pirachan : พิรฌาน
1

หอส่องสัตว์     บ้านอ๊ะอยู่ริมทางรถไฟ ซอยตรงกันข้ามกับรร.แก่นนครวิทยาลัย ทางเข้าเป็นถนนคอนกรีต ได้รับงบปรับปรุงจากการดิ้นรนของเครือข่ายสลัมสี่ภาค (แนวร่วมพธม.) เพื่อนผมเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างเพิ่งจดทะเบียนตั้งบริษัทเมื่อ 2-3 ปีมานี้ ก่อนนั้นรับงานสร้างบ้านเดี่ยว เขาเคยทำไฮไรส์บิลดิ้ง-คอนโดฯ 32 ชั้น กับผมที่พัทยาตอนจบวิศวะใหม่ๆ เราเคยไปเที่ยวน้ำหนาว 2 ครั้งมาแล้วเมื่อ 23 ตค. 41 และ 2 ธค. 50

     เวลา 10 น. ผมเปิดม่านยูวีรับแสงแดด บ้านชั้นเดียวอยู่ริมรั้วขนาบด้วยสระว่ายน้ำขนาดเล็กติดกับบ้านหลังใหญ่ 2 ชั้นที่อ๊ะนอนอยู่ เราแวะไปบ้านของเขาอีกหลัง (คนหลายบ้าน บ้านใหญ่-บ้านเล็ก ตามประสา ไม่มีเมียน้อยแต่อาจเลี้ยงต้อยเด็ก) ติดถนนบายพาสต์ใกล้ บ.โนนม่วง หลัง มข. เพื่อขนสัมภาระได้แก่เต็นท์,เครื่องครัว ปิ่นโต กาต้มน้ำร้อน(เสียงนกหวีด)อลูมิเนียม มีด เตาแก๊สปิกนิก เสื้อผ้าร่มกันหนาว - ถุงนอน เปลทหาร 2 อัน ไฟฉาย .. โน้ตบุ๊ค ถามตัวเองว่าลืมอะไรที่จำเป็นไหมเพราะครั้งก่อนลืมขาสอดกางเต็นท์ข้างหนึ่ง

     แวะทานข้าวในสวนอาหารที่นศ.ชอบทานกัน ปลาเผา ส้มตำ-ไก่ย่าง ข้าวเหนียว ขับรถออกจากขอนแก่นตอน 15 น.กะว่าระยะทางราว 140 กม. วันนี้แดดจ้าอากาศร้อนอบอ้าวผิดคาด ผ่านชุมแพตรงช่องเขาขาด เข้าสู่เขตอุทยานฯตรงที่มีป้อมยามไม้กระดกกั้น จนท.ตรวจค้นรถ(ดูห่างๆ)แล้วเปิดให้เข้าไปทีละคัน ท้องฟ้าหลัวทันใดก่อนมีฝนตกรินปรอยๆ อากาศหนาวเย็นฉับพลัน จอดรถที่หอส่องสัตว์เพื่อถ่ายรูปและเข้าห้องน้ำซึ่งสะอาดมาก ผมเอาหมวกไหมพรมสวมศีรษะ นั่งเก้าอี้ผ้าใบเหยียดแข้งเหยียดขา มองลงไปลานจอดฮ.เห็นหนองน้ำ และป่าโปร่งล้อมรอบไม่ไกลนัก รถราวิ่งผ่านถนนตรงนี้มีน้อยคัน หรือว่าเป็นวันพฤหัส( 5 กพ. 52)คนยังไม่มาเที่ยวกัน พอถึงวันหยุดยาว(มาฆะบูชา จันทร์ที่ 9 กพ. 52)คนถึงจะแห่แหนเข้ามาชมธรรมชาติ โต้ลมหนาว หลังจากพ้นช่วงแออัดยัดทะนานอุทยานแตกวันขึ้นปีใหม่

     รถหยุดตรงป้อมเพื่อซื้อบัตรเข้าพัก(2 คนร้อยบาท)จากนั้นแล่นเรื่อยๆมาจอดศูนย์ฯ(กองอำนวยการ)จะมีร้านค้าร้านอาหารตั้งอยู่รายรอบ สัตว์ป่าที่โดนรถชนตายสตัฟไว้เตือนใจ กวาง 2 ตัวยืนทื่อไร้วิญญาณมีเจ้าแมวเสือเกาะหลัง โชว์เฟอร์ตีนผีซิ่งรถเบ็นซ์ชนมันตาย

