Romeo & Juliet(1968) : โรมิโอ และ จูเลียต
R o m e o & J u l i e t  :โ  ร มิ โ อ แ ล ะ จู เ ลี ย ต
สองตระกูลคู่อริ คาปุเล็ต กับ มอนตะคิว ทะเลาะกันเพราะศักดิ์ศรีค้ำคอ ไม่ยอมลงรอย
1.

โรมิโอ มอนตะคิว     ณ เมืองเวโรนาอันเป็นฉากแห่งเรื่องนี้ 2 ตระกูลใหญ่ซึ่งมีเกียรติยศเสมอกัน ต่างสั่งสมความแค้นมาแต่หนหลัง ก่อให้เกิดโทสะใหม่ จนญาติวงศาพากันนองเลือดทั้งสิ้น จากอุทาหรณ์ของ 2 ตระกูลคู่อริ บุตรา และ บุตรี ร่ำไห้เพราะ ความรัก ไม่สมหวัง ต้องสังเวยด้วยชีวิต วายปราณไปตามกัน เรื่องขุ่นเคืองใจของ 2 ตระกูลจึงยุติ ..

     
ตรอกซอกซอย และ ถนนหลายสายมุ่งสู่ลานกลางเมือง แหล่งชุมนุมแลกเปลี่ยนสินค้า พืชผล ราวกับตลาดนัดก็มิปาน แซม,เกรกอรี่ และบ่าวรับใช้ของ คาปุเล็ต พร้อมดาบประจำกายเดินกร่างคับที่คับทาง
     
" การทะเลาะเป็นเรื่องระหว่าง นาย และ ขี้ข้า นะ " เกรกอรี่
      " ข้าก็ว่าอย่างงั้นแหละ " แซม
      " เฮ้ย พวก มอนตะคิว มาแล้ว " เกรกอรี่
     
" อ้าว สวัสดี " บาทหลวงมอนตะคิวทักแม่ค้าผลไม้
     
" วิวาท ข้าหนุนหลังเอง " แซมกุมดาบแน่น
     
" ใช่ ระวังหลังนะ " เกรกอรี่สอดรับ
     
" วันนี้คนเยอะจังเลย " อับราฮัมบ่าวรับใช้ มอนตะคิว เปรย
     
" ถุย ! " แซมถ่มน้ำลายดักหน้าคู่อริ แล้วอมนิ้วมือยียวน
     
" เจ้ากัดหัวแม่มือใส่เราเหรอ " อับราฮัมสะดุ้ง
     
" ข้ากัดหัวแม่มือของข้า " แซม
     
" หือ ใช่ ! เจ้ากัดหัวแม่มือใส่เรา งั้นเหรอ " อับราฮัมย้ำ
      " เปล่า ข้าไม่ได้กัดหัวแม่มือใส่เจ้า ข้ากัดหัวแม่มือตัวเองต่างหาก " แซมกวนโทสะ
     
" เดี๋ยว หาเรื่องกันชัดๆ จะเปิดศึกรึไม่ " เกรกอรี่จับหัวไหล่อับราฮัมฉุดรั้งไว้

    
 " เปล่าๆ วิวาทหรือหามิได้ " อับราฮัมก้มหน้าไม่อยากมีเรื่อง
     
" ถ้าเจ้าทะเลาะวิวาทข้าก็จะต่อกรด้วย ข้ารับใช้เจ้านายที่ดีเท่ากับเจ้านายของเจ้า ! "
      " ไม่ดีเท่า " อับราฮัมชักยั้วเมื่ออีกฝ่ายก้าวร้าวลูกพี่
     
" ดีกว่าด้วยซ้ำ " แซมสำทับ
     
" เจ้าโกหก ! " พูดเสร็จบาทหลวงประจำตระกูลมอนตะคิวหัวเราะก๊าก พวกคาปุเล็ตเตะตัดขาหลังท่านบาทหลวงลงไปนอนวัดพื้น ศีรษะกระแทกขอบถังไม้
      " ชักดาบ ! ถ้าเจ้ายังเป็นลูกผู้ชาย " อับราฮัมระเบิดอารมณ์
     
" เกรกอรี่ นี่คือการต่อสู้ที่จะเลื่องลือไปอีกนาน " แซมฉายเดี่ยว
      บ่าวไพร่ทั้ง 2 ตระกูลประกบกันดวลดาบตัวต่อตัว ใครไม่มีอาวุธก็ใช้มือเปล่าชกชุลมุนต่อหน้าธารกำนัล บ้างก็เรียกคนในปราสาทมาสมทบ ไล่ต้อนชนข้าวของกระจาย แผงไม้,ร่มกันแดดล้มเกลื่อน เป็นที่อกสั่นขวัญแขวนของชาวประชา
     
" หยุดๆ หยุดเสียทีได้มั้ย .. รู้มั้ยห้ามมีการวิวาทบนถนนแห่ง เวโรนา " ชาวบ้านตะโกนลั่น

