S h o c k  C i n e m a II.
1.

อเล็กซ์ เบราน์นิ่ง ผู้มีสัมผัสที่หก      สี่แยกสะพานควายถึงเวลานี้ถ้าไม่บอกก็คงไม่มีใครทราบว่า เคยมีทางยกระดับเป็นสะพานลอย (flyover) ให้รถขับผ่านไฟแดง เพื่อให้การจราจรของถนนพหลโยธิน ตัดกับแยกสุทธิสารและประดิพัทธ์คล่องตัว    ต่อมาสะพานลอยถูกทุบทิ้ง หลังจากเสาตอม่อรถไฟฟ้าถูกสร้างขึ้นมาแทนที่ตรงเกาะกลางถนน โดยพื้นที่เกาะกลางถนนพหลโยธินจากหมอชิตจนถึงอนุสาวรีย์ชัยฯ เคยกั้นรั้วชั่วคราวเพื่อก่อสร้างฐานรากรถไฟฟ้ามหานครมาตั้งแต่ ปี 2538-2541 จึงคืนพื้นที่ผิวจราจรได้ทั้งหมด

     ความเจริญทางวัตถุได้เข้ามาสู่เมืองหลวงแห่งนี้อย่างรวดเร็ว   ว่ากันว่ายุคนี้มีแต่คนหลอกผีจนกระเจิงหนีไปหมด คุณยายมักจะบอกอยู่เสมอว่า “ ไอ้บอยเอ๊ย ระหว่างผีกับคน ถ้าเอ็งเจอพร้อมกันละก็ให้กลัวคนเป็น ๆ นี่ล่ะไว้ก่อน ” แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ทำให้บอยหายตาขาวจากโรคกลัวผีไปได้ ความที่วางอนาคตไว้อยากสอบเอ็นทรานซ์เข้าเรียนคณะแพทยศาสตร์ ทำให้บอยเริ่มสร้างความคุ้นเคยกับผี ๆ ทุกรูปแบบ   ในห้องของเขาจึงเต็มไปด้วยนิตยสารสารพัดผี รวมไปถึงภาพข่าวอาชญากรรม แทนที่หนังสือการ์ตูนเหมือนเด็ก ๆ โดยทั่วไป
   
     
บอยพยายามชวนเพื่อนมาเที่ยวที่บ้านเพื่อไม่ให้เงียบเหงาเกินไปนัก แต่พรรคพวกพากันขยาดเลิกคบไปหลายคน สภาพบ้านทรงไทยหลังเก่าแก่ติดถนนใหญ่อยู่ห่างสี่แยกสะพานควายไม่กี่ร้อยเมตร รั้วรอบขอบชิดมีต้นไม้ใหญ่ปลูกไว้ 4-5 ต้น พออาศัยร่มเงาบังแดด จัดสวนทำอ่างน้ำเล็กๆเลี้ยงปลาหางนกยูง มุมประตูรั้วทิศตะวันตกมีศาลพระภูมิเจ้าที่ทำด้วยไม้แลดูขลังเอาการ

     พ่อกับแม่บอยไปอยู่อเมริกา ทิ้งบอยไว้ให้ยายเลี้ยงดูตั้งแต่อายุ 10 ขวบ  ความที่เป็นตระกูลเก่าแก่จึงมีข้าทาสบริวารไว้คอยรับใช้สืบเนื่องมาหลายชั่วคน พ่อชวนแม่ไปทำมาหากินอยู่อเมริกาก็เพราะเข้ากับยายไม่ได้ ยิ่งยายมีอคติต่อคนจีนที่มาโตเมืองไทยอย่างพ่อยิ่งไม่ต้องพูดถึง ประกอบกับมีเรื่องได้เสียกับลูกสาวยาย (แม่) โดยไม่ยอมทำพิธีสู่ขอตามประเพณีไทย ทำความเคียดแค้นให้กับยายมาก
  

