![]() S h o c k C i n e m a II. 1.
สี่แยกสะพานควายถึงเวลานี้ถ้าไม่บอกก็คงไม่มีใครทราบว่า
เคยมีทางยกระดับเป็นสะพานลอย (flyover) ให้รถขับผ่านไฟแดง เพื่อให้การจราจรของถนนพหลโยธิน
ตัดกับแยกสุทธิสารและประดิพัทธ์คล่องตัว ต่อมาสะพานลอยถูกทุบทิ้ง
หลังจากเสาตอม่อรถไฟฟ้าถูกสร้างขึ้นมาแทนที่ตรงเกาะกลางถนน โดยพื้นที่เกาะกลางถนนพหลโยธินจากหมอชิตจนถึงอนุสาวรีย์ชัยฯ
เคยกั้นรั้วชั่วคราวเพื่อก่อสร้างฐานรากรถไฟฟ้ามหานครมาตั้งแต่ ปี
2538-2541 จึงคืนพื้นที่ผิวจราจรได้ทั้งหมดความเจริญทางวัตถุได้เข้ามาสู่เมืองหลวงแห่งนี้อย่างรวดเร็ว ว่ากันว่ายุคนี้มีแต่คนหลอกผีจนกระเจิงหนีไปหมด คุณยายมักจะบอกอยู่เสมอว่า ไอ้บอยเอ๊ย ระหว่างผีกับคน ถ้าเอ็งเจอพร้อมกันละก็ให้กลัวคนเป็น ๆ นี่ล่ะไว้ก่อน แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ทำให้บอยหายตาขาวจากโรคกลัวผีไปได้ ความที่วางอนาคตไว้อยากสอบเอ็นทรานซ์เข้าเรียนคณะแพทยศาสตร์ ทำให้บอยเริ่มสร้างความคุ้นเคยกับผี ๆ ทุกรูปแบบ ในห้องของเขาจึงเต็มไปด้วยนิตยสารสารพัดผี รวมไปถึงภาพข่าวอาชญากรรม แทนที่หนังสือการ์ตูนเหมือนเด็ก ๆ โดยทั่วไป บอยพยายามชวนเพื่อนมาเที่ยวที่บ้านเพื่อไม่ให้เงียบเหงาเกินไปนัก แต่พรรคพวกพากันขยาดเลิกคบไปหลายคน สภาพบ้านทรงไทยหลังเก่าแก่ติดถนนใหญ่อยู่ห่างสี่แยกสะพานควายไม่กี่ร้อยเมตร รั้วรอบขอบชิดมีต้นไม้ใหญ่ปลูกไว้ 4-5 ต้น พออาศัยร่มเงาบังแดด จัดสวนทำอ่างน้ำเล็กๆเลี้ยงปลาหางนกยูง มุมประตูรั้วทิศตะวันตกมีศาลพระภูมิเจ้าที่ทำด้วยไม้แลดูขลังเอาการ พ่อกับแม่บอยไปอยู่อเมริกา ทิ้งบอยไว้ให้ยายเลี้ยงดูตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ความที่เป็นตระกูลเก่าแก่จึงมีข้าทาสบริวารไว้คอยรับใช้สืบเนื่องมาหลายชั่วคน พ่อชวนแม่ไปทำมาหากินอยู่อเมริกาก็เพราะเข้ากับยายไม่ได้ ยิ่งยายมีอคติต่อคนจีนที่มาโตเมืองไทยอย่างพ่อยิ่งไม่ต้องพูดถึง ประกอบกับมีเรื่องได้เสียกับลูกสาวยาย (แม่) โดยไม่ยอมทำพิธีสู่ขอตามประเพณีไทย ทำความเคียดแค้นให้กับยายมาก การที่ขาดความอบอุ่นจากพ่อและแม่ไม่ถึงกับทำให้บอยเป็นเด็กมีปัญหา มีสิ่งที่ฝังรากลึกในใจจนแก้ไม่ตกอย่างเดียวคือความกลัว กลัวความมืดและกลัวผี เรือนไม้ชั้นบน 3 ห้องมีบอยอยู่คนเดียว จะไม่ให้ปอดแหกได้ยังไง ยายเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรได้กับค่าไฟที่สิ้นเปลืองกับการเปิดไฟนอนของหลานรักมาร่วม 6 ปี ได้แต่รำพึงในใจ รอให้มันแต่งงานมีเมียเถอะว่ะ เดี๋ยวก็เคยชินเปลี่ยนเป็นปิดไฟนอนได้เองแหละ 2.
