นิตยสารทรงคุณค่าน่าสะสม
26 - 29

MtvTraxSpecialIssueHipHop
26.

       Mtv Trax vol.007 special Edition issue , Hip Hop , August 2003 ราคา 70 บาท
     Editor's Page Hip Hop issue
     " ฉันเป็นคนชอบฟังเพลงเป็นชีวิตจิตใจ และชอบฟังเพลงในทุกรูปแบบ ตั้งแต่เล็กจนโตฉันสามารถนั่งอยู่คนเดียวได้เป็นเวลานานๆโดยไม่ต้องสุงสิงกับมนุษย์ใดๆในโลกนี้

     การฟังเพลงของฉันก็ไม่ได้กำหนดรูปแบบตายตัว ว่าชอบเพลงประเภทใดประเภทเดียว ฉันชอบฟังทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นร็อค บริทป๊อป เอซิดแจ๊ส เฟรนช์เฮ้าส์ บอสซาโนวา สแตนดาร์ดแจ๊ส อิเล็กทรอนิค ดรัมแอนด์เบส ไปจนถึงฮิปฮอป รสนิยมในการฟังเพลงมักขึ้นอยู่กับอารมณ์ของตัวเรา ณ เวลานั้นๆ หรือบุคคลที่เข้ามามีอิทธิพลในจังหวะชีวิต

     การชื่นชอบเพลงในแบบฮิปฮอปของฉันคงเกิดมาจาก การเช่าบ้านร่วมกับเพื่อนสาวชาวผิวดำตอนสมัยอยู่ที่ประเทศอังกฤษ นั่นเป็นครั้งแรกที่ได้ฟังเสียงเพลงฮิปฮอปแบบ Old School ของ Public Enemy และแอบชื่นชมผลงานฮิปฮอปในรูปแบบนั้น และรูปแบบอื่นตามมา ครั้นถึงยุคนี้ฉันดีใจเป็นที่สุดเมื่อได้มีโอกาสเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น และได้ดูการแสดงสดของ Eminem นักร้องแร็ปเปอร์ผิวขาวคนโปรด และโชคชั้นสองก็ตามมาติดๆ เพราะในคอนเสิร์ตคราวนั้น ฉันยังได้ฟังเสียงแร็ปและลีลาการร้องอย่างมีความสุขตลอดเวลาของ 50 cent อีกต่างหาก

     จากการเดินทางไปครั้งนั้น ได้เห็นกลุ่มแฟนชาวฮิปฮอปที่ญี่ปุ่น บวกกับจม.ที่มีเข้ามาไม่หยุดของผู้อ่านที่เรียกร้องให้รวบรวมฉบับ Hip Hop Issue จึงทำให้เป็นที่มาของนิตยสารฉบับพิเศษนี้ ซึ่งเราใช้เวลาวางแผนรวบรวมงานอย่างบทสัมภาษณ์ บทสนทนากับผู้คนในแวดวงฮิปฮอปทั่วไทย และเทศอยู่หลายเดือน จนบุคคลหลายๆคนที่ถูกเราสัมภาษณ์ และไหว้วานให้ช่วยทำงาน ได้กลายมาเป็นเพื่อนสนิทกับทีมงานกอง บก.Mtv Trax ไปแล้ว

     ในฉบับนี้เราได้เลือกเอาวงฮิปฮอปไทย 2 วงขึ้นมานำเสนอ(Joey Boy and Gancore Club,Khan and Thaitanium
) เพื่อให้ผู้อ่านได้มองเห็นภาพกว้างๆของแร็ปเปอร์ทั้ง 2 กลุ่มที่มีความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการในการทำเพลงอย่างเต็มความสมารถ หากความตั้งใจของ 2 กลุ่มนั้นคือ การทำเพลงที่ตัวเองรัก และมีส่วนพัฒนาวงการดนตรีฮิปฮอปของเมืองไทย ซึ่งเราไม่ขอเลือกหรือตัดสินฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ขอมองถึงภาพรวมที่ทั้ง 2 กลุ่มตั้งใจทำให้กับวงการเพลงของเมืองไทย ซึ่งเราหวังว่าคุณจะสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของทีมงานเรา และสนุกสนานกับฉบับพิเศษ Hip Hop Issue นี้ ทุ่มกันสุดความตั้งใจของคนทำหนังสือแล้ว .. จะเอาอะไรมากไปกว่านี้กันอีกคะ " - - > นิทรา กิติยากร ณ อยุธยา : บรรณาธิการบริหาร

