Love Story written by Erich Segal
1.

 Ali MacGraw, Ryan O'Neal     คุณจะให้ผมพูดอย่างไรดีเกี่ยวกับผู้หญิงอายุ 25 ปีที่จากไป .. ชั่วนิจนิรันดร พูดว่าเธอทั้งสวยทั้งฉลาด เธอรักบรรดาศิลปินชื่อดังอย่าง โมซาร์ต บ๊าค เดอะ บีเทิ่ลส์ .. และ รักผม

     ในปลายปีการศึกษาขั้นสูงของผม ผมมักจะเข้าไปค้นหาความรู้เพิ่มเติมจากห้องสมุดแร็ดคลิฟฟ์เสมอ ไม่ใช่ผมแอบไปหลีสาวๆที่นั่น ถึงแม้ใจจริงจะชอบอย่างว่า แต่คงเป็นเพราะสถานที่เงียบสงบไม่มีใครรู้จักผม และมีหนังสือตำราอยู่เหลือเฟือ

     ก่อนสอบไล่วิชาประวัติศาสตร์แค่วันเดียว ผมไม่ยักกะลงมืออ่านหนังสือสักหน้า อาจเป็นโรคติดต่อที่แก้ไม่หายของนิสิตในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ผมเดินซึมกระทือไปยังเคาน์เตอร์บรรณารักษ์ เพื่อคว้าหนังสือเล่มนึงจากกองพะเนินเทินทึก มันคงช่วยให้ผมเอาตัวรอดได้ในการสอบวันพรุ่งนี้

     ผู้หญิงสองคนกำลังนั่งทำงานอยู่ ผมพูดกับสาวสี่ตาร่างอรชร เมินคนสูงเพรียวเหมือนนักเทนนิสซะงั้น
     " คุณมีหนังสือนี่รึเปล่า " ผมหมายถึง เดอะ เวนนิ่ง ออฟ เดอะ มิดเดิ้ลเอจ
     " นี่ไม่ใช่ห้องสมุดส่วนตัวคุณนะ " หล่อนช้อนตามองผมย้อนถามเข้าให้
     " กรุณาตอบคำถามผมได้มั้ย "
     " ตอบคำถามฉันมาก่อนสิ "
     " เราได้รับอนุญาตให้ใช้ห้องสมุด แร็ดคลิฟฟ์ นะ "
     " ฉันไม่ได้พูดถึงความชอบด้วย กฎหมาย ฉันพูดถึงจรรยาบรรณ ฮาร์วาร์ดมีหนังสือ 5 ล้านเล่ม แต่แร็ดคลิฟฟ์มีแค่ไม่กี่พันเล่ม " หล่อนวางท่าใหญ่โตยั่วให้ผมโกรธ
     " ผมต้องการแค่เล่มเดียว พรุ่งนี้ผมต้องสอบนะ บ้าจริง "
     " กรุณาอย่าพูดจาหยาบคายนายเด็กนักเรียนเตรียมอุดม "
     " ทำไมคุณถึงคิดว่าผมเรียนเตรียมฯ "
     " ก็คุณ โง่ และ รวย "
     " อันที่จริงน่ะผมฉลาด และ ก็จนอีกต่างหาก "
     " ไม่ ฉันต่างหากที่ ฉลาด และ จน " หล่อนทอดสายตาสำรวจเรือนร่างของผม รึมองจากหัวจรดเท้าหว่า
     " ทำไมคุณถึงคิดว่าตัวฉลาดนักเหรอ " ผมตั้งคำถามยียวน
     " ฉันจะไม่ไปดื่มกาแฟกับคุณไง " หล่อนตอบหน้าตาเฉย
     ผมคิดว่าตัวเองเป็นต่อ " ผมคงไม่ชวนคุณหรอก "
     " นั่นแหละที่ทำให้คุณโง่ " หล่อนตอบทันควัน