หลังจากเลิกเรียน บอยมีเวลาว่างมากพอที่จะได้ทำอะไรในสิ่งที่ตนเองสนใจ
เพราะไม่สูญเสียเวลาเป็นชั่วโมง หรือหลายชั่วโมงกับการเดินทางไป-กลับโรงเรียน
จากสี่แยกสะพานควายไปสี่แยกปทุมวัน ตั้งแต่ใช้บริการรถไฟฟ้าทำให้ควบคุมเวลาได้ดีขึ้นไม่ต้องเร่งรีบมากนัก
เพื่อนบางคนต้องเรียนกวดวิชาต่อแถวสยามสแควร์ นัยว่าเพื่อรับรองผลที่จะสอบเข้าคณะที่ตัวเองเล็งไว้เป็นอันดับหนึ่ง
สำหรับบอยการสอบแข่งขันกลายเป็นเรื่องง่าย ๆ ขี้ปะติ๋ว แวะหาเดินซื้อหนังสืออ่านเล่นที่มาบุญครอง เป็นพ็อกเก็ตบุ๊คในแนววิญญาณสยองขวัญ สไตล์ไนน์ตี้ช็อคที่บอยเคยซื้อมาอ่านครบทุกเล่ม แต่เล่มนี้ออกใหม่ใช้ชื่อว่าโททัลช็อค (Total Shock) เปิดข้างในดูคร่าว ๆ การจัดรูปเล่มประณีตดี ลองซื้ออ่านอีกสักเล่มจะเป็นไรไป เหลียวซ้ายมองขวา เมื่อไม่เห็นเพื่อน ๆ หรือคนรู้จักอยู่ใกล้ ๆ ก็รีบจ่ายเงินแม่ค้าพร้อมฉวยพ็อคเก็ตบุ๊คยัดลงกระเป๋า ถึงบ้านอาบน้ำเสร็จทานข้าวเกือบ 2 ทุ่มทำสมองว่าง ๆ เอาพ็อคเก็ตบุ๊คที่ซื้อมาเปิดพลิกดู หันหน้าเข้าโต๊ะจ้องมองสายตาไปไกล ๆ ออกนอกหน้าต่างสักพักพอหายล้า เส้นประสาทตาไม่ค่อยตึงแล้วก็ได้เวลาอ่านพิจารณาสาระอะไรในหนังสือ มีเรื่องสั้นทั้งหมด 13 เรื่อง แต่ละเรื่องเน้นความตื่นเต้นสยองขวัญเกี่ยวกับจิตวิญญาณ และความตาย สำหรับเรื่อง ช็อคซีเนม่า (Shock Cinema) ดูเหมือนผู้เขียนเข้าใจจับพล็อตเรื่องให้เดินขนานควบคู่กันไป ระหว่างเหตุการณ์ในภาพยนตร์กับที่กำลังเกิดขึ้นจริงกับผู้ชม พร้อมขมวดปมตอนจบได้ลงตัว คือ สามารถดึงอารมณ์ผู้อ่านให้มาถึงจุดไคล์แม็กซ์ตอนท้ายเรื่องได้ในที่สุด เสียอยู่อย่างเดียวเรื่องที่ปรากฏในหนัง Final Destination : เจ็ดต้องตายโกงความตาย ยังถูกเล่าต่อไม่จบ ไปได้อย่างมากครึ่งทาง
บอยเริ่มมีความคิดอะไรบางอย่างแว่บเข้ามา ใช่ ! เขาต้องลงมือลองเขียนต่อเป็นเรื่องสั้นภาค
2 เขาหยุดนิ่งชั่วขณะก่อนเงยคอจ้องเพดาน ต้องเขียนพล็อตเรื่อง หรือสตอรี่บอร์ด
(Storyboard) ทิ้งไว้ก่อน จากนั้นค่อยหาดีเทล (Detail) รายละเอียดมาประกอบเป็นสีสัน
