Interview with the vampire - the vampire chronicles(1994) ,Tom Cruise,Brad Pitt,Antonio Bandras,Kirsten Dunst,Anne Rice,movie-script,Thai
1
  มันเริ่มขึ้นเมื่อปี 1791 ผมชื่อ หลุยส์ หนุ่มกว่าคุณตอนนี้ เป็นเจ้าของไร่ ปวงเดอลัก ริมฝั่งแม่น้ำมิสซิสซิปปี้ทางตอนใต้ของนิวออร์ลีนส์

หลุยส์ไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแต่แวมไพร์ทำให้เขาเป็นอมตะในแบบที่เขาไม่ต้องการ     อาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้นตั้งอยู่ริมถนนดิวิซาโดโร ท่ามกลางหมู่ตึกระฟ้าของนครซานฟรานซิสโก ลำแสงจากยวดยาน เสาไฟ-ป้ายนีออนลอดผ่านผ้าม่านและกระจกหน้าต่างภายในห้องโล่ง มีเพียงโต๊ะเก้าอี้ตั้งอยู่ตรงกลางของคู่สนทนา ระหว่างนักข่าวหนุ่มกับชายลึกลับ
     เขาแต่งสูทเนี๊ยบในมาดขรึม จ้องมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกสูงจากพื้นชนเพดาน แล้วหมุนตัวเล็กน้อยพอให้นักข่าวหนุ่มเห็นเสี้ยวใบหน้าด้านข้างก่อนเอ่ยปาก
     " คุณอยากฟังเรื่องของผมงั้นเหรอ "
     " ก็งานของผมนี่ สัมภาษณ์ชีวิตผู้คนทำรายการ ฅนค้นฅน ส่งให้สถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ "
     " คุณเตรียมเทปไว้เยอะซินะ "
     " ไม่ต้องห่วงหรอกผมเอามาเพียบเลยล่ะ "
     " คุณสะกดรอยตามผมมาใช่มั้ย? "
     " ทำนองนั้น ท่าทางคุณน่าสนใจดี ที่นี่บ้านคุณเหรอ "
     " ไม่ แค่ห้องว่างเปล่า "
     " งั้นเริ่มเลยดีมั้ย(กดปุ่มบันทึก).. คุณทำงานอะไร? "     
     " ผมเป็น แวมไพร์ ผีดูดเลือด "
     " คุณนี่โม้เก่งเป็นบ้าเลย ว่าแต่พูดจริงรึเปล่าแฮะ "
     " แน่นอน ผมดักรอคุณตั้งแต่อยู่ในตรอกแล้ว ดูคุณเฝ้าดูผม แล้วคุณก็เริ่มพูดชักชวน "
     " ผมคงโชคดีสินะ "
     " อาจเป็นโชคของเราทั้งคู่ "
     " คุณว่า คุณเอ่อ รอผมทำไม จะดูดเลือดผมรึไง "
     " ใช่ แต่คุณไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก "
     " นี่คุณพูดจริงรึเปล่าเนี่ย นึกว่าแวมไพร์ไม่ชอบแสงซะอีก มืดทึบแบบนี้บรรยากาศสุดสยองดี "
     " ไม่จริงหรอก ตั้งสติให้ดี " เขาเดินไปเปิดสวิทช์โคมไฟกลางห้อง
     " พระเจ้า ! " ชายหนุ่มเต้นผาง ลุกจากเก้าอี้ ถอยห่างโต๊ะไปอยู่ริมห้อง ร่างแวมไพร์ซีดเผือด และผิวเรียบลื่นราวกับถูกแกะสลักมาจากกระดูกฟอกขาว ใบหน้าไร้ชีวิตชีวาคล้ายรูปปั้น ดวงตาสีเขียวแวววาวเหมือนเปลวไฟส่องกะพริบในกระโหลกผี
     " อย่ากลัวไปเลย ผมรอโอกาสนี้มานานแล้ว "
     " คุณทำได้ไง " มือชี้หน้า เดินวนไปรอบโต๊ะ
     " เหมือนอย่างคุณไงแต่ง่ายกว่าเยอะ ผมเคลื่อนไหวเร็วเกินกว่าคุณจะเห็น ผมมีเลือดเนื้อแต่ไม่ใช่คน ผมเป็นแวมไพร์มา 200 ปีแล้ว .. เชิญนั่ง ผมจะเล่ายังไงดีล่ะ หรือว่าจะเริ่มเรื่องเหมือนนิยาย ผมเกิด เติบโต หรือจะเริ่มตอนที่ผมเข้าสู่รัตติกาลล่ะ ว่ายังไง ผมว่าเริ่มจากตรงนี้ดีกว่านะ "
     " คุณไม่ได้โกหกผมใช่มั้ย "
     "
โกหกเพื่ออะไร ..

