pirachan : พิรฌาน
2
อยู่แต่ในห้องเพราะฝนตกจึงถ่ายภาพสะท้อนจากกระจกเงา
ซุ้มประตูเมืองขอนแก่นมองจากเซ็นทรัลพลาซ่า

     วันที่มาถึงขอนแก่นบ้านเกิดนั้นฝนฟ้าอากาศไม่เป็นใจ เพราะท้องฟ้าหลัว และ มืดครึ้มในกทม.ตั้งแต่วันพฤหัส 21 มค. 53 บ่ายสามครึ่งฝนเริ่มตกโปรยปรายที่มวกเหล็ก สระบุรี เข้าเขตอำเภอเมือง จ.ขอนแก่นตอน 21 น. ฝนซาลงบ้างแล้ว นัดเพื่อนทานข้าวในมอ ร้านครกมอง บ้านโนนม่วง หลังมข. เสียงเพลงจากผับบาร์บรรเลงครึกครื้นต้อนรับนศ.ขาประจำไม่ว่างเว้น บ้านตัวเองที่ถนนชวนชื่นยังไม่แวะเข้า ดั้นด้นไปนอนบ้านเพื่อนที่ผาสุข ริมทางรถไฟใกล้รร.แก่นนครวิทยาลัย

     เช้าวันศุกร์ที่ 22 มค. 53 ได้ยินเสียงฝนตกจั่กๆ เปิดม่านหน้าต่างมองดูสระว่ายน้ำ ช้อนสายตาเห็นท้องฟ้าหลัวปกคลุมด้วยเมฆหมอกขาวโพลน เปิดโน้ตบุ๊คเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านโมเด็ม 56 kbs กลับเชื่องช้าผิดปกติ ถ่ายรูปตัวเองสะท้อนภาพจากกระจกเงา จัดท่าทางให้ย้อนแสงเหมือนมีฟิลเตอร์ ภาพออกมาดูนุ่มนวล อย่างน้อยก็ไม่ขยาดกล้อง อายุ 46 ปี ใบหน้า และ รูปร่างเปลี่ยนไป(แก่แล้ว) พยายามออกกำลังกายหุ่นจะได้ดูฟิตเฟิร์มอย่าง เหลียงเฉาเหว่ย มั่ง แต่คงจะยาก สูง 169 ซม. น้ำหนัก 78.5 กก. ที่เหมาะสมคือน้ำหนักต้องอยู่ระหว่าง 70-72 กก. ชักจะเกลียดพุงตัวเอง ปกติจ๊อกกิ้งวันละ 2 รอบสนามบอลที่นันทอุทยานสโมสร ถ.อิสรภาพ 33 กทม. เช้า 7 น.หรือค่ำ 21 น. ขอให้เหงื่อออกไม่งั้นเครียดนอนไม่หลับ

     15 น.ท้องฟ้าโปร่งอ๊ะขับรถพาไปเดินช้อปปิ้งที่ เซ็นทรัลพลาซ่า ขอนแก่น เพิ่งเปิดใหม่ไม่ถึงสองเดือน ออกแบบตัวอาคาร(แลนด์มาร์ค รูปกระติบข้าวเหนียว ฮวงจุ้ยกลมกลืนกับรูปแคน รร.โซฟิเทล) และ แลนด์สเคปดีมาก รู้สึกดีกว่าสาขาใดๆในกทม. แวะทานข้าวที่ศูนย์อาหารชั้น 4 ตรงพื้นระเบียงโล่งยื่นออกไปนอกอาคารมีแผงกันสาดตาข่ายเหล็กโอบรอบ กลางคืนเขาติดระบบไลท์ติ้ง เล่นแสงไฟสะท้อนกับผนังด้านนอกอาคารเหลื่อมสลับสีสเปคตรัมสวยงาม สายฝนสาดเข้ามาเปียกปอนโต๊ะ และ เก้าอี้ริมสุด ถ่ายภาพซุ้มประตูเมืองคร่อมถนนศรีจันทร์(ถ.ข้าวเหนียว)ตัดกับถนนมิตรภาพ ซึ่งกำลังทำอุโมงค์ลอดลดการจราจรคับคั่งสามเหลี่ยม