     ผมเลือกทำเลกางเต็นท์อยู่ท้ายกลุ่ม ที่เดิมแต่บรรยากาศวังเวง มีรถนักท่องเที่ยวหมายธรรมชาติ 3 คัน รถตู้สีขาวเช่าเหมาโดยฝรั่งวัยดึก อีซูซุมิวอีกคันวัยรุ่นหน่อย ผู้ชายกับผู้หญิงคงมาสวีทกันเปลี่ยนจากซีนโรแมนติกมาดิบๆ ท่ามกลางแมกไม้ป่าดงพงไพร..! เราต่างแยกตั้งเต็นท์คนละกลุ่มห่างกันร่วม 100 เมตร พื้นหญ้าตัดสั้นอยู่ในวงกลมที่มีขอนไม้โอบล้อมอาณาเขตนี้ จนท.กางเต็นท์เปล่าของอุทยานไว้ให้เช่าล่วงหน้า

     ยิ่งตกดึกชักจะหลอนๆ คล้ายผีซอมบี้เดินเพ่นพล่านออกมาขย่มเต็นท์ที่ผมนอนอยู่ จึงเอาไม้แบดมาตีลูกขนไก่เล่น กะว่าเหนื่อยมากๆจะอาบน้ำ ระหว่างผมเข้าห้องน้ำคนเดียวอ๊ะเดินมาบอกว่าได้ยินเสียงเดินสวบสาบคล้ายฝูงช้างฝั่งตรงข้าม อ๊ะปรับเบาะหลังรถแวนจะนอนอยู่ในนั้น(ปลอดภัยกว่า) พอผมกลับไปเต็นท์ไม่ยักได้ยินเสียงอย่างว่าแต่ข่มตาหลับไม่ลง เลยเล่นแบดอีกครั้ง ยังไงก็ไม่ขอย้ายเต็นท์ไปนอนที่อื่น เคยทำบุญซื้อกล้วยเลี้ยงช้างเร่ร่อนในกทม. อานิสงส์น่าจะทำให้แคล้วคลาดน่ะนะ

     เข้านอนปุ๊บก็หลับไปหนึ่งชั่วโมงฝนเจ้ากรรมรินปรอยๆเกือบ 15 นาที หนาวสั่นงั่กๆ พวกไม่น่าไซโคกันให้ปอดแหก ภาวนาให้ถึงเช้าเร็วไวเถิดเจ้าพระคุณ ตอนตี 4 ผมลุกไปห้องน้ำได้ยินเสียงคล้ายใครตัดต้นไม้ใบหญ้าด้านหลัง มองไปก็ไม่เจออะไร อ๊ะบอกว่ากวางมากินน้ำกัดลากดึงหญ้าคาต่างหาก ..     
    
ต้นน้ำลำธาร

taoism & zen วิธีแห่งเต๋า และ เซน ,กอไผ่ในอุทยาน     เช้าวันศุกร์ที่ 6 กพ. 52 เราขนของขึ้นรถมาจ่อศูนย์อำนวยการ ปูเสื่อ กางเปล 2 อัน วางเก้าอี้พลาสติก และ กางเก้าอี้พับ ต้มมาม่ากินใต้ร่มไผ่ 7 กอ สังเกตเห็นรถบัสพานร.มัธยมรร.หล่มสักมาเข้าค่ายทัศนศึกษา สปช.(เสริมสร้างประสบการณ์ชีวิต)หรือเปล่าหนอ ครูแจกข้าวกล่องให้รับประทาน นร.ตัวจ้อย กางเต็นท์หลังน้อยๆสีฟ้ารอบวงจะเล่นกองไฟ ดูตลกดี ตอนท่องคำขวัญ เต้นท่านกกระยาง ขำๆ .. พวกเราเป็นเด็กแนว พร้อมมั้ยๆ พร้อมแล้วๆ อุ๊ยตื่นเต้น เสียงเจื้อยแจ้วใสนิ้งทำให้ผมน้ำตาระรื้นคลอเบ้า (ชีวิตเปลี่ยนจากแนวทริลเล่อร์เมื่อคืนมาเป็นดราม่ารุ่งเช้า เหอๆ) ผู้หญิงฝรั่งร่างโย่งแบ็กแพ็ค 2 คน เดินทอดน่องมากางเต็นท์ฝั่งตรงข้ามถนน ถัดจากเวทีที่เด็กไฮไฟว์ชอบแอ๊คท่าถ่ายรูปกระโดดโลดเต้น ใต้ตัวอักษรติดกำแพงหิน Nam Nao National Park อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว

     แดดร่มลมตกอ๊ะชวนผมไปเดินป่า ดูแผนที่มีลูปเล็กและใหญ่ ระยะทางไกลสุดคือ 5.8 กม. แรกทีเดียวจะเดินลัดเลาะริมลำธาร ข้ามขอนไม้ล้มกีดขวาง เริ่มลากขาซะลิ้นห้อยอีตอนถึงกลางทางวกกลับขึ้นจุดชมวิว ผมหยุดพักหายใจ 3 ช่วง ทางเดินค่อนข้างชันมาก อ๊ะผงะเมื่อเห็น 2 สาวฝรั่งมานั่งจองที่อยู่ก่อนแล้ว (คงมาทางลัดอีกด้านหนึ่ง) ความสูงแปดร้อยกว่าเมตรเหนือระดับน้ำทะเล กวาดสายตาไปทิศตะวันออกจะเห็นภูกระดึงอยู่รางๆ