     การที่ขาดความอบอุ่นจากพ่อและแม่ไม่ถึงกับทำให้บอยเป็นเด็กมีปัญหา  มีสิ่งที่ฝังรากลึกในใจจนแก้ไม่ตกอย่างเดียวคือความกลัว กลัวความมืดและกลัวผี เรือนไม้ชั้นบน 3 ห้องมีบอยอยู่คนเดียว จะไม่ให้ปอดแหกได้ยังไง ยายเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรได้กับค่าไฟที่สิ้นเปลืองกับการเปิดไฟนอนของหลานรักมาร่วม 6 ปี ได้แต่รำพึงในใจ “ รอให้มันแต่งงานมีเมียเถอะว่ะ เดี๋ยวก็เคยชินเปลี่ยนเป็นปิดไฟนอนได้เองแหละ


2.

สัปเหร่อนำศพท้อดด์จากห้องเย็นมาพิสูจน์การตาย     หลังจากเลิกเรียน บอยมีเวลาว่างมากพอที่จะได้ทำอะไรในสิ่งที่ตนเองสนใจ เพราะไม่สูญเสียเวลาเป็นชั่วโมง หรือหลายชั่วโมงกับการเดินทางไป-กลับโรงเรียน จากสี่แยกสะพานควายไปสี่แยกปทุมวัน ตั้งแต่ใช้บริการรถไฟฟ้าทำให้ควบคุมเวลาได้ดีขึ้นไม่ต้องเร่งรีบมากนัก เพื่อนบางคนต้องเรียนกวดวิชาต่อแถวสยามสแควร์ นัยว่าเพื่อรับรองผลที่จะสอบเข้าคณะที่ตัวเองเล็งไว้เป็นอันดับหนึ่ง

     สำหรับบอยการสอบแข่งขันกลายเป็นเรื่องง่าย ๆ ขี้ปะติ๋ว แวะหาเดินซื้อหนังสืออ่านเล่นที่มาบุญครอง เป็นพ็อกเก็ตบุ๊คในแนววิญญาณสยองขวัญ สไตล์ไนน์ตี้ช็อคที่บอยเคยซื้อมาอ่านครบทุกเล่ม แต่เล่มนี้ออกใหม่ใช้ชื่อว่าโททัลช็อค (Total Shock) เปิดข้างในดูคร่าว ๆ การจัดรูปเล่มประณีตดี ลองซื้ออ่านอีกสักเล่มจะเป็นไรไป เหลียวซ้ายมองขวา เมื่อไม่เห็นเพื่อน ๆ หรือคนรู้จักอยู่ใกล้ ๆ ก็รีบจ่ายเงินแม่ค้าพร้อมฉวยพ็อคเก็ตบุ๊คยัดลงกระเป๋า


     ถึงบ้านอาบน้ำเสร็จทานข้าวเกือบ 2 ทุ่มทำสมองว่าง ๆ เอาพ็อคเก็ตบุ๊คที่ซื้อมาเปิดพลิกดู หันหน้าเข้าโต๊ะจ้องมองสายตาไปไกล ๆ ออกนอกหน้าต่างสักพักพอหายล้า เส้นประสาทตาไม่ค่อยตึงแล้วก็ได้เวลาอ่านพิจารณาสาระอะไรในหนังสือ มีเรื่องสั้นทั้งหมด 13 เรื่อง แต่ละเรื่องเน้นความตื่นเต้นสยองขวัญเกี่ยวกับจิตวิญญาณ และความตาย
     สำหรับเรื่อง ช็อคซีเนม่า (Shock Cinema) ดูเหมือนผู้เขียนเข้าใจจับพล็อตเรื่องให้เดินขนานควบคู่กันไป ระหว่างเหตุการณ์ในภาพยนตร์กับที่กำลังเกิดขึ้นจริงกับผู้ชม พร้อมขมวดปมตอนจบได้ลงตัว คือ สามารถดึงอารมณ์ผู้อ่านให้มาถึงจุดไคล์แม็กซ์ตอนท้ายเรื่องได้ในที่สุด เสียอยู่อย่างเดียวเรื่องที่ปรากฏในหนัง Final Destination : เจ็ดต้องตายโกงความตาย ยังถูกเล่าต่อไม่จบ ไปได้อย่างมากครึ่งทาง