Rool Overgo Hip Hop

     ฮิปฮอป คือวัฒนธรรมหรือวิถีชีวิตของคนกลุ่มหนึ่งในสังคมโลก ถือกำเนิดในยุค 70's บ้างก็ว่าเป็นพวกหยาบช้า แต่งตัวเหมือนกุ๊ย ขาดความนอบน้อมต่อผู้คน กระทั่งบุพการี หลงตัวเอง ชอบเรียกร้องความสนใจจากผู้อื่น อัตนิยมสุดกู่ มีความคิดแปลกแยก แม้อยู่รวมกลุ่มในพวกเดียวกันใช่ว่าจะรักสามัคคี ยกเว้นกิจกรรม,ลัทธิประหลาดที่ทำร่วมกน เช่น DJ,MC,Rap-music,Graffiti,B-boy และ X-game

dayBEDS
27.
       dayBeds vol.1( for better life style ) September 2002 ราคา 90 บาท
   
     “ เดย์เบดส์ ” เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีความสบาย สามารถใช้งานได้ทุกที่ และ ทุกเวลา
     “ เดย์เบดส์ ” มีดีไซน์ในแบบของตัวเอง และนำเสนองานดีไซน์จากทุกที่ ที่สามารถพบเห็นได้ในทุกแขนงตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ สถาปัตยกรรม ตกแต่งภายใน ผลิตภัณฑ์ ศิลปะ แฟชั่น และ ไลฟ์สไตล์
     “ เดย์เบดส์ ” เปิดตัวเล่มแรกด้วย Modern Life เสนอเรื่องราวของการตกแต่งบ้าน และการใช้ชีวิตของ คนรุ่นใหม่ ที่น่าสนใจ ด้วยเนื้อหาคอลัมน์และเลย์เอาท์ที่แตกต่าง
     “ เดย์เบดส์ ” คือการรวมตัวกันของ คนรุ่นใหม่ เพื่อเสนอเรื่องราวที่แตกต่างให้คุณได้สนุก และมีความสุขในการดำเนินชีวิตในมุมมองใหม่ๆ
     “ เดย์เบดส์ ” พร้อมที่จะสร้างความสุข และจุดประกายแนวคิดใหม่ๆให้กับผู้อ่าน และผู้รักนิตยสารทุกๆคน

     ผมอยากจะทำหนังสือดีๆสักเล่มที่รวมงานดีไซน์ และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน แต่อัดแน่นไปด้วยข้อมูล และข่าวสารสำหรับผู้อ่าน มีหลายเสียงทักกันมากมายว่าแน่ใจแล้วหรือกับการลงทุนทำหนังสือในสภาวการณ์เช่นนี้ แต่ผมมั่นใจในการรวมตัวของกลุ่มคนหลากหลายอาชีพที่กล้าที่จะทำนิตยสารแปลกๆใหม่ๆ
     เราได้คุยถึงความคิดในมุมมองที่ไม่เหมือนใครจากการระดมสมองของทีมงาน และมีความมั่นใจในความสามารถของทุกๆคน จึงเป็นเหตุให้ผมทำ “ เดย์เบดส์ ” เล่มนี้ขึ้นมา และทำด้วยความมั่นใจ - -> กาจบดินทร์ สุดลาภา : บรรณาธิการอำนวยการ

Paula Taylor
28.