ติบอลต์ คาปุเล็ต     
" พวกไพร่ พวกยโส ชักดาบกันออกมา ชักมา เบ็นโวลิโอ ดูความตายของเจ้า " ติบอลต์ ,หลานคุณหญิงคาปุเล็ตร่วมวง
     
" ข้าต่อสู้เพื่อรักษาความสงบ จงเก็บดาบซะไม่งั้นจะตายกันหมด " เบ็นโวลิโอ
     
" อะไรกัน เก็บดาบแล้วเรื่องราวจะยุติงั้นเหรอ ฮึ ฉันเกลียดคำนี้ เหี้ยมอนตะคิว เพราะเจ้ามันขี้ขลาด " ติบอลต์พาลตอบ
      " คาปุเล็ต ลุยเลย .. " เกรกอรี่โยนหมวกเป็นสัญญาณ บ่าวไพร่คว้าอาวุธของมีคมติดมือจากคลังแสงใต้ถุนปราสาทรีบกรูกันออกมา
     " นี่ไง ข้าจะฉีกเนื้อเจ้าเป็นชิ้นๆ " ชั้นเชิงดาบ ติบอลต์ สูงกว่า จิ้มปลายแหลมแทงเฉียดหน้าผาก เบ็นโวลิโอ
     
" เจ้าคนถ่อย " อับราฮัมเข้าขวาง,ประดาบกับติบอลต์แทน
      " ลั่นระฆัง "
     
" เอาดาบยาวมาให้ข้า คาปุเล็ต ไปโลด ! สั่งสอนพวกขี้ข้า ฆ่ามัน ฆ่าไอ้พวกถ่อยมอนตะคิว " นายคาปุเล็ตสวมเสื้อยาวเฟื้อยงุ่นง่านนำพล

     
" ท่านลุงข้า .. " เบ็นโวลิโอร้องเรียกคนมาช่วยพยาบาลบาทหลวง
     
" ดาบข้าล่ะ ดาบข้าอยู่ไหน " นายมอนตะคิว
      
" ไม่นะ ท่านไม่ควรแกว่งเท้าเข้าหาเสี้ยน " คุณนายมอนตะคิว
      " อย่ารั้งข้า ปล่อยข้าไป ไอ้ห่าคาปุเล็ต อย่าเพิ่งหนีไปไหน พวกเราลุยแม่งเลย "
     
แผงลอย,ร้านรวงพังราบ ผู้คนแตกหนีกระเจิงเมื่อพลพรรค 2 ตระกูลใหญ่ระดมกำลังเข้าราวีกันเต็มอัตราศึก ท่ามกลางฝุ่นตลบอบอวลมีม้าศึกบริวารวิ่งนำทางเจ้านคร
     
" ปริ๊นซ์ มาแล้ว วางอาวุธลง ! " องครักษ์ตะโกนก้อง เสียงแตรทรัมเป็ตเป่าขานรับขบวนเสด็จ
     
" เจ้าพวก ไพร่ กำเริบเสิบสาน ศัตรูของความสงบจงวางอาวุธจัญไรของเจ้าเดี๋ยวนี้ แหละนี่คือ คำพิพากษา ของข้าในฐานะ ปริ๊นซ์ การวิวาทเกิดจากการปั่นหัวยุยงของเฒ่าคาปุเล็ต "
     
" โอ ไม่ ไม่ใช่ข้า "
     
" และ มอนตะคิว 3 คราแล้วที่พวกเจ้าก่อกวนความสงบ หากมีอีกครั้งชีวิตพวกเจ้าจะม้วยมรณ์เพื่อธำรงไว้ซึ่ง สันติ สำหรับครั้งนี้พวกเจ้าที่เหลือจงแยกย้ายกันไปได้ ส่วน คาปุเล็ต เจ้าจงมากับข้า และ มอนตะคิว จงมาบ่ายนี้ อีกครั้งเดียวเจ้าถึงครามอดม้วย ทหารกลับวังได้ ! "

     
" โรมิโอ ไปไหนเจ้าเห็นเขามั้ย ข้ายินดีที่ไม่เห็นเค้าในการทะเลาะวิวาท " คุณหญิงมอนตะคิว
      " ก่อนแสงสุริยาทอผ่านเหนือบัญชร ยามย่ำรุ่งข้าเห็นบุตรท่านเดินเข้าสู่ใต้ร่มพฤกษาดงมะเดื่อ ณ ปัจฉิมทิศแห่งบุรีราม เขาแสร้งหลบเร้นข้า แผงกายในป่าช้ามิรีรอ ข้าจึงบ่ตามไปรบกวน " เบ็นโวลิโอ
     
" มีผู้คนเห็นเค้าเป็นเช่นนั้นหลายเพลา " นายมอนตะคิว
     
" เค้ามานั่นแล้ว ขอร้องท่านหยุดถามไถ่ ข้าจะรองเจรจา " เบ็นโวลิโอ
      " ข้ายินดียิ่งถ้าเจ้าถามไถ่ ข้าจะรอฟังความ เราไปเถอะ " คุณหญิงและนายมอนตะคิวเดินจากไป