ครูลิวตั้นผู้เคราะห์ร้าย     บอยเริ่มมีความคิดอะไรบางอย่างแว่บเข้ามา ใช่ ! เขาต้องลงมือลองเขียนต่อเป็นเรื่องสั้นภาค 2 เขาหยุดนิ่งชั่วขณะก่อนเงยคอจ้องเพดาน ต้องเขียนพล็อตเรื่อง หรือสตอรี่บอร์ด (Storyboard) ทิ้งไว้ก่อน จากนั้นค่อยหาดีเทล (Detail) รายละเอียดมาประกอบเป็นสีสัน แต่พอนึกถึงจินตนาการเรื่องผี ๆที่จะเขียนต่อไปทำให้บอยถึงกับขนลุกซู่
     ลมพัดแผ่วเบาเผยอผ้าม่านปลิวเข้ามาจากหน้าต่างปะทะใบหน้าเขาวูบใหญ่ ดวงตาจับจ้องไปที่ต้นไม้ข้างรั้ว พลันเห็นภาพเงาทึบของคนผูกคอตายห้อยต่องแต่งไปมา ต่อหน้าต่อตาจนเกิดอาการเกร็งตกใจไปวูบหนึ่ง สักพักภาพหลอนก็หายไป

     “ มันเป็นแค่เรื่องล้อเล่นของพวกคนใช้หรอกน่า ปอดแหกไปได้ ” บอยคิดปลอบใจตัวเอง แล้วลุกขึ้นยืน เดินออกจากห้องมาชั้นล่างก่อนเปิดประตูเหล็กขนาดเล็กของรั้วบ้าน เดินออกไปถนนใหญ่

     แสงไฟวูบวาบสีชมพูสะท้อนจากลูกกลม ๆ ของกระจกคริสตัล ทำให้ตื่นตาเร้าอารมณ์ เสียงดนตรีจากบาร์เบียร์ห้องแถวเริ่มอึกทึก ยิ่งดึกยิ่งคึก ! ถนนทั้งสายฝากโน้นเขาเรียกกันว่าถนนโลกีย์ (แยกสุทธิสาร-อินทามาระ) บาร์ เหล้า คาราโอเกะ แหล่งนางทางโทรศัพท์ยังไม่ซบเซาลงไปได้ง่าย ๆ มาหลายสิบปีแล้ว
     ตรงตรอกทางมืด ๆ ข้างโรงหนังที่เคยถูกไฟไหม้เล่ากันว่า เมื่อปีก่อนมีคนพบศพผู้หญิงถูกข่มขืนแล้วฆ่า ตายคาห้องน้ำในโรงหนัง จนป่านนี้ตำรวจก็ยังจับคนร้ายไม่ได้ บอยจึงเลี่ยงที่จะเดินลัดผ่านตรอกมืด ๆ นั่น


     พ้นปากซอยเป็นถนนใหญ่ตัดผ่านฝั่งตรงข้ามคือปั๊มน้ำมัน พื้นที่ลานกว้างของปั๊มส่วนมุมเปิดเป็นมินิมาร์ทขายของเบ็ดเตล็ดทั่วไป สไตล์เดียวกับเซเว่นอีเลฟเว่น อยู่ติดร้านมินิมาร์ทคือศูนย์เช่าวีดิโอตั้งชื่อร้านเป็นภาษาญี่ปุ่น
     บอยมองเห็นภาพโปสเตอร์วิดีโอเรื่องใหม่ติดทาบกับแผ่นกระจก ก็พอมองออกถึงแหล่งวัตถุดิบที่จะนำมาเขียนเรื่องสั้นต่อ ใช่แล้ว “ Final Destination ” หรือ “ เจ็ดต้องตาย… ” ขอเช่าม้วนมาสเตอร์ดูได้ 3 คืน ยัดใส่ถุงพลาสติก แล้วเดินเข้าร้านขายเครื่องใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า แวะซื้อชุดรางไฟหลอดฟลูออเรสเซนต์ ฯลฯ