       dna vol.34 August ราคา 80 บาท

     สวัสดีค่ะ อากาศวันนี้สดใสดีจัง !
     เริ่มต้นจาก มีคำถามว่าชื่อนิตยสาร dna เป็นตัวย่อของคำว่าอะไร ซึ่งยังไม่มี รอผู้อ่านเขียนเข้ามาประกวดอยู่ แต่ที่มาของหนังสือ dna นี้มาจากคำว่า dna ที่มีความหมายเดียวกับศัพท์แพทย์ในกรณีเจาะเลือดไปพิสูจน์หา dna ว่าเป็นลูกใครนั่นเอง

     ชื่อนิตยสาร dna เกิดขึ้นมาจากแนวคิดนี้ ในความหมายของความเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่าง เพื่อสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ที่ถูกเรียกว่า Generation Y,Young Blood,New Breed วันนี้เราพูดถึงปี 2010 กันแล้ว
     ยอมรับว่า ลุ้น และภาวนา เพราะว่ากว่าจะถึงวันนี้ ใครต่อใครที่เห็นตัวอย่างหนังสือ dna จะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หนังสือสวย ไอเดียดีมาก มีความแตกต่งเฉพาะตัว น่าสนใจ แต่ขอดูฉบับแรกก่อน

     ดูจากสายตาของคนพูด สะท้อนถึงความรู้สึกภายในใจเขาได้ดี ว่าเห็นใจ ชื่นชม อยากจะสนับสนุน แต่เราต้องพิสูจน์ตัวเองออกมาให้ได้ก่อน
     เข้าใจมากๆ และขอบคุณต่อแววตาทั้งหลายเหล่านั้น ที่เป็นกำลังใจให้พวกเราจดจำตลอดมาจนถึงวันนี้ วันที่ dna ฉบับแรกถึงมือผู้อ่าน และผู้ที่จะสนับสนุนโฆษณา ใครจะคิดอย่างไรไม่รู้ได้ ! คงต้องเขียนมาบอกกล่าวประกาศผล ให้คะแนนกัน

     บอกหน่อยน่า อยากรู้จัง !

ปล. thanks for “ มวลมิตร ” ที่ช่วยลงโฆษณา เพื่อให้ dna แจ้งเกิด .. จะขอจดจำ และหาทางตอบแทนน้ำใจนั้นด้วยความซาบซึ้งแน่นอน “ เพื่อนรัก ” --> ณภัทร ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม บรรณาธิการบริหาร dna vol.001 Premier issue November 2000 ราคา 80 บาท

     dna มีลักษณะเป็นนิตยสารแนววาไรตี้ หลากหลายเรื่องราวจากเพื่อนพ้องคอลัมนิสต์ในแวดวงบันเทิง และนักเขียนอิสระ ช่วยกันยำใหญ่ใส่สารพัดรส ย่อยง่าย อ่านแล้วปลอดโปร่งโล่งหัว ไม่ต้องใช้สมองคิดมากนัก จุดเด่นคือภาพถ่ายที่สวยงาม สดใส สะท้อนอารมณ์สุนทรีย์สุดขั้ว(ultimate) ของบรรดาโมเดลลิ่ง โพสต์ท่าประกอบฉาก ต่างกับมนุษย์หุ่นยนต์ หรือผีดิบในนิตยสารเล่มอื่นๆ ฝีมือ สุรียา สืบอ้วน ชุด Symbiosis,DNA2010,One Shining และ อุมาวร หุตะเจริญ ชุด love song,moving space..

     นิตยสาร dna จะเป็นสายพันธุ์อัจฉริยะ หรือปัญญาอ่อน นั้นไม่สำคัญ ขึ้นกับผู้อ่านจะรับสาระใดมายกระดับ สติ สตังค์(เงินในกระเป๋า)ให้สูงขึ้น หรือตกต่ำลง?