     
" อรุณสวัสดิ์พี่ชาย " เบ็นโวลิโอ
      " ยังเช้าอยู่หรือ " โรมิโอ
     
" เพิ่งจะตี 9 "
     
" เวลาช่างเนิ่นนานจัง บิดาข้าใช่หรือไม่ที่เร้นไป "
     
" ถูกแล้ว ทุกข์ใดทำให้ โรมิโอ ทอดเวลาเศร้าระทม "
     
" ไร้สิ่ง หากแม้นได้ จะทำให้โมงยามสั้นโข "
     
" เพราะรักหรือ? "
      " ไร้รัก ไร้เมตตา รักคือควันเกิดมีจากไอแห่งความถอนใจพัดขึ้น เหมือนอัคคีที่แววตาผู้รักไซร้ข้อง เหมือนสมุทรใหญ่เต็มน้ำตาแห่งผู้รัก และเป็นอะไรอีก? เป็นความบ้าอันดีหนักหนา รสขมที่ขื่นนัก และรสหวานสมานใจ ลาก่อนน้องยา .. "
     
โรมิโอ พบคนบาดเจ็บจากเหตุจราจลของ 2 ตระกูล " พระเจ้าเกิดอะไรขึ้นอีก .. ไม่ต้องกล่าวอันใด รังเกียจเจ้าที่ใช้ ความเกียจชัง มากกว่า ความรัก "
     
" ใจเย็นๆ ข้าไปด้วย "

งานปาร์ตี้ตระกูลคาปุเล็ต โรมิโอได้เต้นรำกับจูเลียต

      ปราสาทตระกูลคาปุเล็ต ปารีส ขุนนางหนุ่มญาติเจ้านครมาเยี่ยมเยือนท่านผู้เฒ่า
     
" พวกมอนตะคิวก็ถูกคาดโทษไว้เช่นกัน มันไม่ยากเลยสำหรับผู้อาวุโสอย่างเราที่จะรักษาสันติ " คาปุเล็ต
      " ใต้เท้าทั้งสอง ศักดิ์และเกียรติก็เสมอกัน น่าเศร้าที่โกรธเคืองกันนานครัน ใต้เท้า .. คำขอข้า " ปารีส
     
" ข้าขอกล่าวซ้ำซึ่งคำเคยกล่าว บุตรีของข้าเดียงสาต่อโลกา นางยังไม่ผ่านฤดู 14 เสียด้วยซ้ำ อีกสักสองเหมันต์ค่อยเจรจา นางจะสุกพร้อมเป็นเจ้าสาว "
      " หญิงวัยเยาว์กว่านางให้กำเนิดบุตรมามากมาย "
     
" ชิงสุกก่อนห่ามจะทุกข์ตรม ธรณีสูบคืน ความหวัง ลูกฉันก็ล้มตายสิ้นแล้วเหลือเอกา และ นาง คือความหวังในพิภพ จงเกี้ยวและชนะใจนาง ข้าอยากให้นางยินดีเหนือสิ่งอื่นใด โอ้คืนนี้ข้าอยากจัดเลี้ยงตามประเพณีที่ดี เชิญแขกมากมายเหลือคณา ล้วนสนิทเสน่หาท่ามกลางญาติวงศา เชิญท่าน .. "
     " ข้ายินดียิ่ง "

     
อีกห้องหนึ่งในปราสาทคาปุเล็ต
     " แม่นมลูกสาวข้าอยู่ไหน " คุณหญิงคาปุเล็ต
     
" แม่สาวน้อยวัย 14 ชันษา สาวน้อยเอ๋ยข้าจะเรียกนาง จูเลียต จูเลียต สาวน้อยอยู่ไหน จูเลียต สาวน้อยไปไหน จูเลียตตต "
     " อะไรกันใครเรียกหา " จูเลียต
     
" ท่านแม่ให้ไปหา ท่านแม่ของคุณหนู รีบเข้าเถอะ เร็วซี่ "
     " ท่านแม่ลูกอยู่นี่ เรียกหาด้วยเหตุใด "
     " สาวใช้ออกไปก่อน แม่นมด้วยข้าจะคุยเรื่องลับกับลูก .. แม่นมกลับมา ข้าเพิ่งนึกขึ้นมาได้ บุตรีข้าอยู่ในช่วงเจริญวัย "
     
" ข้าจำได้ว่าอายุนางกี่ชั่วโมง "
      " นางยังไม่ 14 "
     
" อีกกึ่งเดือนกับเศษวันจะถึงคืนแล็มมาส คุณหนูจะครบ 14 ซูซาน(ลูกแม่นมจากไปตั้งแต่เป็นทารก)และนางอายุเท่ากัน เวลานี้คุณล้มคว่ำลงหรือนั่น เมื่อรู้เดียงสาพลันจะต้องล้มลงนอนหงาย "
      " พอก่อนอย่าพูดเหลวไหล "
     