     พอมุดเข้าประตูเหล็กในบริเวณบ้าน บอยเรียกลุงสนธิคนรับใช้มาบอกให้ติดหลอดไฟนีออนเพิ่มตรงโคนต้นไม้ใหญ่ทันที ป้าจุ๋มเอาน้ำเย็นมาเสิร์ฟ บอยนั่งดูทีวีตรงโซฟาห้องรับแขกชั้นล่าง พอพ้นรายการข่าว 4 ทุ่มก็เอาวิดีโอที่เช่ามาเปิด เนื้อหาต้นเรื่องไม่มีอะไรน่าลุ้นเพราะรู้เรื่องจากพ็อคเก็ตบุ๊คแล้ว พอพ้นช่วงตอนต่อจากฉากเตาแก๊สระเบิดไฟไหม้บ้าน บอยเริ่มขยับตัวตั้งใจดู

3.

บิลลี่เองก็ไม่อาจหนีความตายไปได้     คาร์เตอร์ตะบันเหยียบคันเร่งแล่นรถไปบนถนนใจกลางเมือง โดยมีเคลียร์นั่งอยู่ข้าง ๆ ส่วนบิลลี่นั่งหลังเกิดความกลัวและหวาดเสียว ต้องตะโกนบอกคาร์เตอร์ให้ขับช้า ๆ และระวังมากกว่านี้ เพราะบิลลี่ไม่อยากเป็นเหยื่อที่ต้องตายรายต่อไป เมื่อขับรถถึงเนินไหล่ทางเขตสวนป่าชานเมือง เคลียร์เปิดประตูรถวิ่งลงไปในพุ่มไม้ข้างล่างที่อเล็กซ์ซ่อนตัวอยู่

     เมื่อเจออเล็กซ์แล้วเคลียร์นำทางเขาขึ้นไปบนไหล่ถนน นั่งรถของคาร์เตอร์เพื่อขับออกไปหาที่ซ่อนใหม่ คือกระท่อมร้างในป่าของพ่อเคลียร์ห่างออกไปราว 2 ไมล์ หลบหนีจากการตามล่าของเจ้าหน้าที่เอฟบีไอ เพราะอาจเข้าใจผิดว่าอเล็กซ์เป็นฆาตกรฆ่าครูลิวตั้น จากหลักฐานของรอยเท้า และรอยนิ้วมือที่อเล็กซ์ทิ้งไว้บนสันมีด และส่วนอื่นในบริเวณบ้านครูลิวตั้นนั่นเอง ขณะขับรถอยู่คาร์เตอร์ตะโกนมาด้านหลัง


     “ อเล็กซ์ นายรู้ใช่ไหมว่าใครจะเป็นรายต่อไป ”
     “ แกรู้แล้วจะทำใจได้ง่ายหรือคาร์เตอร์ มันยิ่งทำใจยากขึ้นไปอีก จะเป็นใครไม่สำคัญ เพราะในที่สุดเราก็ต้องตายกันหมดทุกคนอยู่แล้ว !” อเล็กซ์ยั้วตอบกลับไป

     คาร์เตอร์ยังคงเร่งความเร็วขณะขับอยู่ในเส้นทางที่รถหนาแน่น และฝ่าไฟแดง เขาคิดว่าตนเองควบคุมความตายเอาไว้ได้ ด้วยการท้าทายมฤตยูกับการขับรถฉวัดเฉวียนห้อเต็มความเร็ว พร้อมปล่อยมือพ้นพวงมาลัยให้มันพุ่งไปตามยถากรรม
     พอดีมีรถพ่วงวิ่งตัดหน้าออกมาจากทางแยก คาร์เตอร์ใช้มือข้างเดียวแตะพวงมาลัยหักหลบเฉียดสีข้างเทเล่อร์ไปอย่างหวุดหวิด รถเขาขับบึ่งออกไปชานเมือง ตามทางเปลี่ยวของถนนท่ามกลางความมืด รถค่อย ๆ ชะลอความเร็วและจอดสนิทคร่อมทางรถไฟ