แต่พอนึกถึงจินตนาการเรื่องผี ๆที่จะเขียนต่อไปทำให้บอยถึงกับขนลุกซู่ลมพัดแผ่วเบาเผยอผ้าม่านปลิวเข้ามาจากหน้าต่างปะทะใบหน้าเขาวูบใหญ่ ดวงตาจับจ้องไปที่ต้นไม้ข้างรั้ว พลันเห็นภาพเงาทึบของคนผูกคอตายห้อยต่องแต่งไปมา ต่อหน้าต่อตาจนเกิดอาการเกร็งตกใจไปวูบหนึ่ง สักพักภาพหลอนก็หายไป มันเป็นแค่เรื่องล้อเล่นของพวกคนใช้หรอกน่า ปอดแหกไปได้ บอยคิดปลอบใจตัวเอง แล้วลุกขึ้นยืน เดินออกจากห้องมาชั้นล่างก่อนเปิดประตูเหล็กขนาดเล็กของรั้วบ้าน เดินออกไปถนนใหญ่ แสงไฟวูบวาบสีชมพูสะท้อนจากลูกกลม ๆ ของกระจกคริสตัล ทำให้ตื่นตาเร้าอารมณ์ เสียงดนตรีจากบาร์เบียร์ห้องแถวเริ่มอึกทึก ยิ่งดึกยิ่งคึก ! ถนนทั้งสายฝากโน้นเขาเรียกกันว่าถนนโลกีย์ (แยกสุทธิสาร-อินทามาระ) บาร์ เหล้า คาราโอเกะ แหล่งนางทางโทรศัพท์ยังไม่ซบเซาลงไปได้ง่าย ๆ มาหลายสิบปีแล้ว ตรงตรอกทางมืด ๆ ข้างโรงหนังที่เคยถูกไฟไหม้เล่ากันว่า เมื่อปีก่อนมีคนพบศพผู้หญิงถูกข่มขืนแล้วฆ่า ตายคาห้องน้ำในโรงหนัง จนป่านนี้ตำรวจก็ยังจับคนร้ายไม่ได้ บอยจึงเลี่ยงที่จะเดินลัดผ่านตรอกมืด ๆ นั่น พ้นปากซอยเป็นถนนใหญ่ตัดผ่านฝั่งตรงข้ามคือปั๊มน้ำมัน พื้นที่ลานกว้างของปั๊มส่วนมุมเปิดเป็นมินิมาร์ทขายของเบ็ดเตล็ดทั่วไป สไตล์เดียวกับเซเว่นอีเลฟเว่น อยู่ติดร้านมินิมาร์ทคือศูนย์เช่าวีดิโอตั้งชื่อร้านเป็นภาษาญี่ปุ่น บอยมองเห็นภาพโปสเตอร์วิดีโอเรื่องใหม่ติดทาบกับแผ่นกระจก ก็พอมองออกถึงแหล่งวัตถุดิบที่จะนำมาเขียนเรื่องสั้นต่อ ใช่แล้ว Final Destination หรือ เจ็ดต้องตาย ขอเช่าม้วนมาสเตอร์ดูได้ 3 คืน ยัดใส่ถุงพลาสติก แล้วเดินเข้าร้านขายเครื่องใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า แวะซื้อชุดรางไฟหลอดฟลูออเรสเซนต์ ฯลฯ พอมุดเข้าประตูเหล็กในบริเวณบ้าน บอยเรียกลุงสนธิคนรับใช้มาบอกให้ติดหลอดไฟนีออนเพิ่มตรงโคนต้นไม้ใหญ่ทันที ป้าจุ๋มเอาน้ำเย็นมาเสิร์ฟ บอยนั่งดูทีวีตรงโซฟาห้องรับแขกชั้นล่าง พอพ้นรายการข่าว 4 ทุ่มก็เอาวิดีโอที่เช่ามาเปิด เนื้อหาต้นเรื่องไม่มีอะไรน่าลุ้นเพราะรู้เรื่องจากพ็อคเก็ตบุ๊คแล้ว พอพ้นช่วงตอนต่อจากฉากเตาแก๊สระเบิดไฟไหม้บ้าน บอยเริ่มขยับตัวตั้งใจดู 3.
