pirachan : พิรฌาน
1


6 สิงหาคม 2553

      ผมชอบบรรยากาศขมุกขมัวของท้องฟ้ายามไม่มีแดดส่องลอดลงมาจากม่านทึบ ปุยเมฆสีขาวหรือเทาลอยเรี่ยต่ำก่อนฝนจะตกเนิ่นนานอย่างนี้ เมื่อก่อนผมได้แต่ภาวนาขอให้วันที่เทคอนกรีตล็อตใหญ่ท้องฟ้าปลอดโปร่งอย่าได้เจอฝนตกกระหน่ำ แต่ไม่เข้าใจเหมือนกันหลังจากผู้รับเหมางานเสาเข็มเจาะส่งพื้นที่ให้กลางเดือนพฤษภาคม อีกสองเดือนครึ่งก็ได้ฤกษ์เทคอนกรีตฐานรากขนาดมหึมา สูงสุดคือโครงการบางนาเรสซิเด้นซ์ 1,250 คิว x 6 ครั้ง

     แรกเริ่มประเดิมชัยก็ต้องกางผ้าใบหลบฝนขณะปั้มงวงปล่อยคอนกรีตลงฐาน มีพื้นเหล็กนิ้วหนาหลายชั้นเต็มพรืด รถปูนวิ่งบนรางเหล็กชู้ตผ่านกรวย เจาะแบบไม้ด้านข้างจี้ปูนไล่น้ำส่วนเกินออก ทุกอย่างต้องดำเนินต่อเนื่องกันไป ถ้าทดสอบกำลังลูกปูนจริงคงต่ำกว่ามาตรฐาน แต่นั่นแหละใครจะกล้าสั่งทุบฐานรากตึกสูง 32 ชั้น 3 เทาวเว่อร์ ในเมื่ออัตราความปลอดภัยในการออกแบบโครงสร้างทางวิศวกรรมสูงเหลือเฟือ ถึงบัดนี้ตึกยังไม่พังถล่ม

     ผมใช้กล้องโทรศัพท์มือถือจับภาพด้านข้างอนุสาวรีย์รัชกาลที่ ๓ ให้เห็นมู้ฟเม้นต์กลุ่มเมฆขาวโพลนปลิวอยู่เหนือพุ่มไม้เขียวชอุ่ม ต่างจากภาพปกติในสื่อสิ่งพิมพ์ทั่วไป ลานพลับพลาฯที่รถเคยแล่นผ่านเมื่อเดินลงมาสัมผัสจริงให้ความรู้สึกแตกต่าง ซึมซาบถึงพลังอำนาจบารมี ศักดินาสวามิภักดิ์ หรือนึกถึงคำเปรียบเปรยระหว่าง อำมาตย์ กับ ไพร่ ถ้ายังมีเสียงเอคโค่แทรกซึมในอณูอากาศจากเวทีนปช.สะพานผ่านฟ้าช่วงต้นเดือนเมษายนหลงเหลืออยู่

     ผมคงไม่โพสต์ภาพถ่ายทั้งหมดลงทวีตโฟโต้เผยให้ทราบรายละเอียด เช่น ลักษณะของบันไดเวียนรอบท่อนซุงขึ้นสู่เจดีย์โลหะปราสาทวัดราชนัดดาฯ กระทั่งลักษณะบันไดคอนกรีตวนรอบภูเขาทอง อุบไต๋เอาไว้ให้นักท่องเที่ยวเซอร์ไพร้ซ์ ในยามอากาศหนาวเย็นอ่านและเขียนหนังสือได้มากขึ้น ไม่ปวดหัวหรือเหนื่อยหน่าย ผมต้องการความเงียบสงบ ปิดโทรศัพท์มือถือ เปิดโทรทัศน์ดูช่องฟ็อกซ์นิวส์แต่ไม่เปิดเสียง ถ้าจะมีเสียงลมพายุฝนพัดหวีดหวิวขอเพียงไฟฟ้าอย่าดับเป็นใช้ได้ อ้อ เสียงฟ้าผ่าสะเทือนเลื่อนลั่นยังน่าขยาดกลัวอยู่ไม่น้อย กับข่าวหลอนนักกอล์ฟหรือแค้ดดี้ดวงซวยไหม้เป็นตอตะโกกลางแฟร์เวย์