เพื่อนทั้งสามคนผวาเมื่อเห็นคริสตายโหง ต่อหน้าต่อตา     เสียงกระดิ่งเตือนกำลังจะมีรถไฟมา ไม้ขาวแดงกั้นรถทั้ง 2 ข้าง เลื่อนลงคร่อมทางรถไฟ และหัวท้ายรถยนต์ของคาร์เตอร์ บิลลี่เปิดประตูออกไปตามมาด้วยอเล็กซ์กับเคลียร์ อเล็กซ์ตะโกนบอกคาร์เตอร์ให้รีบลงมา จุดจบของเขาไม่ใช่แบบนี้ ขณะที่เห็นรถไฟกำลังวิ่งตามรางมาแต่ไกล
     เมื่อรถไฟวิ่งใกล้เข้ามา คาร์เตอร์สตาร์ทเครื่องรถยนต์แต่ไม่ติด ครั้นขยับจะลุกขึ้นดึงปลดเข็มขัดนิรภัยที่รัดตัวออกก็ไม่ได้ ประตูข้างรถถูกล็อคตาย
     อเล็กซ์ไม่รอช้าตรงมาช่วยกระชากลำตัวของคาร์เตอร์ออกทางหน้าต่างกระจกรถ จนเข็มขัดนิรภัยขาด จึงหิ้วตัวหลุดออกมาพุ่งหลบลงข้างทาง ณ วินาทีที่หัวจักรรถไฟพุ่งชนรถยนต์ของคาร์เตอร์กลางลำระเบิดเป็นเปลวไฟ ลากซากโครงเหล็กไปหลายร้อยเมตร

     บิลลี่ลุกขึ้นมาตะโกน “ คนต่อไปเป็นนายแน่คาร์เตอร์ อยู่ห่างฉันไว้นะ ฉันไม่เอาด้วยหรอก ” หันมาทางอเล็กซ์กับเคลียร์ “ อยู่ห่าง ๆ เค้าไว้นะ เค้าเป็นรายต่อไป ”
     “ หุบปาก กูยังไม่ตายโว้ย ! ” คาร์เตอร์ตะโกนตอบโต้
     “ นายตายแน่ไอ้บ้าดีเดือด ฉันยังไม่อยากตายด้วย ฉันยังไม่ตายง่ายๆ หรอกโว้ย ” ยังไม่ทันที่บิลลี่จะพูดต่อ สายสลิงใต้ท้องโบกี้ที่เศษเหล็กโครงรถยนต์ครูดขาดก็ลากตามรางมาสะดุดท่อนไม้หมอน ตวัดขึ้นกลางอากาศพุ่งตัดคอหอย กระชากศีรษะบิลลี่หลุดออกจากตัว ท่ามกลางความตกใจตื่นตะลึงของเพื่อน ๆ
พอตั้งสติได้ อเล็กซ์ลุกขึ้นยืนชี้หน้าคาร์เตอร์ด้วยความโกรธ

     “ น่าจะเป็นนายคาร์เตอร์ถัดจากลิวตั้น นั่นคือแผน นั่นคือรูปแบบ ฉันเห็นลางร้ายตั้งแต่นั่งอยู่ในรถ ภาพนิมิตเข็มขัดขาดและหัวรถจักร ไม่น่าเลย พอฉันช่วยแก มันเลยเว้นแก ตามมาที่บิลลี่ ฉันเข้าแทรกมัน คือฉันโกงมัน (ความตาย)ได้ ”
     “ นาย คือ พระเจ้าหรือไงอเล็กซ์ ”
     “ พระเจ้าไม่กลัวตายแต่เราสิตาย ถัดจากบิลลี่ต้องเป็นฉันแน่นอน ” อเล็กซ์คร่ำครวญ

4.