     พลันผมแสร้งชวนเธอออกไปดื่มกาแฟด้วยกัน แล้วผมก็ได้ยืมตำราเล่มนั้นไปอ่านอย่างซาบซึ้งตรึงใจ อ้อ เรื่องความเสื่อมในยุคสมัยกลาง เมื่อเจ้านายเชื้อพระวงศ์หันไปไว้ใจนักกฎหมายแทนนักบวช ยังมีเวลาอีกเหลือเฟือกว่าห้องสมุดจะปิด จากนั้นผมควงเธอไปยัง มิดเก็ทเรสตัวรองต์ สั่งกาแฟและขนม 2 ถ้วย พร้อมไอศกรีมสำหรับหล่อน
     " การเขียนวรรณคดี 105 คะแนนไม่เลว ดนตรี 150 ก็ไม่เลว ดนตรี 201 วิชาขั้นปริญญาโทนี่ " ผมถือวิสาสะหยิบตำราเรียนของเธอที่กองอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดูทีละเล่ม
     " โพลิโฟนี่ สมัยฟื้นฟูศิลปะ " หล่อนแนะ
     " โพลิโฟนี่ คืออะไรเหรอ "
     " ไม่เกี่ยวกับ เซ็กส์ ก็แล้วกันนายเด็กเตรียมฯ "
     " ผมบอกแล้วไงว่าผมชื่อ โอลิเวอร์ "
     " ชื่อ หรือ นามสกุล คะ "
     " ชื่อ "
     " โอลิเวอร์ อะไร "
     " แบร์เร็ตต์ "
     " แบร์เร็ตต์ .. เหมือนนักกวี ? "
     " ใช่ แต่ไม่เกี่ยวข้องกัน "
     " แบร์เร็ตต์ยังกับชื่อหอประชุมแน่ะ "
     " ใช่ "
     หล่อนนิ่งเงียบกริบ บทสนทนาจะยุติลงอย่างรวดเร็วแค่นี้หรือ ผมได้แต่ก้มหน้าดูสมุดเล็คเช่อร์ของหล่อนแก้ความอึดอัดใจ นัยน์ตาเธอสว่างโร่ " ฉันดื่มกาแฟอยู่กับตึกฮาร์วาร์ดรึนี่ ! "
     " ผมไม่ใช่หอประชุมแบร์เร็ตต์นะ ปู่ทวดผมบริจาคแก่ฮาร์วาร์ดน่ะ "
     " คุณหลานของเขาจะได้ใช้สิทธิเข้าเรียนงั้นเหรอ "
     " ถ้าคุณคิดว่าผมเป็นไอ้ห่วยแตกแล้วมาขู่ให้ผมเลี้ยงกาแฟคุณทำไม "
     เธอจ้องมองผมเขม็งส่งยิ้มสะท้อนเข้ามาในสายตาผมแล้วตอบว่า " ฉันชอบหุ่นล่ำบึ้กของคุณน่ะซีคะ "
     .. ส่วนหนึ่งในการเป็นผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ คือ ยอมเป็นผู้แพ้ที่ดี ..

     ผมเดินไปส่งเจนนี่กลับหอพัก ระหว่างทางผมคิดหาวิธีพิชิตใจสาวน้อย และ หวังชัยชนะในเกมการแข่งขันซึ่งจะมาถึงในอีกไม่กี่วัน
     " ผมเอกสังคมศาสตร์ "
     " ดูไม่ออกเลยนะ "
     " มันเป็นโปรแกรมเกียรตินิยม "
     " ฉันรู้ว่าคุณมีกึ๋นเหมือนกัน "
     " จริงเหรอ "
     " คุณตามจีบฉันอยู่นี่ใช่มั้ย "
     " เจนนี่ "
     " อะไรเหรอ "
     " ฟังนะแม่สาวแร็ดคลิฟฟ์ คืนวันศุกร์นี้มีแข่งฮอคกี้ "
     " แล้วไง "
     " ผมอยากให้คุณไปด้วย "
     " ทำไมฉันต้องไปดูแข่งฮอคกี้บ้าบอนั่นด้วย "
     " ก็เพราะผมลงแข่งน่ะสิ " ผมตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
     เงียบงันชั่วครู่จนผมคิดว่าได้ยินเสียงหิมะตก .. หล่อนตอบในที่สุด " แข่งข้างใครคะ ? "

 

        next chapter coming soon >>



chapters [ 1 ] [ 2 ] [ 3 ] [ 4 ]

Pirachan : พิรฌาน