     การมีสมาธิทำอย่างหนึ่งอย่างใดเป็นเรื่องดี คนเราควรจะทำอะไรทีละอย่างให้เสร็จทีละชิ้นไป เมื่อจิตใจโฟกัสลงไปเพียงเป้าหมายเดียวย่อมทรงพลังกว่า นึกถึงแว่นขยายรวมแสงเผาไหม้กระดาษได้ แปลว่าผลงานจะออกมาดี เอาเข้าจริงใช่ว่าจะทำได้ง่ายเหมือนคนกลั้นใจอ่านตำราเรียนเตรียมสอบในวิชาที่เป็นยาขม ..แพ้ทางมันอยู่ ความรู้กระจ่างแต่อย่างเดียวอาชีพเดียวอาจเอาตัวไม่รอดในยุคปัจจุบัน งานอดิเรกอะไรที่ทำเล่นๆเผลอๆจะทำเงินมากกว่างานประจำ คนที่เป็นลูกจ้างบริษัทหรือข้าราชการอย่าชะล่าใจว่างานมั่นคง มองหาอาชีพเสริมรายได้พิเศษเสียแต่เนิ่นๆเผื่อไว้ในเวลาฉุกเฉิน safety first : ปลอดภัยไว้ก่อน คือ ปรัชญาการทำงานของวิศวกร ตรงกับปัจฉิมโอวาทของพระพุทธเจ้าเรื่อง ความไม่ประมาท ..

9 มิถุนายน 2553

      ตี 4 ครึ่งฝนตกกระหน่ำกทม.ระลอกสองต่อจากช่วง 3 ทุ่มครึ่ง พอซัก 7 โมงเช้าสายฝนก็ซาลง ที่เห็นเพียงกลุ่มเมฆขาวปุยปกคลุมท้องฟ้าแทบทั้งวัน อย่างน้อยผมคงจะพอใจที่ไม่ต้องปวดหัวกับอากาศร้อนอบอ้าวอย่างต่อเนื่องและยาวนาน หรือตายเพราะ ฮีท สโตรก ชีวิตผมช่วงนี้ต้องลุ้นวันต่อวันเลยหรือนี่ อะไรจะงี่เง่าขนาดนั้น

     อย่างไรก็ดีอาการเครียดจนเส้นเลือดขมับเต้นตุบๆก็เกิดขึ้นมาอีก ครั้งนี้สาเหตุน่าจะมาจากระบบประสาทตา ครั้งนึงตอนเรียนมศ.1 สายตาสั้นก็เจอแบบนี้ แต่ตอนนี้(อายุ 46)คือสายตายาว เติมเข้าไปอีกสองเด้ง ไปวัดสายตาตัดเลนส์แบบไร้รอย 2,800 บาท ซึ่งคงช่วยทำให้ผมอ่านหนังสือได้มากขึ้น และเขียนหนังสือเป็นปกติดังใจรัก

      เมื่อวานซื้อพ็อกเก็ตบุ๊ค เกร็ดความคิดบนก้าววิ่ง ฮารูกิ มูราคามิ-เขียน นพดล เวชสวัสดิ์-แปล พี่ยุ่นแกเป็นนักเขียนในดวงใจผมคนนึง เพราะมีสไตล์เป็นของตัวเอง นิยายของหมอนี่ใช่ว่าจะจบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง ออกจะอยู่ในแนวจิตตกอ่านแล้ววูบ ยอดขายในเมืองไทยน้อยนิด สำนักพิมพ์คงเอาใจพวกฮาร์ดคอร์จริงๆ เพราะเสี่ยงต่อการขาดทุน

      มีดีวีดีที่ต้องเอาไปเปลี่ยน นอร์ธ บาย นอร์ธเวสต์ ผลงานกำกับของ อัลเฟรด ฮิตช์ค็อก เพราะไม่มีซับไทยกับเรื่องลึกลับซับซ้อนขนาดนี้ ผมอ่านซับอังกฤษไม่เข้าใจ ได้เรื่อง เดอะ เบิร์ดส์ มาดูต่อ ซึ่งบังเอิญผมซื้อนิยายต้นฉบับแปลไทยโดย กิติกร มีทรัพย์ ไว้นานแล้วแต่ยังไม่อ่าน จะได้ถือโอกาสอ่านเปรียบเทียบกับการดัดแปลงเป็นบทภาพยนตร์