เคลียร์ ผู้รอดตายคนเดียว ปรากฏในหนังภาค 2     บอยหยุดเครื่องเล่นวิดีโอไว้ชั่วคราว เดินไปเปิดตู้เย็นเอากระป๋องกาแฟที่แช่ไว้มาเปิดดื่ม แมวสีดำวิ่งออกมาจากประตูห้องครัวผ่านโซฟาห้องนั่งเล่น แล้วกระโจนพรวดออกช่องว่างระหว่างประตูบานสไลด์ มันคงออกไปนอกบ้าน บอยค่อยเดินไปปิดล็อคประตู กลับมานั่งที่โซฟา กดปุ่มเพลย์ ภาพวีดีโอจึงเคลื่อนไหวต่อไป

     เจ้าหน้าที่เอฟบีไอพยายามสอบถามเคลียร์ให้บอกที่อยู่ของอเล็กซ์ โดยสัญญาว่าจะนำเขาไปยังที่ที่ปลอดภัยที่สุด
     อเล็กซ์อยู่ในกระท่อมร้างกลางป่า เหลือบมองดูข่าวหนังสือพิมพ์ฉบับย้อนหลัง จึงพอจำได้ว่าตอนนั่งอยู่บนเครื่องบินที่จริงอเล็กซ์ไม่ได้ย้ายที่นั่ง แต่คริสขอย้ายที่ เธอจึงตายต่อจากท้อด และเคลียร์ก็นั่งอยู่ตำแหน่งหน้าอเล็กซ์ ดังนั้นรายต่อไปก็คือเธอ เคลียร์… ขณะอเล็กซ์กำลังออกจากกระท่อมก็เจอเอฟบีไอดักรอ แล้วไล่กวดตาม

     ฝนยังคงตกหนัก สายอสนีบาตฟาดลงโดนเสาไฟหักสะบั้นกระชากสายไฟฟ้าแรงสูงขาด ทำให้ภายในบ้านของเคลียร์ไฟดับมืด เธอเอาเทียนไขมาจุดพอสว่างได้สักพัก ลมก็พัดวูบเข้ามา ไฟเทียนไขดับ
     ภาพตัดกลับมาที่อเล็กซ์วิ่งหนีพวกเอฟบีไอมาลงเรือพายตามลำน้ำขึ้นฝั่ง แล้ววิ่งขึ้นเนินไปยังไหล่ถนน เจอขบวนรถของพวกเอฟบีไอ อเล็กซ์เปิดแน่บเข้าไปในป่า

      เคลียร์วิ่งลงไปไล่สุนัขเฝ้าบ้านพันธุ์อัลเซเชี่ยนไม่ให้เข้าใกล้สายไฟฟ้าแรงสูงที่ตกลงพื้นส่ายไปมา เมื่อปลายสายกระทบพื้นเกิดช็อตวูบวาบ มีแรงผลักปลายขั้วไปฟาดกังหันลมล้มลง ปลายโคนแหลมทิ่มทะลุผนังแท็งก์น้ำ น้ำที่บรรจุอยู่ทะลักแตกกินวงกว้างลงมาใกล้เคลียร์
      ขณะกำลังปลดปลอกคอสุนัข สายไฟตวัดลงน้ำ กระแสไฟฟ้าแรงสูงถ่ายวาบลงตามคลื่นพาหะ เธอพุ่งกระโดดเกาะบันไดข้างผนังบ้านก่อนถูกช็อต เธอปีนป่ายขึ้นข้างบนเกาะระเบียงชั้น 2  ใช้มือทุบกระจกหน้าต่างแล้วพุ่งตัวเข้าไปในห้อง
      สายไฟมัจจุราชยังตามตื๊อสะบัดสายตามขึ้นมาพุ่งเข้าหน้าต่างพลาดเป้าโดนจอทีวี แตกระเบิด เคลียร์วิ่งลงมาที่โรงรถ สตาร์ทเครื่องถอยหลังชนฝาไม้พังออกมา ลากเอาปลายคานเหล็กและมอเตอร์แขวนเพดานตกลงมาทับกลางหลังคารถ
      ขณะเธอพยายามถอยรถอีก ยิ่งดันส่วนปลายบนคานเหล็กหลุดลงมากระแทกถังน้ำมันตกลงมาไหลนองตามพื้นรอบบริเวณรถ รถพุ่งออกไปได้ 1 ช่วงตัว เมื่อเจอสายไฟฟ้าแรงสูงฟาดตกลงมาทำให้เครื่องดับ