คาร์เตอร์ตะบันเหยียบคันเร่งแล่นรถไปบนถนนใจกลางเมือง
โดยมีเคลียร์นั่งอยู่ข้าง ๆ ส่วนบิลลี่นั่งหลังเกิดความกลัวและหวาดเสียว
ต้องตะโกนบอกคาร์เตอร์ให้ขับช้า ๆ และระวังมากกว่านี้ เพราะบิลลี่ไม่อยากเป็นเหยื่อที่ต้องตายรายต่อไป
เมื่อขับรถถึงเนินไหล่ทางเขตสวนป่าชานเมือง เคลียร์เปิดประตูรถวิ่งลงไปในพุ่มไม้ข้างล่างที่อเล็กซ์ซ่อนตัวอยู่เมื่อเจออเล็กซ์แล้วเคลียร์นำทางเขาขึ้นไปบนไหล่ถนน นั่งรถของคาร์เตอร์เพื่อขับออกไปหาที่ซ่อนใหม่ คือกระท่อมร้างในป่าของพ่อเคลียร์ห่างออกไปราว 2 ไมล์ หลบหนีจากการตามล่าของเจ้าหน้าที่เอฟบีไอ เพราะอาจเข้าใจผิดว่าอเล็กซ์เป็นฆาตกรฆ่าครูลิวตั้น จากหลักฐานของรอยเท้า และรอยนิ้วมือที่อเล็กซ์ทิ้งไว้บนสันมีด และส่วนอื่นในบริเวณบ้านครูลิวตั้นนั่นเอง ขณะขับรถอยู่คาร์เตอร์ตะโกนมาด้านหลัง อเล็กซ์ นายรู้ใช่ไหมว่าใครจะเป็นรายต่อไป แกรู้แล้วจะทำใจได้ง่ายหรือคาร์เตอร์ มันยิ่งทำใจยากขึ้นไปอีก จะเป็นใครไม่สำคัญ เพราะในที่สุดเราก็ต้องตายกันหมดทุกคนอยู่แล้ว ! อเล็กซ์ยั้วตอบกลับไป คาร์เตอร์ยังคงเร่งความเร็วขณะขับอยู่ในเส้นทางที่รถหนาแน่น และฝ่าไฟแดง เขาคิดว่าตนเองควบคุมความตายเอาไว้ได้ ด้วยการท้าทายมฤตยูกับการขับรถฉวัดเฉวียนห้อเต็มความเร็ว พร้อมปล่อยมือพ้นพวงมาลัยให้มันพุ่งไปตามยถากรรม พอดีมีรถพ่วงวิ่งตัดหน้าออกมาจากทางแยก คาร์เตอร์ใช้มือข้างเดียวแตะพวงมาลัยหักหลบเฉียดสีข้างเทเล่อร์ไปอย่างหวุดหวิด รถเขาขับบึ่งออกไปชานเมือง ตามทางเปลี่ยวของถนนท่ามกลางความมืด รถค่อย ๆ ชะลอความเร็วและจอดสนิทคร่อมทางรถไฟ
เสียงกระดิ่งเตือนกำลังจะมีรถไฟมา ไม้ขาวแดงกั้นรถทั้ง 2
ข้าง เลื่อนลงคร่อมทางรถไฟ และหัวท้ายรถยนต์ของคาร์เตอร์ บิลลี่เปิดประตูออกไปตามมาด้วยอเล็กซ์กับเคลียร์