     ขากลับมีแผ่นลูกศรนำทางติดโคนต้นไม้เป็นระยะ กว่าจะโผล่มาถึงที่ราบใกล้ศูนย์อำนวยการก็เกือบ 18 น. นั่งทานอาหารตามสั่งตรงระเบียงไม้สร้างยื่นออกไปธารน้ำ ต้มจืดมะระหวานอะไรร้อนๆทำให้ร่างกายอบอุ่นบ้าง รีบไปเช่าตะเกียงเจ้าพายุมาติดถังแก๊ส เปิดไฟสว่างตอนกางเต็นท์อีกครั้ง นอกจากจะลืมของสำคัญนี้แล้วยังลืมกล้องดิจิตอล จึงใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพแทน อ๊ะนอนนอกเต็นท์ เอาเปลกางแผ่ยึดเก้าอี้กันน้ำค้าง เปิดโน้ตบุ๊คดูวิดีโอคลิปเด็ดๆ ไอ้เรารึกำลังเข้าถึงปรัชญา เซ็น/เต๋า ---> สงบสุข/เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ  พวกเล่น " เซ็กส์ แอนด์ เซ็น " ซะงั้น อ๊ะเปิดฟังเพลงเอ็มพีสาม somewhere in my broken heart (Billy Dean)หลายเที่ยว ผมขอฟังเพลงยุค 70's อย่าง reflections of my life(The Marmalade), alone again(Gilbert O'Sullivan) .. บ้าง แม้จะหนาวเย็นเฉียบกว่าเมื่อคืนวานแต่ก็นอนหลับสนิท

     เด็กนร.เข้าแถวนับจำนวนแล้วเดินทางไปจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นตั้งแต่ตี 5 ผมเอาไม้กอล์ฟมาสวิงจั่วลม ก่อนตีแบดกับอ๊ะเรียกเหงื่อค่อยไปอาบน้ำ ฝรั่ง 2 สาวมาแปลก เธอวอร์มอัพด้วยการชกลมแล้วนั่งถักนิตติ้ง ในใจคงนึกว่าพวกเราเป็นเกย์ที่ไม่ยอมทักทายคุยกัน ผมก็นึกว่าพวกหล่อนเป็นแอล.บี.(เลสเบี้ยน) และไม่อยากรบกวนความเป็นส่วนตัวของใคร

     ต้มกาแฟดื่มกับไข่ลวกแล้วออกไปเดินป่ารอบเล็ก 1.1 กม. ดูจอมปลวก หญ้าปล้องล้านปี และ ต้นน้ำลำธาร ไม้ไผ่หักโค่นพร้อมกับมูลช้างขี้ทิ้งรายทาง พื้นทางเดินโรยหินยางมะตอย ช่วงไหนชันมากจะมีราวไม้ให้เกาะ งูรีบเลื้อยผ่านทางเข้าป่าลอดใบไม้แห้งเพราะตื่นคนบุกรุก ออกจากป่าก็เก็บข้าวของใส่รถเดินทางกลับขอนแก่นเวลา 15 น. แวะกินไก่ย่างชุมแพ ตรงไปสนามกอล์ฟฟอนตาน่าก่อนเขาปิดเวลา 2 ทุ่ม ช่วยกันหวดลูกอล์ฟสี่ถาด(80 บาท)พอไม่ให้ลืมวงสวิง เครื่องบินเตรียมแลนดิ้งส่งเสียงครางกระหึ่มรบกวน

     ผมกลับไปนอนบ้านตัวเองในเมือง ถือโอกาสดูความก้าวหน้าบ้านหลังใหม่ที่สร้างบนพื้นที่เดียวกัน 200 ตรว. งบหนึ่งล้านบาท คนงานเร่งให้แล้วเสร็จตามกำหนด นัดอ๊ะทานบุฟเฟ่ต์ริมถนนมิตรภาพใกล้สามเหลี่ยม ทีโบนเต็ก ยังมีลูกค้าอุดหนุนคับคั่ง(109 บาทต่อหัว เต็มอิ่ม ไม่อั้น)ดูเป็นทางการไปหน่อยไม่ผ่อนคลายเหมือนพวกกินเนื้อย่างเกาหลี แว่วเสียงเพลง season in the sun(Terry Jacks) ช่างโหยหาอดีตดีแท้ ความทรงจำนั้นสุดแสนเจ็บปวดเมื่อเราไม่อาจลืม ..

     อ่านต่อ >>


    อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว   Nam Nao National Park ThaiLand   The Journey of Life  MomoeWorld
 -: table of contents :-

Pirachan : พิรฌาน