนึ่งวิ่งตามเรามาแล้วก็ร้องไห้ ไม่ได้พูดอะไร เราเลยกลับไป พวกมันมาตัดแขนทุกแขนที่ถูกฉีดวัคซีน แล้วก็เอามากองไว้ด้วยกัน แขนเล็กๆกองอยู่เต็ม ข้าจำได้ ข้าร้องไห้เหมือนยายแก่ ข้าอยากจะถอนฟันตัวเองออกมา ข้าไม่รู้ว่าข้าอยากจะทำอะไร " เคิร์ทรำพึงถึงความหลังอันขมขื่น รท.วิลลาร์ดนั่งฟังอยู่เงียบๆ

     แต่ข้าอยากจะจำมันไว้ ข้าจะไม่ยอมลืมเรื่องนี้ ไม่ยอมลืม แล้วข้าก็รู้ว่าข้าเหมือนถูกยิง ถูกยิงด้วยกระสุนเพชรฆาต กระสุนเลี่ยมเพชรพุ่งแสกหน้า(ชี้นิ้วกลางหน้าผาก)และข้าก็คิดว่า พระเจ้า ข้าคือ ผู้รู้ นักปราชญ์ มีสิทธิ์ที่จะต้องทำอย่างนั้นสมบรูณ์แบบ ปัญญาเลิศครบถ้วน ใสเป็นผลึก บริสุทธิ์ แล้วข้าก็พบว่าพวกเขาแข็งแกร่งกว่าเรา ที่พวกเขาทนอยู่ได้เพราะพวกเขาเป็น ปีศาจ ในคราบมนุษย์ที่ถูกฝึกมาตามแบบของเขา
     พวกนั้นรบด้วย หัวใจ ที่มีแต่ครอบครัว และลูกอันเป็นที่รัก พวกเขาจึงมีกำลังที่จะต่อสู้ ถ้าข้ามีคนแบบนี้สัก 10 กอง ปัญหาที่นี่คงหมดไปเร็ววัน เจ้าจะต้องมีลูกน้องที่มีศีลธรรม และในขณะเดียวกันต้องสามารถใช้สัญชาตญาณดิบฆ่า ปราศจาก อารมณ์ และ ความอยาก ปราศจากการตัดสิน ไม่มีการตัดสินเพราะการตัดสินทำให้เรา แพ้ (เคิร์ทชี้ทางสว่างแก่รท.วิลลาร์ดอยู่ในที)

     
ข้าเป็นห่วงลูกข้าจะไม่เข้าใจ ว่าข้าพยายามทำอะไรอยู่ ถ้าข้าถูกสังหาร วิลลาร์ด ข้าอยากให้ใครสักคนไปที่บ้านข้า แล้วเล่าทุกอย่างให้ลูกข้าฟัง ทุกอย่างที่ข้าทำ ทุกอย่างที่ข้าเห็น(พท.เคิร์ทปล่อยวัวออกจากคอก สู่พิธีบูชายัญของชนพื้นเมือง) เพราะไม่มีอะไรที่ข้าเกลียดไปยิ่งกว่า คำโกหก เน่าเหม็น ถ้าเจ้าเข้าใจข้าวิลลาร์ด เจ้าจงทำเรื่องนี้ให้ข้า " ปัจฉิมโอวาทของเคิร์ท