" เจ้าค่ะ แต่ดิฉันอดขันไม่ได้ พระเจ้าทรงทราบว่านางงดงามเหนือหญิงใดในหล้า(จูเลียตโผกอดแม่นม) และข้าจะอยู่จนเห็นเจ้าได้วิวาห์ "
      " ก็เรื่อง วิวาห์ นั่นแหละที่ข้ากำลังจะกล่าวถึง บอกแม่สิ จูเลียต ลูกปรารถนาอย่างไรในการวิวาห์ "
      " ด้วยเกียรติข้าไม่อาจเอื้อม "
      " เกียรติเหรอ ข้าเป็นแม่นมคุณหนูตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอยจนหอยเท่าฝ่าตีน "
     
" ข้านับดูข้าเป็นมารดาเจ้าตอนข้าอายุน้อยกว่าเจ้านี้เสียอีก(ใช่ๆ->แม่นม) พูดตรงๆ ปารีส ผู้ทรงธรรมขอความรักจากเจ้า(ชายโสดคู่หญิงสาว คุณเจ้าคะเขาคือชายหนุ่มแห่งบุปผา) คิมหันต์แห่งเวโรนา(ท้องฟ้าแห่งศรัทธา) ว่าอย่างไรรักชายนั้นได้รึไม่ "
      " นายหญิง ๆ พวกแขกมาพร้อมแล้ว ท่านจงสั่งการเถิดนายหญิง " สาวใช้
     
" เดี๋ยวเราตามไป บอกแม่มาเจ้ารับปาก ปารีส ได้รึไม่ "
     
" ลูกจะดูเพื่อรัก แม้รักได้เพราะดูกัน สายตาลูกนั้นไม่ดูเกินกว่าท่านแม่สนิทชอบ "
      " จูเลียตจงมาสำราญ "
     
" ท่านแม่ลูกมาแล้ว "
     
" เชิญสู่ราตรีแผ้วเพื่อนำสู่ทิวาสราญ " แม่นม

โรมิโอ และ สหาย เตรียมพรางตัวเข้าไปงานปาร์ตี้ฝ่ายศัตรูจูเลียต,บุตรีคาปุเล็ตหลังงานปาร์ตี้เลิกรา โรมิโอย่องเข้าไปในสวนคาปุเล็ตเพื่อพบจูเลียต

     
ถนนแห่งหนึ่ง โรมิโอ,เมอร์คิวชิโอ,เบ็นโวลิโอ พร้อมสหายสวมหน้ากากอีก 5 - 6 คน เตรียมแฝงกายซ่อนเร้นเข้าไปงานปาร์ตี้ประจำตระกูลคาปุเล็ต บางคนถือคบเพลิงนำทาง แล้วเอามาโยนรับต่อกันเป็นทอด ต่างร้องรำทำเพลงสนุกสนาน
     
" ขอหน้ากากเพื่อข้าใส่อำพราง ข้าจะสนใจใย สายตาใคร่รู้ที่ลอบจับผิด แมลงปีกแข็งจะส่องแสงเรื่อแทนข้า " เมอร์คิวชิโอ
      " ข้ากล่าวขอโทษด้วยเหตุผล หรือล่วงล้ำก็ขออภัย " โรมิโอ
     
" ป่วยการที่จะพล่ามกล่าวแล้ว ให้พวกเค้าวัดใจเราเถิด และพวกเราก็วัดใจพวกเค้า มาเถอะ เคาะ แล้วเข้าไปในไม่ช้า พวกเรามาช่วยกันลากขาเค้าเข้าไปกันเถิด " เบ็นโวลิโอ
      " เราตั้งใจดีเข้าร่วมงานโดยสวมหน้ากากแต่หาควรทำไม่ " โรมิโอ
     
" ด้วยเหตุอันใดหรือ " เมอร์คิวชิโอ
      " เมื่อคืนนี้ข้าฝัน "
     
" ข้าก็เหมือนกัน "
     
" เจ้าฝันว่ากระไร "
     
" โอ้ ข้าฝันว่าฝันมัก ลวง "
      " แต่ทว่าเรานอนฝันมักเห็นสิ่งเป็นจริงแท้ " โรมิโอ
      " อ้อ งั้นข้าฝันว่า ควีนแม็บ อยู่กับเจ้า "
      " ควีนแม็บ เหรอ ใครน่ะ " เบ็นโวลิโอ
     
" นางก็คือ หมอตำแย ของข้า นางมาในร่างไม่ใหญ่เกินเม็ดพลอยโมรา บนนิ้วชี้ของเทศมนตรี เมืองหายไปในม่านหมอก มีสัตว์ตัวนิดๆ ลาก รถ กระจ้อยที่เธอขี่ ผ่านนาสิกขณะคนหลับไหล ซี่ล้อรถลากทำด้วยไม้ปั่นฝ้ายลำแสนยาว เบาะคลุมทำด้วยปีกตั๊กแตนเขียว
      รอยลากของเธอเล็กเกินกว่าใยแมงมุม เชือกลากสะท้อนกับน้ำกระทบแสงจันทร์ ตัวริ้นสารถีเฆี่ยนจิ้งหรีดน้อยร่างแหลกสลาย ในครานี้ที่เธอย่างเหยาะคืนแล้วคืนเล่า วิ่งพล่านหาคู่รัก นิมิตแห่งความรัก ชอนไชริมฝีปากหญิงสาวเคลิ้มฝันไซร้ว่าได้จุมพิต จุ๊บๆ