     ผมกำลังนึกถึงโทรศัพท์มือถือโนเกีย n900 กับอ็อบชั่นส์กล้องขนาด 5 ล้านพิกเซล เลนส์คาร์ลไซส์ชั้นดี คงถ่ายรูปกลางคืนได้ชัดแจ๋วกว่าโนเกีย n81 2 ล้านพิกเซลที่ใช้อยู่ปัจจุบัน ผมนำไฟล์ภาพจากเอสดีการ์ดมาย่อก่อนอัพโหลดในทวีตโฟโต้ การบอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพถ่ายน่าจะสื่อสารถึงเพื่อนๆได้ดี ข้อความสั้นๆในทวิตเตอร์มีส่วนฝึกสมองให้ผมคิดและเขียนไว โลกยุคดิจิตอลใส่สปีด คิดเร็ว ทำเร็ว รวยเร็ว จะมัวอ้อยอิ่งอยู่ไม่ได้แล้วล่ะ ..



      keywords : what i talk about when i talk about running,haruki murakami,the birds,alfred hitchcock,gear23kku


11 พฤศภาคม 2553

     ปี 1975 ในวัยเด็กอายุ 11 ขวบ ผมจำอะไรได้บ้างนอกจากเขียนไปรษณียบัตรขอเพลงรายการ 'ดีไลท์ ไทม์' ศิลปินที่ได้รับรางวัลแกรมมี่นักร้องชายยอดเยี่ยมคือ 'จอห์น เดนเวอร์' โฟลค์ซองส์เพลงดังที่ใช้กีตาร์โปร่งเล่นอย่าง 'เทค มี โฮม คันทรี่ โร้ด'
     หรือฝ่ายหญิงซึ่งมีน้ำเสียงดุจนางฟ้า 'โอลิเวียร์ นิวตัน จอห์น' กับเพลง 'เล็ท มี บี แด' หรือวงดนตรี 'ดิ อีเกิ้ลส์' ร้องเพลงประสานเสียงกันไพเราะกับ 'ลายอิ้ง อายส์'
      พอถึงเวลานี้เกือบลืมไปแล้วว่าเคยประทับใจเพลง 'ไอ บีลีฟ แด น็อตธิง สตรองเกอร์ แดน อาวร์ เลิฟ' ของ 'พอล แองก้า' เขากำลังอยู่ในช่วงพีคสุดๆ ดูวิด๊โอยูทูปเห็น พอล ในวัยหนุ่มใสปิ๊งโชว์เพลงเมดเล่ย์ด้วย

     มีภาพโปสเตอร์แปะติดผนังตึกแถวใกล้ตลาดขับไล่ทหารอเมริกันออกจากฐานทัพค่ายรามสูร นศ.ยุคนั้นฉลาดเฉลียวครับ เขาจัดตั้งองค์กรที่ทรงพลังทางการเมืองอย่างยิ่ง ประวัติศาสตร์เปลี่ยนผ่านไปเด็กรุ่นใหม่แทบไม่มีใครจดจำ พวกเขาออกจากป่ามาชำระแค้นกลุ่มทหารเผด็จการยุคนี้อย่างแยบยล และ สาสม กับที่เคยถูกล้อมปราบในมธ.ปี 1976 และคาดว่าจะผนึกพลังคืนชีพศนนท.อีกครั้งในปลายปีหน้าเพื่อพลิกโฉมการเมืองไทยครั้งใหญ่