นักข่าวสัมภาษณ์ชีวิตลึกลับของแวมไพร์หลุยส์ทำใจไม่ได้เมื่อสูญเสียคนรักกับลูกเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเขาอายุ 24 ปี

     มันเริ่มขึ้นเมื่อปี 1791 ผมชื่อ หลุยส์ หนุ่มกว่าคุณตอนนี้ เป็นเจ้าของไร่ ปวงเดอลัก ในหลุยส์เซียน่า ริมฝั่งแม่น้ำมิสซิสซิปปี้ทางตอนใต้ของนิวออร์ลีนส์ เมียผมตายตอนคลอดลูก หลังจากที่นางและลูกผมตายไปครึ่งปี ผมก็ได้ร่วมเป็นพวกมัน ผมไม่อาจทนทานกับการสูญเสีย มันกินระยะเวลายาวนานยิ่งนัก ผมอยากสละทุกสิ่ง ทรัพย์สิน เงินทอง จิตใจ ..
     " นี่แกคิดจะโกงหรือไง " กลาสีเรือยัวะจัดเมื่อเห็นหน้าไพ่คู่แข่งขึ้นแต้มสูงสุด
     " หาว่าผมโกงเหรอ "

     " เจ้านี่มันขี้โกงอย่างหน้าด้านๆ " ไอ้อ้วนล้มโต๊ะวงไพ่ ขึ้นนกเล็งปืนสั้นจ่อคู่อริ หลุยส์แหวกอกเสื้อพร้อมรับความตาย
     " ปอดแหกขึ้นมารึไง ยิงสิ "
     ผมอยากตายไปเสียให้พ้นๆ ตอนนั้นเองที่มันเข้ามาปลดปล่อยผมจากความเจ็บปวด ผมเปิดโอกาสให้ทุกคนฆ่า คณิกาข้างกายผม หรือแมงดาโสมม แต่เป็น แวมไพร์ ที่รับคำเชิญนั้น ..
     หลุยส์เดินเคลียคลอนางโลมจากโรงระบำผ่านตรอกซอกซอยมืดทึบ เขายืนอ่อนระทวยหลังพิงกำแพงปล่อยให้คู่ขาทำออรัลเซ็กซ์
     " ส่งเงินมาไม่งั้นตาย " คนจรจัดย่างสามขุมมาใช้มีดจี้คอหลุยส์
     แวมไพร์สังหารโจรชั่วและกระหรี่ในพริบตา จากนั้นกัดคอหลุยส์ดึงร่างชะลูดขึ้นไปถึงปลายเสากะโดงเรือก่อนปล่อยเขาตกทะเล " ยังอยากตายอยู่รึเปล่าหรือเปลี่ยนใจแล้ว "

     มันทิ้งผมไว้ริมฝั่งแม่น้ำมิสซิสซิปปี้ ผมอยู่ระหว่างความเป็นกับความตาย ..

     หลุยส์ถูกคนงานในไร่พบร่างแล้วนำตัวกลับไปห้องนอนบนคฤหาสน์ เขารู้สึกสับสนไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นอะไร เพราะดื่มเหล้าหนักทำให้เป็นอัมพฤกษ์ก็ไม่น่าใช่
     " คุณเข้ามาทำอะไรในบ้านผม " หลุยส์คว้าปืนสั้นจากใต้หมอนเล็งใส่ชายแปลกหน้า
     " ข้ามาตามคำวิงวอนของเจ้า ชีวิตไม่มีความหมายอีกต่อไป ถูกมั้ย ไวน์ไร้รสชาติ อาหารจืดชืดหาเหตุผลไม่ได้ใช่มั้ย แต่ถ้าข้าให้ชีวิตใหม่เจ้าล่ะ นำความเจ็บปวดรวดร้าวออกจากกายเจ้า ชีวิตที่เจ้าไม่นึกฝัน และมันจะคงอยู่ อมตะ ตลอดไป โรคาพยาธิ ความตายมิอาจกร้ำกรายเจ้าได้ อย่ากลัว ข้าจะให้เจ้าได้เลือกสิ่งที่ข้าไม่เคยได้เลือก "