     ชาวบ้านล้อมวงรอบกองไฟยามคืนเดือนมืด บ้างดีดสีตีเป่าให้จังหวะเพลงแก่หญิงสาวที่กำลังฟ้อนรำ เด็กน้อยกระเซ้าเย้าหยอก แลนซ์ หัวหน้าเผ่าร่ายคาถาขออโหสิต่อวัวชะตาขาด เหล่าเพชรฆาตถือหอกและโล่รำแทนที่อิสตรี แลนซ์ช่วยผสมโรงในพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์
     " เรียก พี.บี.อาร์. สตรีทแกงค์ นี่ไมค์ตี้ เปลี่ยน .. ตอบด้วย เปลี่ยน เป็นยังไงบ้าง .. " เสียงว.จากเรือตรวจการณ์ปลุกรท.วิลลาร์ดให้ตระหนักถึงภารกิจ
     "..พวกเขาโยนบทสำคัญให้ผม และผมก็ไม่ได้เป็น ทหาร กองทัพระยำแล้วด้วย ทุกคนอยากจะให้ผมทำโดยเฉพาะตัวเขาเอง ผมรู้สึกเหมือนว่าเขายืนอยู่ตรงนั้น คอยให้ผมไปช่วยเขาให้หายเจ็บปวด
     เขาต้องการเดินออกไปเหมือนทหารธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ใช่เป็นขบถตกยากแบบนี้ แม้แต่ป่ายังอยากให้เขาตาย โดยเฉพาะคนที่อยู่ในกองทัพที่เขาเคยอยู่.."


     แลนซ์ละเลงเลือดไก่เปรอะตามสันหนอกวัว ชาวบ้านจับเขามันเทียบขื่อ รท.วิลลาร์ดอาศัยจังหวะปลอดคน ดำน้ำมาโผล่ทางเข้าที่พำนักเคิร์ท ชาวป่าเต้นรำกระทืบเท้าทิ่มหอกลงพื้น ปลุกเร้าวิญญาณ เช่นเดียวกับผู้กองหนุ่มก็ซักซ้อมเพลงดาบอาวุธคู่ใจ ก่อนย่างเข้าไปในปราสาทแอบเชือดคอองครักษ์ สืบเท้ารุกเงียบลึกเข้าไป
     "..เราฝึกคนหนุ่มให้รู้จักเผาคน หัวหน้าไม่ยอมให้พวกเขาเขียนคำว่า ระยำ บนเครื่องบินเพราะมันน่าเกลียด.." เคิร์ทอ่านกวีผ่านคลื่นวิทยุ รท.วิลลาร์ดประชิดตัวจ้วงฟันโดยที่เขาไม่อาจขัดขืน ข้างนอกนั้นเพรชฆาตใช้ดาบฟันคอล้มวัว
     " น่ากลัว น่ากลัวเหลือเกิน.. " ถ้อยคำสุดท้ายก่อนเคิร์ทสิ้นใจ

     รท.วิลลาร์ดเดินเข้าไปที่นอนของเคิร์ท เปิดดูเอกสารในนั้นมีประโยคสั่งเสีย อย่าทิ้งระเบิดถล่มที่นี่ ตัวอักษรขนาดใหญ่สีแดง ทับข้อความพิมพ์ดีดด้วยหมึกสีดำที่เคิร์ทอ่านต่อต้านจักรวรรดินิยม ชาวป่าชุมนุมอยู่ลานนอกปราสาทอย่างใจจดใจจ่อ รท.วิลลาร์ดเดินออกมาอย่างผู้มีชัย ร่างเขาชโลมเลือด มือข้างขวาถืออาวุธ ข้างซ้ายถือคัมภีร์ พวกนั้นก้มศีรษะคาราวะประมุของค์ใหม่ ก้าวเดินลงมาตามขั้นบันได ทิ้งมีดสปาต้า ทหารป่าวางอาวุธหยุดการเข่นฆ่า สลายกองกำลัง
     รท.วิลลาร์ดจูงมือแลนซ์ออกมาจากกลุ่มขึ้นเรือลาดตระเวนล่องตามลำน้ำ ทิ้งอาณาจักรทมิฬไว้เบื้องหลังเหลือเพียงแค่อดีต..

 
    end : text by piraChan re-write from Thai-subtitle Mangpong
            

chapter [ 1- 4 ] [ 5 - 8 ] [ 9 - 12] [ 13 - 17 ]
Pirachan : พิรฌาน