     " หมิวแบ่งความเชื่อออกเป็น 2 ส่วนนะคะ คือเชื่อว่า ทำอะไรจะได้อย่างนั้น เป็นการได้ผลทาง จิตใจ หมิวไม่เคยเห็นกระทะทองแดงมาก่อน แต่ไม่ได้ลบหลู่ตรงนั้น นั่นคือสิ่งที่เป็นความเชื่อของศาสนาเรา ของคนไทย ซึ่งฟังไว้ก็ดี อันนั้นคือผลที่เรามองไม่เห็น แต่สิ่งที่เราได้เห็นคือความรู้สึกในปัจจุบันว่า ไม่ว่าเราจะทำอะไร ถ้าทำไม่ดีสักครั้ง บางทีเรารู้สึกแย่เลยนะ นั่นคือ กรรม สำหรับหมิว

     ไม่ใช่รอชาติหน้า ว่า เอ๊ย ! ค่อยไปใช้เอาชาติหน้า ไปลำบากเอาชาติหน้าก็ได้ หรือบางครั้งการที่ปัจจุบันเกิดเหตุการณ์ไม่ดีขึ้น ก็คิดไปว่าเมื่อชาติที่แล้วเราทำกรรมไว้ อย่างนี้มันช่วยได้ในด้านจิตใจ ใช่มั้ยคะ มันไม่ใช่ว่าทำดีแล้วได้ ทำบุญเยอะจะได้มาซึ่งความสวยงาม สำหรับหมิวมันไม่ใช่ตรงนั้นนะ แต่มันได้ที่ความรู้สึกข้างใน "

     ในวงการบันเทิง บ่อยครั้งที่จะเห็นคนเป็นนักแสดงค่อยไต่เต้าเขยิบฐานะขึ้นเป็นพิธีกรบ้าง ผู้จัดละครบ้าง ผู้จัดรายการโทรทัศน์บ้าง หากสำหรับหมิว ไม่ล่ะค่ะ เธอว่าอย่างนั้น

     " เพราะเคยทำมาแล้ว รู้ว่าอันไหนชอบ ไม่ชอบ อย่างผู้จัดถึงไม่เคยทำก็เคยเห็นแล้วว่า เขาทำงานกันยังไง ลองหลายๆอย่าง แล้วถามตัวเองว่า จริงๆชอบอยู่ตรงไหนมากกว่า ถนัดหรือมี ความสุข กับการทำตรงไหนได้นานๆก็เลือกตรงนั้น หมิวโชคดีที่มีโอกาสเลือกให้ตัวเองได้ไงคะ ซึ่งบางทีก็เลือกไม่ได้

     เส้นทางการทำงานของหมิวที่ผ่านมาก็ไม่ถึงกับราบรื่น แต่คงเทียบกับคนอื่นไม่ได้ เพราะอะไรๆของแต่ละคนมันต่างกัน เราเจอแบบนี้ คนอื่นอาจจะเจอร้ายแรงอีกอย่าง แล้วเรื่องร้ายแรงของแต่ละคนเอามาเทียบกันไม่ได้

     แต่ช่วงที่ไม่โอเค ช่วงที่เลวร้ายที่สุดของชีวิตก็จะสอนตัวเองได้ดีที่สุดเลย ทำให้เรา แข็งแรง ขึ้น คือพอมาถึงจุดร้ายแรงสุดขีดแล้ว หลังจากนั้นพอคิดได้จะ ฉลาด เลย คือช่วงนั้นมันจะแย่ จะลำบาก แต่พอคิดออกว่าจะทำยังไงกับชีวิตก็ สบาย " - -> ลลิตา ปัญโญภาส,Mew New Breed : Interview p.110-114,dna vol.001 Nov 2000

madameFIGARO vol.2
29.
       madame FIGARO vol.2 กันยายน ๒๕๔๖ ราคา 90 บาท

     คอลัมน์น่าสนใจฉบับนี้ fashionspecial เปลือยหัวใจโซฟี มาร์โซ Sophie Marceau,ซูเปอร์สตาร์ ดาราดาวค้างฟ้าชาวฝรั่งเศส ปัจจุบันคือคุณแม่ลูก 2 ลูกชายคนโตวัยแปดขวบ ส่วนคนเล็กยังแบเบาะวัยเพียงเก้าเดือน เธอเริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังจากภาพยนตร์แนววัยรุ่นหวานแหวว ลาบูมที่รัก (La Boum 1,2) ขณะอายุ 13 ปี