อเล็กซ์ตะโกนบอกคาร์เตอร์ให้รีบลงมา จุดจบของเขาไม่ใช่แบบนี้ ขณะที่เห็นรถไฟกำลังวิ่งตามรางมาแต่ไกลเมื่อรถไฟวิ่งใกล้เข้ามา คาร์เตอร์สตาร์ทเครื่องรถยนต์แต่ไม่ติด ครั้นขยับจะลุกขึ้นดึงปลดเข็มขัดนิรภัยที่รัดตัวออกก็ไม่ได้ ประตูข้างรถถูกล็อคตาย อเล็กซ์ไม่รอช้าตรงมาช่วยกระชากลำตัวของคาร์เตอร์ออกทางหน้าต่างกระจกรถ จนเข็มขัดนิรภัยขาด จึงหิ้วตัวหลุดออกมาพุ่งหลบลงข้างทาง ณ วินาทีที่หัวจักรรถไฟพุ่งชนรถยนต์ของคาร์เตอร์กลางลำระเบิดเป็นเปลวไฟ ลากซากโครงเหล็กไปหลายร้อยเมตร บิลลี่ลุกขึ้นมาตะโกน
คนต่อไปเป็นนายแน่คาร์เตอร์ อยู่ห่างฉันไว้นะ ฉันไม่เอาด้วยหรอก
หันมาทางอเล็กซ์กับเคลียร์ อยู่ห่าง ๆ เค้าไว้นะ เค้าเป็นรายต่อไป
น่าจะเป็นนายคาร์เตอร์ถัดจากลิวตั้น
นั่นคือแผน นั่นคือรูปแบบ ฉันเห็นลางร้ายตั้งแต่นั่งอยู่ในรถ ภาพนิมิตเข็มขัดขาดและหัวรถจักร
ไม่น่าเลย พอฉันช่วยแก มันเลยเว้นแก ตามมาที่บิลลี่ ฉันเข้าแทรกมัน คือฉันโกงมัน
(ความตาย)ได้ 4.
บอยหยุดเครื่องเล่นวิดีโอไว้ชั่วคราว
เดินไปเปิดตู้เย็นเอากระป๋องกาแฟที่แช่ไว้มาเปิดดื่ม แมวสีดำวิ่งออกมาจากประตูห้องครัวผ่านโซฟาห้องนั่งเล่น
แล้วกระโจนพรวดออกช่องว่างระหว่างประตูบานสไลด์ มันคงออกไปนอกบ้าน บอยค่อยเดินไปปิดล็อคประตู
กลับมานั่งที่โซฟา กดปุ่มเพลย์ ภาพวีดีโอจึงเคลื่อนไหวต่อไป
เจ้าหน้าที่เอฟบีไอพยายามสอบถามเคลียร์ให้บอกที่อยู่ของอเล็กซ์
โดยสัญญาว่าจะนำเขาไปยังที่ที่ปลอดภัยที่สุด ฝนยังคงตกหนัก สายอสนีบาตฟาดลงโดนเสาไฟหักสะบั้นกระชากสายไฟฟ้าแรงสูงขาด
ทำให้ภายในบ้านของเคลียร์ไฟดับมืด เธอเอาเทียนไขมาจุดพอสว่างได้สักพัก
ลมก็พัดวูบเข้ามา ไฟเทียนไขดับ อเล็กซ์ตามมาทันเหตุการณ์
บอกเคลียร์อย่าขยับตัว อย่าแตะต้องอะไร ยางรถทับสายไฟอยู่ เขาพยายามใช้พลั่วเขี่ยปลายสายไฟออกจากกระโปรงหน้ารถ
แต่ประกายไฟถูกจุดเข้ากับน้ำมัน เพลิงไฟจึงลุกรอบตัวรถ ว่าแล้วอเล็กซ์ใช้มือจับสายไฟฟ้าแรงสูงที่พาดรถออก
เคลียร์เปิดประตูรถออกมา รถระเบิดทันที! แรงระเบิดทำใ ห้ อเล็กซ์กระเด็นหงายหลังสลบเหมือด
เจ้าหน้าที่เอฟบีไอที่ตามอเล็กซ์มาทัน รี่เข้าไปช่วย 5.