     ด้วย แม็บ ที่โกรธเกรี้ยว เกิดเป็นแผลพุพองเพราะลมหายใจนั้นมีรสแสนโอชะ นางอำพรางมาในร่างสุกรเขี่ยนาสิกเสวกขณะนิทราแล้วฝันถึงสาวงามของเขาอีกคน .. อาเมน นางขับรถผ่านคอทหารหาญเนรมิตฝันว่าได้เชือดคอศัตรู แล้วตัดใบหูมาร้อยมาลัย บัดนั้นเขาก็ตื่นขึ้นมาตระหนกตกใจ
      นี่แหละคือ แม็บ ที่เชือกแขวนคอม้ายามค่ำคืน ล่อลวงพวกพรายให้หลงใหลในความโสมมซึ่งเคยสะสางในยามชะตาพลิกผัน นางคือ แม่มด เมื่อเห็นหญิงสาวนอนหงาย นางขึ้นกดทับทำให้พวกหล่อนยอมสู่สมตั้งครรภ์กันถ้วนทั่ว นี่แหละนาง นี่แหละคือนาง "
      " ฟังก่อน ท่านพูดจาหามีสาระไม่ "
      " ข้าเป็นเด็กที่ถือกำเนิดไร้ค่า ด้อยเหตุผลมีแต่จินตนาการที่แสนบางเบายิ่งกว่าสสาร ไม่มั่นคงยิ่งกว่าลมพัด ทะลวงผ่านก้นทะเลยะเยือกทิศอุดร โกรธเกรี้ยวพัดพาสรรพสิ่งกลายเป็นหยดน้ำค้างทางทักษิณ "
      " ลมปากท่านพัดพาเราเตลิดไปไกลยิ่ง ไปกันเถอะ เร่งเถิดสหายทั้งหลาย " เบ็นโวลิโอ
      " โรมิโอ อย่าไปสายนะ " บ่าวไพร่
      " ข้าวิตกว่าเร็วไป ใจข้าเกิดกังวลจะมีผลร้ายแฝงอยู่ในเหล่าดารา ส่งผลกับ ดวงชะตา ที่น่าหวาดกลัวในคืนสุดรอนราญ อวสานแห่งชีวิตสุมอกข้า พระผู้เป็นเจ้าโปรดนำทางข้าไปข้างหน้า และ ช่วยอำนวยชัย .. "

     ห้องโถงใหญ่ในปราสาทคาปุเล็ต
     
" เชิญเข้ามาในเคหาอันต่ำต้อยของข้า เชิญ เชิญ โอ้ เฮเลน่า ผู้น่าเสน่หาหลานรักของลุง เชิญทุกท่านจงสำราญ ทุกท่านจงสนุกกันเต็มที่ สาวๆมารื่นเริงกันเถอะ ข้าไม่เคยเห็นใครสวมหน้ากากเช่นนี้มาก่อน (จ้อง เบ็นโวลิโอ และ โรมิโอ ) จงกระซิบคำหวานซึ่งหญิงชอบกันนักหนา " นายคาปุเล็ต
      โรมิโอและสหายเดินปะปนกับแขกรับเชิญคนอื่น เบ็นโวลิโอ ถูกตาต้องใจ เฮเลน่า ส่วนโรมิโอสอดส่ายสายตาผ่านคนโน้นทีคนนี้ทียังไม่ถูกใจใคร ครั้นเหลือบมองกลุ่มชายหญิงที่จับมือล้อมวงเต้นรำก็ประสบพบเจอ ..
      " นางผู้เป็นประดุจแสงโคมเจิดจ้า ราวกับดวงดาวกะพริบยามค่ำคืน หรือ อัญมณีหาค่ามิได้ ช่างงามเหนือคำบรรยาย พระเจ้าส่งนางผู้สวยเด่นฟ้าลงมายังโลกา นางทำให้หัวใจข้าเต้นแรงระส่ำ จบเพลงระบำพลันจะคอยดูหล่อนอยู่ไหน แล้วต้องมือน้อยๆ
     เคยรักแน่หรือใจข้า .. ตาเอ๋ยข้าไม่เคยเห็นใครงามจริงเท่าคืนนี้ "