     การสอบเอ็นทร้านซ์คือ ระบบแพ้คัดออก ค่านิยมในคณะและสถาบันเปลี่ยนไป เด็กยุคใหม่ต้องโกอินเตอร์ อยากเป็นดารา,ซูเปอร์สตาร์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง มิน่ายอด sms รายการเรียลลิตี้โชว์จึงถล่มทลาย get rich quick .. บางทีก็ขาดความมีน้ำอดน้ำทน ไร้สัจจะ
      อ่านหนังสือทางสู้ในชีวิตของ'พลตรีหลวงวิจิตรวาทการ'บอกคนเรามี 2 ยุทธวิธี ไม่ active ก็ passive ใครเข้มแข็งกว่าก็อยู่รอด ที่อ่อนแอก็ล้มตายหรือสูญพันธุ์ไป .. the show must go on

     
      John Denver - Take me home,country roads
      http://www.youtube.com/watch?v=ukUL_I14GPw&feature=related
      Olivia newton john - Let Me Be There
      http://www.youtube.com/watch?v=V60gDLF4TBA
      Paul Anka - I Believe There's Nothing Stronger Than Our Love
      http://www.youtube.com/watch?v=VO_EjHm50ag


21 เมษายน 2553

The Power of Mindfulness : พลังแห่งสติ 

     สติอุปมาดั่งสิ่งเล็กน้อยเท่าผงธุลีแต่กลับกลายเป็นสิ่งยิ่งใหญ่กว่าภูผา เมื่อ สติคือจุดตั้งมั่นในการขจัดความทุกข์ของมวลมนุษย์ที่ถูกรัดรึงด้วยความไม่รู้( อวิชชา) และ ความทะยานอยาก( ตัณหา) เสมือน อาร์คิมีดีส,นักปราชญ์ชาวกรีกค้นพบจุดหมุน(สติ)ในห้วงอวกาศ เพื่อใช้คานงัดโลกทั้งใบหลุดพ้นวงโคจรภายใต้อิทธิพลแรงดึงดูดของดวงอาทิตย์

      สติมีพลังภายในตัวเองจริงๆแต่มีฐานะต่ำต้อยจนถูกมองข้าม เมื่อเทียบกับเจตสิกดวงสำคัญที่ทำงานสนองความปรารถนาของผู้คนเพื่อบรรลุความสำเร็จทางโลก เช่น อิทธิบาท 4 ได้แก่ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ และ วิมังสา หรือในลักษณะบุคลาธิษฐาน สติคือตัวประกอบที่ค่อนข้างถ่อมตัวเมื่อเทียบกับ ศรัทธา วิริยะ สมาธิ และ ปัญญา ซึ่งเป็นตัวละครเอกมีบุคลิกโดดเด่น มีบทบาทสะเทือนใจบังเกิดขึ้นในทันที ส่งผลต่อบุคคลและสถานการณ์โดยตรง

      ถ้า สติคือการกำหนดรู้เฉยๆ(Bare Attention) มีลักษณะแจ่มแจ้ง ไม่คลุมเครือ และมีอารมณ์เป็นหนึ่งเดียว จดจ่ออยู่กับข้อเท็จจริง จำได้หมายรู้เพียงเท่านั้น ไม่ปรุงแต่ง บุคคลแทบจะไม่รู้ตัวเลยว่าได้เกิด สติขึ้นแล้ว ถูกหล่อเลี้ยงเป็นเวลานานเท่าที่กำลังแห่งสมาธิแต่ละคนจะพึงมี

     สติคือพลังแห่งความสงบสยบความเคลื่อนไหว เมื่อใจนิ่งสนิทจะปรากฏแสงสว่างวาบลงมาขจัดความมืดมัวที่เกาะกุมอยู่ ปลดเปลื้องอกุศลมูลบททิ้งไป นำพากุศลเข้ามาแทนที่ ..คิดดี พูดดี ทำดี แล้วเราจะได้ดีจริงๆ

      *รายละเอียดเพิ่มเติมอ่านคอลัมน์ปากกาขนนก สกุล บุณยกิดา สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ 19-25 มีค.53 หรือ The Power of Mindfulness พระญาณโปนิกมหาเถระ(ชาวเยอรมัน)-เขียน ทัศนีย์ หงศ์ลดารมณ์-แปล พิมพ์ครั้งแรก พศ.2517
 
 


     อ่านต่อ >>

    Facebook.com/Pirachan   Nam Nao National Park ThaiLand   The Journey of Life  MomoeWorld
 -: table of contents :-

Pirachan : พิรฌาน