      อเล็กซ์ตามมาทันเหตุการณ์ บอกเคลียร์อย่าขยับตัว อย่าแตะต้องอะไร ยางรถทับสายไฟอยู่ เขาพยายามใช้พลั่วเขี่ยปลายสายไฟออกจากกระโปรงหน้ารถ แต่ประกายไฟถูกจุดเข้ากับน้ำมัน เพลิงไฟจึงลุกรอบตัวรถ
    “ รถจะระเบิดแล้ว ” เสียงเคลียร์ตื่นตระหนกยิ่งขึ้น
    “ ฉันถ่วงเวลาให้เธอได้ ปล่อยฉันจัดการ มัจจุราชมันจะข้ามเธอไป ทุกอย่างจบ ฉันจะโกงความตายได้อีกครั้ง ฉันจะอยู่ข้างเธอเสมอ ฉันจะไม่ยอมให้เราตายทั้งคู่ ”

    ว่าแล้วอเล็กซ์ใช้มือจับสายไฟฟ้าแรงสูงที่พาดรถออก เคลียร์เปิดประตูรถออกมา รถระเบิดทันที! แรงระเบิดทำใ ห้ อเล็กซ์กระเด็นหงายหลังสลบเหมือด เจ้าหน้าที่เอฟบีไอที่ตามอเล็กซ์มาทัน รี่เข้าไปช่วย
    “ แย่แล้ว เขาไม่หายใจ ”

5.

อเล็กซ์ยอมเสียสละเพื่อเคลียร์     ภาพในจอโทรทัศน์สลัวลง ขณะจับภาพเคลื่อนไหวระหว่างเฉลียงทางเดินของโรงพยาบาล บอยคิดว่าคงจบเรื่องแค่นี้จึงปิดทีวีและวิดีโอ ท้องดันร้องโครกครากด้วยไม่มีเศษอาหารตกลงไปในกระเพาะให้ย่อย บอยรู้สึกหิวจนต้องรีบออกไปหาอะไรทานข้างนอก เวลาเที่ยงคืนอย่างนี้ต้องพึ่งอาหารกล่องอบไมโครเวฟที่มินิมาร์ทใกล้ปั๊มน้ำมัน
     กำลังนั่งทานข้าวที่โต๊ะกลมพุ่มไม้สวนข้างร้าน มีชายฉกรรจ์ใส่แว่นเรย์แบนสีดำเดินลงจากรถเครื่องที่ซ้อนมาเข้าไปในร้าน โดยที่คนขับรถมอเตอร์ไซคล์ยังติดเครื่องรอริมบาทวิถี มันแสดงตัวเป็นบุคคลที่ไม่พึงปรารถนา ยกปืนขึ้นจ่อหัวแคชเชียร์ กวาดเงินในชั้นใส่ของใต้แป้นเครื่องคิดเลขอย่างรวดเร็ว

     หารู้ไม่ว่ามีตำรวจสายตรวจหนึ่งนาย กำลังหยิบขวดน้ำเย็นจากตู้กระจกเครื่องทำความเย็นอีกฟากหนึ่ง สายตาเพชฌฆาตทั้งคู่มาบรรจบกัน คนร้ายไหวตัวก่อนผลักประตูร้านวิ่งผ่านไปที่ปั๊มน้ำมัน บริเวณหัวจ่ายมิเตอร์ซึ่งเด็กปั๊มกำลังเติมน้ำมันให้กับรถแท็กซี่ ตำรวจเปิดประตูออกมาประทับปืนเล็งไปที่ร่างของคนร้าย

    “ หยุด! มอบตัวซะโดยดี ”