     
" เจ้านั่นเป็นพวก มอนตะคิว " ติบอลต์บอกคุณหญิงคาปุเล็ตแล้วรี่มาฟ้องเจ้าภาพ " ท่านลุงนั่น มอนตะคิว คู่แค้นเรา ไอ้สันดานมาเหยียบย่ำถึงถิ่น เยาะเย้ยงานรื่นเริงของเรา มันกล้าดีอำพรางตัวด้วยหน้ากากตลก คิดจะปกปิดความโสมม "
     " โรมิโอ รึ อดใจไว้ ชาวเวโรน่าชื่นชมเขาว่าเป็นเด็กหนุ่มที่มีอุตสาหะ และประพฤติดี ข้ายอมเสียทรัพย์สินทั้งนครแต่จะไม่ยอมให้เกิดกลียุคในบ้านของข้า จงอดทนเอาไว้อย่าไปสนใจเค้า "
      " แต่มันเป็นตัวกาลี ข้าไม่ขอทนนี่ "
      " ถ้าเจ้ายังเคารพลุงไซร้จงทำหน้าเบิกบาน เลิกหน้านิ่วคิ้วขมวดไม่เป็นมงคลแก่งาน "
      " ไล่มันไปเถอะลุง น่าขายหน้านัก " ติบอลต์ชักเหลืออด
      " ไปซะ..! อย่าเสือกมาสะเออะวิวาทในหมู่แขกข้า ข้าเป็นนายที่นี่หรือเจ้า "
      " ข้าจะไม่ขอร่วมวงไพบูลย์กับเจ้าตัวร้าย "

      " ข้าสั่งให้เจ้าอดทนเข้าใจรึไม่ หยุดพูด ดีแล้วสหาย เชิญสำราญ ! "
      " ใช่แล้วที่รัก " คุณหญิงผลักติบอลต์เข้าไปกลางวงระบำรื่นเริง

      กลุ่มนักร้อง,นักดนตรีขยับมากลางฟลอร์ เสียงเพลงบรรเลง A Time For Us
      " ลีโอนาโด ขับร้องเถิด ร้องเลย ร้องเลย .. "

จูเลียต และ โรมิโอ

A time for us, some day there'll be
When chains are torn by courage born of a love that's free
A time when dreams so long denied can flourish
As we unveil the love we now must hide
A time for us, at last to see
A life worthwhile for you and me

And with our love, through tears and thorns
We will endure as we pass surely through every storm
A time for us, some day there'll be a new world
A world of shining hope for you and me


For you and me

And with our love, through tears and thorns
We will endure as we pass surely through every storm
A time for us, some day there'll be a new world
A world of shining hope for you and me

A world of shining hope for you and me

      " ข้าล่วงล้ำมาในสถานวโรดมด้วยหัตถ์ไร้ค่า ปากหาร้ายไม่ ริมฝีปากข้านั้นเหมือน ผู้แสวงบุญ ขอแก้กิจกาลีด้วยรอยจุมพิต " โรมิโอดึงมือน้อยๆจูเลียตมาจูบ
      " ท่านอุบาสกสิแสนผิด ทำกิจธุระถูกจึ่งดี หัตถ์ของผู้แสวงบุญจับต้องควรที่ พึงประนมมือนมัสการโดยแท้ " จูเลียตประสานมือโรมิโอ
      " มือข้าจะสู้รอยจุมพิตมิได้หรือ "
      " อุบาสกโปรดจงไหว้วอนเทวา "
      " อนุญาตให้โอษฐ์ข้าได้สนอง ขอให้ ศรัทธา จงบังเกิดอย่าได้ สิ้นหวัง เลย "
      " ข้าไม่ได้หวั่นไหว จงประสาทพรมา "
      " จงอย่าบีบ ข้าจะประทานพรด้วยริมฝีปากข้า ขอโอษฐ์นางให้ข้าล้างบาป(จุมพิต) "
     
" ปากนั้นย้อนรับบาปที่ติดมา "
      " บาปจากโอษฐ์ข้าหวานดื่มด่ำชื่นอุรา ขอบาปข้านั้นคืนอีก(จุมพิต) "
      " คุณหนูจูเลียต คุณหนู คุณแม่เรียกหาโดยด่วนเจ้าค่ะ " นางนมขัดจังหวะ

     
" แม่ของนางคือใคร "
     " แม่ของนางเป็นหญิงใจดี มีชาติตระกูล และฉลาดเฉลียว ข้าเลี้ยงบุตรีของนางเอง อื้ม จะบอกให้ชายใดที่หมายปองเธอจะต้องผิดหวัง "
     
" เธอเป็น คาปุเล็ต พระเป็นเจ้า ชีวิตข้าถูกขวางกั้นด้วยความแค้น "

      " โอ้สาวๆของข้าจะร่ำลาแล้วหรือ ยามราตรีมาเยือนแต่ยังหัวค่ำอยู่ อย่าได้ใส่ใจ .. "
     
คุณหญิงคาปุเล็ตแนะนำ จูเลียต ให้รู้จัก ปารีส เขาจุมพิตหลังมือสาวน้อยแต่เธอมิใส่ใจ
      " นมเค้าเป็นใครเหรอ "
      " ท่านเคาน์ติเปริโอนา "
     
" ไม่ใช่คนโน้นตะหาก "
      " โอข้าไม่รู้ "
      " ไปถามนามเค้า "
     