     เดินลงมาทานกาแฟที่แม็คโดนัลด์ติดกับลานเบียร์ นั่งทอดอารมณ์ฟังกลุ่มเด็กนักเรียนคุยกันสนุกสนาน เราก็ไม่อยากให้เพื่อนเงียบหงอย มีเรื่องชวนคุยเล่นบ้างแต่หัวเราะไม่เต็มที่ อ๊ะขับรถอ้อมไปสนามกอลฟ์-ไดรวิ่งเรนจ์ เทิร์นออน เหมาะสำหรับคนหัดเล่น ตามหาวงสวิง การที่ตัวเองถนัดมือซ้าย(เล่นบาส,แบด-เทนนิส-ปิงปอง)กับขวา(เขียนหนังสือ) จึงสับสนเวลาจับกิฟตอนเริ่มแรก ประกอบกับไม่ได้ฝึกบ่อยๆจึงเหมือนมานับหนึ่งใหม่ทุกครั้ง จั่วลมบ้าง ลูกแช้งค์ออกไปด้านข้างบ้าง ปวดกล้ามเนื้อพับในท่อนขาบน และ เอวเล็กน้อย ตอนผมจบวิศวะใหม่ๆมีความหวัง และ ความสุขครับ เมื่อทำงานมาพักใหญ่ได้ผจญภัยกับสิ่งท้าทายใหม่ๆ เกิดความตื่นเต้นระทึกใจไปกับไซต์งานก่อสร้างต่างจังหวัด (พัทยา,อีสานเหนือ หรือใจกลางกทม.) เพิ่งมาถึงจุดอิ่มตัวในเวลา 10 ปีให้หลัง ผมไม่อยากให้วันเวลากัดกร่อนความรู้สึกดีๆอย่างนั้นให้เลือนหายลับไป คงไม่มีใครกอดรัดอดีตให้อยู่กับตัวได้ตลอด ชีวิตยังดำเนินต่อไป ..

     มาถึงอุทยานแห่งชาติน้ำหนาวตอน 19 น. ของวันเสาร์ที่ 23 มค. 53 ท้องฟ้าครึ้มเมฆฝน พื้นสนามหญ้าแฉะคล้ายฝนเพิ่งตกลงมาหมาดๆ เหลือเม็ดฝนกระเซ็นกระสายประปราย ผมเช่าผ้าพลาสติกสีฟ้าปูรองพื้น (คนอื่นเอากางคลุมหลังคาเต็นท์) 50 บาท และ ผ้าห่มนวม 30 บาท ส่วนอ๊ะมีถุงนอน ใส่เสื้อหลายชั้นคงเอาอยู่ อากาศเย็นไม่หนาวเหน็บอย่างที่คิด จนท.บอกว่าวันนี้มีผู้มาพักราว 500 คน (เห็นรถบัสจอดอยู่ 4 คัน) เมื่อวานวันศุกร์ฝนถล่มผู้คนแตกกระเจิงแยกไปนอนรีสอร์ท รีบกางเต็นท์ไปอยู่รวมกลุ่มนศ.ราชภัฏ นครปฐม โดยไม่ตั้งใจ พวกเล่นกีตาร์ร้องเพลงคลอ และพูดคุยกันเฮฮาเลยเที่ยงคืน ทำให้ผมนอนไม่หลับ พอจะเคลิ้มหลับตอนตี 5 อาจารย์เขามาปลุกไปดูพระอาทิตย์ขึ้นบนภู และทะเลหมอก เสียงเดินย่ำเท้าผ่านหน้าเต็นท์อึกทึก ท้องฟ้าหลัวทั้งวัน หมอกลงจับเรี่ยยอดสนแปรสภาพอุทยานเป็นป่าฝนดาวแพนดอร่า(อวตาร)ทันใด เมื่อคืนหลังจากเอาถังแก๊งปิกนิกมาย่างเนื้อโกเบใช้มีดหั่นจิ้มซอสเทริยากิก็ไปอาบน้ำ

     เช้าวันอาทิตย์ที่ 24 มค. 53 เปลี่ยนบรรยากาศไปทานข้าวที่ร้านค้าใกล้ศูนย์อำนวยการ มะระต้มร้อนๆ+ผัดหมูน้ำมันหอย กลับมาย้ายเต็นท์ไปฝังตรงข้ามซึ่งสงบร่มรื่นกว่า บังเอิญมีลูกมะขามป้อมหล่นกราวพื้นเฉียดเต็นท์ไปหน่อยนึง แล้วไปเดินป่าลูปกลางระยะทาง 4.5 กม. กว่าจะไปถึงจุดชมวิวบนยอดเขา เหนื่อยหอบหยุดพัก 2-3 นาทีถึง 5 ครั้ง ทำไส้ตะเกียงเปิดแก๊สทิ้งไว้ให้แสงสว่างตลอดคืน ระหว่างทางเดินไปที่ทำการ หรือห้องน้ำต้องพกไฟฉายส่องทาง เสาไฟมีน้อยเพื่อคงสภาพดิบๆของป่าเขาลำเนาไพร



     text by piraChan

    อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว   Nam Nao National Park ThaiLand   The Journey of Life  MomoeWorld
 -: table of contents :-

Pirachan : พิรฌาน