     คนร้ายหันตัวกลับยิงปืนสวนมาทันที วิถีกระสุนพุ่งตรงมาระหว่างตำรวจกับบอยที่นั่งตรงมุมร้านข้างนอก ต่างคนต่างก้มลงหมอบกับพื้นโดยสัญชาตญาณ
     
กระสุนพุ่งทะลุกระจกร้านมินิมาร์ทแตกกระจาย ตำรวจตั้งหลักได้ยิงตอบโต้เพื่อป้องกันตัว กระสุนปืนระเบิดจากรังเพลิงแหวกอากาศพุ่งสู่เป้าหมายแม่นยำราวจับวาง

     โชเฟอร์ขับรถแท็กซี่เขียวเหลืองทะเบียน ตย.418 กำลังจะปิดประตูสตาร์ทเครื่อง หลังจากรับเงินทอนจากเด็กปั๊ม เมื่อได้ยินเสียงปืนนัดแรกทำให้เขาชะงัก มองไปหาที่มาของเสียง เสียงปืนนัดที่สองดังมาจากฝั่งตรงข้ามที่เขาชำเลืองมอง
     ฉับพลันคล้าย ๆ มีอะไรมาจุกคอขยับลูกกระเดือกไม่ได้ รู้สึกชาวูบจนต้องใช้มือขึ้นมาคลำ ของเหลวสีแดงทะลักล้นออกมาระหว่างนิ้วมือ ภาพมัจจุราชมืดประคองมือตำรวจลั่นไกมาที่เขาค่อยแยกตัวหายวับไป

     เลือดไหลพุ่งกระฉูดออกมาจากหลอดลม ความเจ็บปวดพุ่งปร๊าดขึ้นถึงหัวสมอง ก่อนจิตจะดับลงมโนภาพของกรรมชั่วตามมาหลอน เขาเห็นตัวเองข่มขืนกระทำชำเราหญิงสาวในห้องน้ำโรงภาพยนตร์อย่างทารุณ มิหนำซ้ำยังหักคอเธอจนเสียชีวิตอย่างอนาถเพราะเธอเป็นอีดาวเด็กบาร์ที่เขารู้จักดี
     ภาพซ้อนมาที่ห้องน้ำโรงหนังเขาเห็นเงาผู้หญิงคอหักยืนตะคุ่ม ๆ ข้างผ้าม่านและตามมาด้วยเปลวเพลิงแห่งความแค้นที่เผาผลาญโรงหนังไล่ตามรถเขามา เขาทรุดตัวลงหายใจรวยริน จบชีวิตที่ตรงนั้น


     บอยลุกขึ้นทรงตัวได้ เห็นตำรวจยืนมึนงงกับผลงานของตัวเองปล่อยให้คนร้ายซ้อนรถจักรยานยนต์หลบหนีไป บอยไม่รอช้ารีบเดินจ้ำอ้าวจากที่เกิดเหตุที่ตัวเองเกือบซวยหวิดโดนลูกหลง ใจเต้นระส่ำ
     กลับมาถึงบ้าน เข้าห้องน้ำเอาน้ำล้างหน้า ไม่อยากให้ภาพอุบาทว์ติดตา แต่ก็ไม่อาจลบเลือนได้กับเลขทะเบียน ตย.418 ของแท็กซี่สีเขียวเหลือง มันจะบังเอิญไปตรงกันกับเรื่องสั้นที่เขาเพิ่งอ่านจบได้ยังไง และใครเป็นคนผลักเขาให้หมอบลงรอดจากวิถีกระสุนที่คนร้ายยิงมา

     คืนนี้แม้อากาศยามดึกจะเย็นยะเยือก เสียงเพลงอึกทึกจากบาร์เบียร์ย่านอินทามาระเงียบสงบลงแล้ว  ก็ไม่อาจทำให้บอยข่มตาหลับลงไปได้อีกนาน…

     << back : next >>
   
ประพันธ์ โดย พิรฌาน พิมพ์ครั้งแรก นิตยสารเรื่องผี กรกฎาคม 2544


  -: Total Shock Menu :-
pirachan:พิรฌาน