" อ๋อ ข้าจะไปถามดู (โรมิโอแห่งตระกูลมอนตะคิว -> ติบอลต์บอก) หา ชื่อ โรมิโอ เป็น มอนตะคิว มหาศัตรูแห่งตระกูลของเรา "
      " เสห่นาเกิดขึ้นจากความรัก แรกพบไม่เฉลียว บัดนี้สายไปแล้ว โอ้ความรักทำให้ทุกข์ตรมมหันต์ เราไม่สมัครใจสักนิด "

โรมิโอ บุกเข้าไปในสวนคาปุเล็ต     ภายหลังงานปาร์ตี้ตระกูลคาปุเล็ตเลิกรา สหายโรมิโอจับกลุ่มเดินตามถนนเรียกหาเขา เมอร์คิวชิโอตะโกนว่า " โรมิโอ เจ้าคนคลั่งรัก หาได้ยินไม่ หาฟังกันไม่ ไม่ขยับกาย .. "
      โรมิโอปีนต้นไม้ข้างกำแพงปราสาทนั่งดูบนกิ่งโคนนึกขบขัน " เขาเย้ยซึ่งแผลเป็นเพราะมิเคยต้องบาดแผลแห่งรัก .. " กระโดดลงเขตหวงห้าม,สวนคาปุเล็ต เดินฝ่าสุมทุมพุ่มไม้หมายจะได้เจอหวานใจ ..
     
" ช้าก่อนลำแสงจากช่องแกลใช่หรือไม่ นั่นแม่หญิงข้า ยอดชู้ข้า นางนั้นคือยอดขวัญ นางยังไม่ได้กล่าวอันใดนี่นา หากดวงตาสื่อความหมายข้าจะตอบให้ แต่นางยังไม่ได้กล่าวกับข้า ดาราสองดวงที่งดงามที่สุดในสวรรค์จากฟากฟ้ามาสถิตย์ดวงเนตรของนาง วับวาวราวกับแสงเจิดจ้าแผ่ไปทั่วนภาศรี ข้าอยากเป็นผีเสื้อจะได้สัมผัสนางนั้น "
      " โธ่เรา "
      " นางกล่าว กล่าวอีกเถิดแม่เทพธิดาข้า "
      " โอ้ โรมิโอ โรมิโอ ๆ ใยท่านเป็นโรมิโอ ตัดขาดจากบิดา เปลี่ยนนามท่านเถิด หรือถ้าทำไม่ได้เพียงปฏิญญารัก ข้าจะเลิกเป็นคาปุเล็ต "
      " ฟังนางต่อหรือเฉลยวาจา " โรมิโอกระวนกระวาย
      " นามท่านผู้นั้นซึ่งเป็นคู่อริ ท่านเป็นตัวท่านหาใช่ปรปักษ์ไม่ ส่วนใดล่ะเป็นมอนตะคิว ไม่ว่าหัตถ์,บาท แขน,ใบหน้า,ฟันหรืออวัยวะใดที่เป็นของบุรุษ โอ ใช้นามอื่นเป็นไร นามนั้นสำคัญไฉนที่เราเรียกกุหลาบนี้ แม้เรียกว่าอย่างอื่นก็หอมระรื่นอยู่เหมือนกัน โรมิโอก็ฉันนั้น แม้นามท่านมิใช่โรมิโอท่านก็งดงามสมชาย โดยไม่ใช้นามนั้น โรมิโอ ทิ้งนามนั้นเถิด ทิ้งเหลือเพียงตัวท่านแล้วรับข้าไปทั้งกายา "
      " หา ! ข้าตอบรับตามวาที (โรมิโอโผล่พรวด จูเลียตตะลึงจ้อง) เรียกข้ายอดชู้แล้วข้าจะทิ้งนามทั้งปวง ข้าจะไม่เป็นโรมิโออีกต่อไป "
     
" ท่านเป็นใครกันจึงกล้าลุกล้ำเคหาสถ์ยามราตรี "
     " โดยนามนั้นข้าหาได้อยากบอกกล่าวไม่ พระเจ้าทราบว่าข้าเกลียดชื่อข้า ด้วยนามนี้คือ ศัตรู นาง แม้เขียนอักษรข้าจะถอนถ้อย "
      " ข้ายังไม่ลืมน้ำคำพาที ข้าจำเสียงได้ ท่านคือ โรมิโอ มอนตะคิว ใช่หรือไม่ "
      " ไม่ใช่ทั้งสองคำ หากท่านไม่ชอบมัน "


ในนามแห่งกุหลาบ ชื่อนั้นสำคัญไฉน?     
" ท่านมานี่ได้อย่างไร กำแพงแห่งสวนขวัญก็แสนสูงข้ามลำเค็ญ หากญาติข้ามาพบเห็นจะเป็นซึ่งที่ตาย "
      " ด้วยปีกของรักหอบข้าข้ามกำแพงมา โค้งศิลาหากั้นรักได้ไม่ สิ่งใดรักอาจทำ,รักทนงลองทำได้ แม้ญาติคนใดของเจ้าหรือจะห้ามข้า "
      