     เช้าวันนั้นผมยังไม่ได้เป็นแวมไพร์ ผมได้เห็นแสงอาทิตย์สุดท้าย และยังจำมันได้ดี ทำให้ผมนึกถึงรุ่งอรุณที่ผ่านมาไม่ได้ด้วยซ้ำ ผมยืนดูอาทิตย์รุ่งอรุณนั้นเป็นครั้งสุดท้าย ราวกับไม่เคยเห็นมาก่อน ผมกล่าวอำลายามทิวาและได้กลายมาเป็นแวมไพร์ ..
     " บอกลาแสงสว่างแล้วเหรอ ข้าปลดปล่อยเจ้าจากความตาย ถ้าข้าทิ้งเจ้า เจ้าก็ตาย หรืออยากคงความเยาว์วัยไว้ตลอดกาลอย่างตอนนี้ ตอบข้ามาจะไปกับข้าหรือไม่ " เลอสตัทกระซิบริมฝีปากขยับแนบชิดลำคอก่อนกัดซ้ำรอยแผลเดิม 2 เขี้ยวใหญ่
     " ไป " หลุยส์แทบหมดแรงจะขยับเขยื้อน ร่างแวมไพร์กดทับตรึงตัวเขาแน่น
     เลอสตัทกัดข้อมือตนเองหยดเลือดไหลรินใส่ปากหลุยส์ ชายหนุ่มเล็มเลียด้วยความกระหาย แล้วคว้าแขนมันกัดดูดโลหิตจากรอยแผลนั้นจนช็อค

     " เดี๋ยวเจ้าก็ตาย ไม่ต้องห่วงหรอกข้าก็เคยเป็น เอาล่ะใช้สายตาของเจ้าดูรอบๆสิ "

หลุยส์กะดากใจที่จะเรียกที่นอนเขาว่าโลงศพ     " คุณเห็นอะไร " นักข่าวซัก
     "
ไม่มีอะไรเปรียบได้ อาจเป็นเหมือนดั่งสรวงสวรรค์ที่มนุษย์ไม่เคยเห็น รูปสลักเหมือนเยื้องย่างแต่ไม่ โลกเปลี่ยนแปรแต่หากคงเดิม ผมเป็นดั่งแวมไพร์เกิดใหม่ทักทายยามราตรี .. จะสูบบุหรี่ก็ได้นะ "
     " ก็ดีถ้าคุณไม่ว่าอะไร "
     " ไม่ "
     " ผมยังไม่ค่อยเข้าใจ มันไม่เหมือนกับการตายปกติใช่รึเปล่า "
     "
ผมคิดว่าไม่ "
     " แล้วไม้กางเขนล่ะ "
     " ไม้กางเขน ? "
     " มองได้รึเปล่า "
     " อันที่จริงแล้วผมชอบเพ่งดูไม้กางเขนเหมือนกัน "
     " ถ้าโดนลิ่มไม้ตอกที่หัวใจจะเป็นยังไง "
     "
ไร้สาระ "
     " แล้วโลงศพล่ะ "
     " หีบศพ หีบศพเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเรา "

     " ไม่ต้องห่วงอีกไม่นานเจ้าจะหลับอย่างเป็นสุขเหมือนเคย เมื่อตื่นขึ้นข้าจะรอเจ้าเช่นเดียวกับโลกใบนี้ "
     เลือดเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเราเช่นกัน พอตื่นขึ้นผมรู้สึกหิวโหยอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เลอสตัทสวมใส่เสื้อผ้าหรูหรา มีเครื่องประดับราคาแพง วางมาดสุภาพบุรุษฉาบทับภายนอก เขารู้จักวิธีหาเงินสดจากบ่อนการพนันร่ำรวยที่สุดในเมืองโดยใช้สัมผัสที่หก อย่างเลวก็แค่ล้วงกระเป๋าเหยื่อ ผมกลายเป็นหุ้นส่วนและผู้จัดการโดยปริยาย ..
     "
ถ้าได้ลองนี่แล้วท่านจะไม่อยากไปโรงเตี๊ยมอื่นอีกเลย " นางระบำออดอ้อน
     " จริงเหรอสาวน้อย ถ้าข้าอยากลองลิ้มชิมรสฝีปากเจ้าล่ะ " เลอสตัทโอบกอดแนบชิดเธอ เรานั่งอยู่บนชั้นบ็อกซ์ส่วนตัวของโรงละคร
     " ปากข้าหวานกว่านี้อีก "
     เลอสตัทโน้มคอสาวน้อยเข้ามาใกล้ จูบไซร้ทั่วใบหน้าและริมฝีปากก่อนฝังเขี้ยวซอกคอ " เพื่อนข้าจะเป็นคนจัดการต่อ "
     " จูบเขาลึกล้ำอย่างท่านหรือเปล่า "
     " ลึกกว่าแน่สาวน้อย " เลอสตัทกัดข้อมือนางดูดเลือดทันใด
     "
ข้าไม่อยากฆ่านาง " หลุยส์สุดกล้ำกลืนแต่ไม่อาจฝืนสัญชาตญาณดิบ
     " ไม่ต้องห่วงหรอก นางตายสนิทเรียบร้อยแล้วสหาย " เลอสตัททิ้งเงินค่าตัวไว้ให้หล่อนใช้ในปรภพ

หลุยส์สืบทอดการทำไร่ปศุสัตว์ของครอบครัวตั้งแต่รุ่นแรกพบโลกใหม่

เหยื่อของเราอยู่ในแวดวงไฮโซ      " ง่ายใช่มั้ย เจ้าไม่ต้องเสียใจหรอก เจ้าจะคุ้นกับการฆ่า ลืมเรื่องศีลธรรมไปเสียเถอะ อีกไม่นานเจ้าก็จะไม่รู้สึกอะไรเอง "
     " ท่านไม่หิวเหรอคะ " สาวใช้สงสัย
     " หิวสิ หิวจนจะกินม้าทั้งตัวอยู่รอมร่อ " เลอสตัทเย้ย
     "
ข้ากินเองได้ อีเวต ไปเถอะไม่ต้องคอยดูแล " หลุยส์คว้าข้อมือสาวใช้หมับ จ้องเส้นเลือดโปนต้นคอของหล่อนก่อนปล่อยตัว
     " แกล้งทำไม่ได้เหรอเจ้าโง่ อย่าใจร้อนสิ มีบ้านอยู่ก็ดีแค่ไหนแล้ว " เลอสตัทคว้าหนูพุกติดมือจากใต้โต๊ะ กัดคอมันรินเลือดใส่แก้ว " แกล้งทำเป็นดื่มหน่อย อย่าให้แก้วคริสตัลดีๆเสียเปล่า (หลุยส์รับแก้วประคองมือสั่นเทาดื่มเลือดหนูแล้วสะอึก) ข้ารู้ เย็นเร็วใช้มั้ยล่ะ "
     " เราต้องอยู่ในสภาพอย่างงี้เหรอ กินเลือด หนู เนี่ยนะ "
     " มันไม่ใช่การมีชีวิตอยู่แต่คือการเอาชีวิตรอด มันมีประโยชน์มากถ้าเจ้าต้องอยู่บนเรือเป็นเดือน ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ไม่มีเสน่ห์ "
     " ใช่ "
     " แต่ข้าก็เบื่อหนูนาเต็มทีแล้ว "เลอสตัทปัดซากหนูจากโต๊ะทิ้ง
     "
เราอยู่โดยไม่ต้องฆ่าใครก็ได้นี่ "
     " อะไรก็เป็นไปได้แต่รอแค่สัปดาห์เดียว ไปนิวออร์ลีนส์เถอะ เจ้าจะได้เห็นการล่าจริงๆ "