     " ในวงการภาพยนตร์ไม่มีสิ่งใดสมบรูณ์แบบ เราอยู่ท่ามกลางการเยินยอเกินความจริง และชีวิตที่เรียบง่ายซึ่งเราพยายามสร้างมันขึ้นมา สิ่งที่ฉันชอบในการแสดงก็คือ ความยิ่งใหญ่ ของมัน แม้สิ่งนั้นอยู่ได้ชั่วประเดี๋ยวประด๋าวเหมือนยามอาทิตย์ตกดินก็ตาม แต่ช่วงเวลาเพียงไม่กี่นาทีนั้น เราก็เป็นส่วนหนึ่งของมัน ก่อนที่มันจะจางหายไป แต่ในขณะเดียวกันวงการนี้ก็ทำให้ฉันถูกทำร้าย เพราะที่รายล้อมอยู่รอบตัวนักแสดงก็คือ สายตาจ้องจับผิดของฝ่ายตรงข้าม..

     สภาพจิตใจของฉันในตอนนี้น่ะหรือ? มันปนเปกันหลายอย่างเลยล่ะ ฉันเพิ่งย้ายเข้าบ้านใหม่ แล้วก็เพิ่งจะแสดงภาพยนตร์เรื่องใหม่ของ Diane Kurys เรื่อง Je reste! ร่วมกับ วินเซนต์ เปเรซ และ ชาร์ล เบอร์ลิง มันเป็นเรื่องของรักสามเส้าระหว่างสามีผู้ชั่วร้าย ภรรยาผู้เบื่อหน่าย และชู้รักผู้สุดแสนจะดึงดูดใจ
     สิ่งนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนในช่วงปลายปีที่ 15 ของการแต่งงาน หรือแม้แต่ช่วงปลายปีที่ 3 คุณว่าอะไรนะ? ภาพยนตร์ที่ฉันกำกับงั้นเหรอ? นั่นก็จริงนะ แต่สิ่งที่นักแสดงทำได้ดีที่สุดในภาพยนตร์ก็คือ การสะท้อนภาพของปัจจุบันนะ "

     ฟรอง ซัวร์ - มารี บานิเย่ร์ ช่างภาพชั้นนำ,ถ่ายรูป โซฟี มาร์โซ โดยไม่ต้องแต่งหน้าเพื่อให้เป็นธรรมชาติที่สุด ในห้องสวีทของโรงแรม ราฟาเอล ปารีส เสื้อผ้า,เครื่องประดับจากดีไซเน่อร์,แบรนด์ดัง ชุดนี้มี 7 ภาพแบบขาวดำ อริยาบทของนางแบบค่อนข้างโป๊นิดๆ ดูเซ็กซี่กระชากวัย..

     view LIPS cover girl : Patchrapa click- ->คลิกซิจ๊ะ
     
     หนังสือคือมิตรแท้ ในยามที่เราเหงา เคว้งคว้าง เปล่าเปลี่ยว หรือทุกข์ระทม เพื่อนไม่เคยทอดทิ้ง แต่เราจำเป็นต้องเลือกคบเขาในบางแง่มุม เพื่อเสริมสร้างกำลังใจ พัฒนาตนเองในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆต่อเนื่องอยู่เสมอ ด้วย วัฒนธรรมการอ่าน จะทำให้เรารู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก - -> พิรฌาน Sep 6,2003


Vol.[ 1 - 3 ] [ 4 - 6] [ 7 - 9 ] [ 10 -18 ] [ 19 - 20 ] [ 21 - 25 ] [ 26 - 29 ] [ 30 - 33 ] [ home ]