" ชู่ว์วว ข้าไม่อยากเห็นท่านถึงฆาต "
      " ราตรีอำพรางข้าจากตาเค้า ถ้านางรักข้า แม้ใครมาพบข้าก็ไม่หวั่น ชีวิตม้วยเพราะชังดีกว่าไร้รักจากยาใย "
      "
ท่านรักข้าเหรอ ข้ารู้เจ้าจะตอบรับและข้าก็จะเชื่อ หากแม้นสาบานอาจจะผิดคำ เป็นคู่รักร้างให้ใครเห็นขัน โรมิโอยอดชายถ้าท่านรักข้าจงแถลงอย่างซื่อสัตย์ แม้ท่านตรึกว่าข้าใจเร็วจงหนีหน้าไปแล้วข้าจะไม่กล่าวอันใด โลกาย่อมรู้ดีข้าต้องเสน่ห์มอนตะคิว
      ท่านอาจคิดว่าข้าประพฤติมิชอบ เชื่อข้าเถิดยอดชาย ข้าจะพิสูจน์ว่าเป็นจริงยิ่งกว่าจริงแท้ ฮึ มันดูแปลกไป ข้ายอมสารภาพสิ่งที่วูบไหวในใจ ข้าต้องขออภัยที่ข้าเปิดเผย ความรัก อย่างโจ่งแจ้งดุจความมืดไร้หน้ากากบังหน้า "

      " ข้าขอสาบานรักต่อจันทรา "
      " อย่าสาบานแบบนั้น จันทราบ่เที่ยงตรง ทุกเดือนจันทราย้ายวงโคจรดังเช่นรักท่านอาจ โลเล "
      " งั้นให้ข้าสาบานต่อสิ่งใด "
      " มิต้องสาบาน ท่านกล้าสาบานก็แล้วแต่ท่านเถิด เพราะข้าถือว่าท่านเป็นเทวะ ข้าเชื่อท่าน "
      " ข้ารักเจ้าสุดสวาท ข้าสาบาน โอ .. จูเลียต " โรมิโอโอบแขนกระชับร่างสาวน้อย พรมจูบทั่วใบหน้า
     " ข้าขอลา รักดุจดอกไม้แย้มบานในคิมหันต์ จะเบิกบานขึ้นคราหน้าที่เราเจอกัน ลาก่อน ลาก่อน จงซ่อนความหวานนี้ไว้ในหัวใจท่านเช่นในทรวงอกของข้า "
      " จะด่วนไปใย ข้ายังหวังเคลียคลอ "
      " คลอเคลีย เท่าไหร่ จะสมฤดีในราตรีนี้ "
      " แลกความรักข้าด้วยความรักเจ้าสิ "
      " ข้าให้ก่อนท่านจะขอเสียอีก .. แต่ยินดีถนอมรักไว้ให้อีกครา "
      " ตั้งแต่นี้ไปด้วยเหตุผลคือรักเดียว "
      " ก่อนจากกันข้าขอมอบให้ท่านอีกครั้ง สิ่งที่ข้ามอบให้คือสิ่งที่ข้ามี หัวใจข้ากว้างใหญ่ดั่งทะเลลึก ความรักข้าลึกซึ้ง ยิ่งมอบให้ท่านเท่าไหร่รักนั้นยิ่งยาวนานชั่วกาล "

      " จูเลียต คุณหนู คุณหนูคะ "
      " ไปแล้วแม่นม .. คอยก่อนนะข้าจะกลับมาอีก "
      " ราตรีแห่งรัก ข้าหวาดกลัวว่าเป็นเพียงความฝันที่หวานล้ำเกินกว่าจะเป็นจริง "
     " 3 คำล่ำลา โรมิโอ แล้วต้องลาไปล่ะ ถ้าความรักของเจ้าเป็นจริง ข้าตั้งใจวิวาห์พรุ่งนี้จะส่งข่าวมา ข้าจะส่งบ่าวข้าออกไปหา,นัดที่เหมาะทำการวิวาห์ ชีวิตวางแทบบาท ข้าจะตามสามีข้าไปทุกหน "
      " คุณหนู "
      " ข้ามาแล้วแม่นม .. อย่าเพียงแต่พร่ำพรอดแล้วทิ้งให้ข้าโศกศัลย์ "
      " ข้าจะไม่จากท่านไป "
      " ราตรีสวัสดิ์พันหน พรุ่งนี้เวลาใดจะส่งคนไป "
      " เวลา 9 นาฬิกา "
      " ข้าจะไม่ลืม โอ้ ยาวนานราว 20 ปี .. ข้านึกไม่ออกว่าเรียกพี่ด้วยเหตุใด "
      " ข้าจะรอจนกว่าเจ้าจะจำได้ "
      " ข้าลืมแน่ แม้พี่ท่านยืนอยู่ไซร้ "
      " ข้าขอคงอยู่เพื่อให้เจ้าลืมเลือนทุกสิ่งนอกจากสองเรา "
      " ลาก่อน คำนี้ช่างแสนหวาน ข้าอยากรำพันจนอุสาสาง .. "

   next chapter >>  HoT


chapter [ 1 ] [ 2 ] [ 3 ]

Pirachan : พิรฌาน