ภาพในจอโทรทัศน์สลัวลง ขณะจับภาพเคลื่อนไหวระหว่างเฉลียงทางเดินของโรงพยาบาล
บอยคิดว่าคงจบเรื่องแค่นี้จึงปิดทีวีและวิดีโอ ท้องดันร้องโครกครากด้วยไม่มีเศษอาหารตกลงไปในกระเพาะให้ย่อย
บอยรู้สึกหิวจนต้องรีบออกไปหาอะไรทานข้างนอก เวลาเที่ยงคืนอย่างนี้ต้องพึ่งอาหารกล่องอบไมโครเวฟที่มินิมาร์ทใกล้ปั๊มน้ำมันกำลังนั่งทานข้าวที่โต๊ะกลมพุ่มไม้สวนข้างร้าน มีชายฉกรรจ์ใส่แว่นเรย์แบนสีดำเดินลงจากรถเครื่องที่ซ้อนมาเข้าไปในร้าน โดยที่คนขับรถมอเตอร์ไซคล์ยังติดเครื่องรอริมบาทวิถี มันแสดงตัวเป็นบุคคลที่ไม่พึงปรารถนา ยกปืนขึ้นจ่อหัวแคชเชียร์ กวาดเงินในชั้นใส่ของใต้แป้นเครื่องคิดเลขอย่างรวดเร็ว หารู้ไม่ว่ามีตำรวจสายตรวจหนึ่งนาย กำลังหยิบขวดน้ำเย็นจากตู้กระจกเครื่องทำความเย็นอีกฟากหนึ่ง สายตาเพชฌฆาตทั้งคู่มาบรรจบกัน คนร้ายไหวตัวก่อนผลักประตูร้านวิ่งผ่านไปที่ปั๊มน้ำมัน บริเวณหัวจ่ายมิเตอร์ซึ่งเด็กปั๊มกำลังเติมน้ำมันให้กับรถแท็กซี่ ตำรวจเปิดประตูออกมาประทับปืนเล็งไปที่ร่างของคนร้าย หยุด! มอบตัวซะโดยดี คนร้ายหันตัวกลับยิงปืนสวนมาทันที
วิถีกระสุนพุ่งตรงมาระหว่างตำรวจกับบอยที่นั่งตรงมุมร้านข้างนอก ต่างคนต่างก้มลงหมอบกับพื้นโดยสัญชาตญาณ โชเฟอร์ขับรถแท็กซี่เขียวเหลืองทะเบียน
ตย.418 กำลังจะปิดประตูสตาร์ทเครื่อง หลังจากรับเงินทอนจากเด็กปั๊ม เมื่อได้ยินเสียงปืนนัดแรกทำให้เขาชะงัก
มองไปหาที่มาของเสียง เสียงปืนนัดที่สองดังมาจากฝั่งตรงข้ามที่เขาชำเลืองมอง
บอยลุกขึ้นทรงตัวได้
เห็นตำรวจยืนมึนงงกับผลงานของตัวเองปล่อยให้คนร้ายซ้อนรถจักรยานยนต์หลบหนีไป
บอยไม่รอช้ารีบเดินจ้ำอ้าวจากที่เกิดเหตุที่ตัวเองเกือบซวยหวิดโดนลูกหลง
ใจเต้นระส่ำ |