     เลอสตัทฆ่าคนคืนละคนสองคน เหยื่อคนแรกเขาจะฆ่าสาวน้อยแรกรุ่นเสมอ เหยื่อคนที่สองเขาจะเลือกหญิงสาวโตเต็มวัย พวกไฮโซ-โคตรตอแหลในวงสังคมเขาก็ชอบหากแต่พวกขุนนางในปราสาทราชวังคือสิ่งโปรดปรานที่สุด ..
     " ไม่จำเป็นต้องปราณี เห็นนั่นมั้ยหญิงหม้ายแห่งเซนต์แคลร์ นางไหว้วานเจ้าหนุ่มชู้ผู้โอหังเป็นคนฆ่าสามี "
     " เจ้ารู้ได้ไง? "
     " อ่านความคิด ทำสิ "
     "
ข้าทำไม่ได้ "
     " ช่างเหอะ เราคงมีพลังไม่เหมือนกันแต่เวลาจะช่วยให้เจ้ากล้าแกร่งขึ้นเองจำคำข้าไว้ .. นางโทษว่าทาสเป็นฆาตกร ลองคิดดูว่าเขาทำอะไร ผู้นับถือปีศาจอย่างง่ายดายเช่นนี้ "
     " สวัสดีค่ะ เมอซิเออร์ " นางจับมือเลอสตัทกับหลุยส์
     " จะไปไหน? " หนุ่มน้อยหน้ามนคู่ชู้สาวแก่ถูกเลอสตัทล่อไปในที่ลับตา
     " เปล่านี่ " เขาอ้อมไปด้านหลังแต่ไม่สบโอกาส จึงใช้ปลายนิ้วช้อนคางเพ่งสายตาราวสะกดจิตพลันกัดซอกคอ
     " หนุ่มน้อยเจ้าช่างประหลาดนัก ข้าแก่จนเป็นยายเจ้าได้แล้วนะ (หลุยส์จูบซอกซอนคอ)อย่างนั้นแหละที่ข้าต้องการ " หมาน้อยพันธุ์พุดเดิ้ล 2 ตัวเห่าหลุยส์เสียงขรม เขาดึงเชือกจับตัวมันกัดคอ " ปาปิญอง ของข้า เจ้าฆ่าผีเสื้อน้อยของข้า โอ้ ไม่นะ ไม่ " สาวแก่ตกใจตัวสั่นงันงก
     เลอสตัทบิดคอนางตายคามือก่อนร้องโวยวาย " เจ้านี่มันน่าอับอายแทนแวมไพร์เสียจริงๆ แดก หนู กับ หมา งั้นเหรอ เราเกือบตายทั้งคู่นะ "

     " ข้าต้องตกนรกเพราะเจ้า "
     " ข้าไม่รู้จักนรก "
     " ตายซะ " หลุยส์ผลักอกเลอสตัทร่างลอยละลิ่วไปชนโคนต้นไม้
     " ต้องอย่างงี้สิ โทสะ โมหะ ข้าถึงเลือกเจ้าไง แต่เจ้าฆ่าข้าไม่ได้หรอก กิน อย่างที่เจ้าอยาก หนู ไก่ หมา ข้าจะคอยดูแลเจ้าเอง จดจำไว้อย่างนะเจ้าอยู่โดยไม่มีข้ามันแสนลำบากยิ่งกว่านัก "

เลอสตัทกับหลุยส์ออกล่าเหยื่อ

เลอสตัทนั่งปลงในสุสานที่พำนักชั่วคราวหลังไฟไหม้คฤหาสน์      จากคำบอกเล่าของหญิงรับใช้ พวกหล่อนไม่เชื่อการหลอกลวงอีกแล้ว พวกนั้นไม่ได้อ้างว่าเราเป็นต้นเหตุการตายของทาสที่พบศพในท้องทุ่ง หรือหนองน้ำ รวมไปถึงซากวัว ม้า กา ไก่ .. รวมกับเหตุการณ์วิปริตน้ำท่วมหรือฟ้าผ่า ล้วนเป็นอาวุธของพระเจ้ามุ่งทำสงครามส่วนตัวกับผมและเลอสตัท พวกมันก่อกองไฟชุมนุมกันทำพิธีไสยศาสตร์ วูดู เพื่อขับไล่ภูตผี เราเป็นปีศาจ !
     " เจ้ายังโชคดี ใน ปารีส แวมไพร์ต้องฉลาดเสมอ "
     " ปารีส? "
     " คมเขี้ยวเป็นสิ่งสำคัญของเรา "
     "
เจ้ามาจากปารีสเหรอ "
     " ข้ากลายเป็นผีดิบที่นั่น "
     " บอกข้าหน่อยเจ้าต้องรู้อะไรบ้างแน่ "
     " ข้าไม่รู้อะไรเลย ข้าไม่มีวันที่จะลืมอดีตบ้างรึไง "
     " แต่ข้าต้องรู้ความหมายของมันบ้างสิ "
     " ทำไม..! " (เลอสตัททุบโต๊ะโครม)ทำไมข้าต้องรู้ เจ้าอยากรู้เหรอ ..เสียงนั่นทำให้ข้าอยากจะบ้าตาย เราอยู่ที่นี่มาเป็นอาทิตย์มีแต่เสียงเอะอะ " เลอสตัทได้ยินเสียงทาสแอฟริกันสวดมนต์โห่ร้องดังระงมคุ้งน้ำ
     "
ใช่ พวกทาสรู้เรื่องเรา มันเฝ้าดูเรากินอาหารจากจานเปล่า ดื่มน้ำจากแก้วเปล่า "
     " งั้นไป นิวออร์ลีนส์ เถอะ มีอุปรากรมาแสดง เราจะได้ลิ้มรสอาหารฝรั่งเศสบ้าง "
     " ข้าไม่อยากฆ่าใครอีกแล้ว "
     " กินไก่มันอันตรายนะหลุยส์ ไข้หวัดนกกำลังระบาด "
     เลอสตัทหมดความอดทน เขาควบม้ากระโจนข้ามกองไฟท้าทายขบถทาส

     " เมอซิทหลุยส์ไม่ทานอาหารเหรอคะ " สาวใช้ว่าขณะเห็นหลุยส์เอาแต่นั่งจมจ่อมในภวังค์
     "
ไม่หรอก "
     " ข้าเป็นห่วงท่านนะคะ ท่านไม่ได้ออกไปขี่ม้านานแค่ไหนแล้ว นานเพียงใดที่ท่านไม่ได้ไปเยี่ยมเรือนทาส มีแต่คนตายเต็มไปหมด ท่านยังเป็นนายของข้ารึเปล่าคะ "
     " แน่นอน อีเวต "
     " ถึงยังไงก็ต้องฟังข้าก่อน ท่านต้องไล่แขกของท่านออกไป ทาสกลัวเขามากแล้วจะพลอยกลัวท่านด้วย "
     " ขนาดข้ายังกลัวตัวเองเลย " หลุยส์ลูบไล้มือนางแผ่วเบาก่อนเผลองับ นางกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดสุดเสียง พวกทาสลุกฮือถือคบไฟกรูกันมาปิดล้อมคฤหาสน์ หลุยส์อุ้มศพอีเวตเปิดประตูออกมาเผชิญทาส " ฟังข้านะที่นี่ต้องคำสาปอาถรรพ์ นายของเจ้ากลายเป็น ปีศาจ ไปแล้ว สูเจ้าเป็นอิสระรีบหนีไปซะ ได้ยินรึเปล่า ไป ไป หนีไปให้พ้น "
     เลอสตัทโผล่พรวดมาตอนหลุยส์สุมไฟเผาข้าวของ เปลิวเพลิงลุกพรึ่บลามไปตามผ้าม่าน ฟูก หมอน เครื่องเรือนไม้
     "
ดี ดีมาก เจ้าเผาบ้านทิ้ง เผาทุกอย่างที่เรามี เราต้องกลับไปอยู่ซอมซ่อกลางไร่นา "
     " คิดว่าสมบัตินี่เป็นของเจ้าเหรอไง "
     " หุบปากหลุยส์ มานี่ลุกขึ้น " เลอสตัทหิ้วปีกสหายจากกองเพลิง

     " นี่ที่ไหนกัน "
     "
คิดว่าที่ไหนล่ะ เจ้าโง่ ในสุสานน่ะสิ ทีนี้เจ้ามีความสุขรึยัง ถูกใจรึเปล่า "
     " เราสมควรตกนรก "
     " แล้วถ้านรกไม่มีจริงล่ะ หรือหากยมทูตไม่ต้อนรับเรา เคยคิดรึเปล่า "
     นรกมีจริง ไม่ว่าข้าจะอยู่ที่ไหนนั่นล่ะคือนรก ต่อมาเราเช่าบ้านริมฝั่งแม่น้ำอยู่ในนิวออร์ลีนส์ ..

ร่างอีเวต พระเพลิงเผาผลาญคฤหาสถ์ หลุยส์ต้องการทำลายทุกสิ่งอันอัปลักษณ์

     next chapter >>
chapters [ 1 ] [ 2 ] [ 3 ] [ 4 ]

movie review    Eng - Movie script   gallery1.  gallery2.  gallery3. Guestbook
  -: Star Storyboard :-
Pirachan : พิรฌาน