พระมเหศวร กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี



พระมเหศวรเป็นพระพิมพ์เนื้อชินเงิน ซึ่งบรรพชนออกแบบไว้อย่างชาญฉลาด องค์พระด้านหน้า-หลัง นั่งสวนทางกัน ดังนั้นพระศอ(คอ)ด้านส่วนที่เปราะบาง จะอยู่ในตำแหน่งพระเพลา(หน้าตัก)ของพระอีกด้านหนึ่ง จึงกำจัดจุดอ่อนดังกล่าวแล้วนั้นได้อย่างสิ้นเชิง พระมเหศวรเป็นพระพิมพ์ประเภทเนื้อชินเงิน มีทั้งที่เป็นเนื้อชินเงินหรือเนื้อชินแข็ง และเนื้อชินกรอบ ซึ่งเป็นส่วนผสมเนื้อดีบุกที่มากกว่าเนื้อตะกั่ว เนื้อชินชนิดนี้จะมีลักษณะที่แข็ง เวลาเอาฟันกัดจะมีเสียงดังกรอบๆ นักนิยมสะสมพระเครื่องสมัยก่อนจึงเรียกชินที่ว่านี้ว่า เนื้อชินกรอบ เนื้อชินเงินชนิดนี้มีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่งคือ เมื่ออายุกาลที่เนิ่นนานเข้าจะเกิดปฏิกริยากับอากาศหรือที่ชาวบ้านเรียกว่าเกิดสนิม กัดกร่อนลงไปในเนื้อมากบ้างน้อยบ้าง เล็กบ้างใหญ่บ้าง แล้วแต่ปัจจัยปรุงแต่ง เช่น ความชื้น ความเป็นกรดของดิน หรือปูนในกรุเจดีย์ที่เรียกว่า สนิมขุม นอกจากนั้นแล้วยังจะเกิดรอยระเบิดแตกปริตามผิวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง การระเบิดแตกปรินี้จะแตกจากภายในปะทุออกมาข้างนอก โดยสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนพระมเหศวรเนื้อชินเงินจึงเป็นพระเนื้อนิยม เหตุเพราะพิจารณาได้ง่าย

พระมเหศวรนอกจากจะสร้างด้วยเนื้อชินเงินดังกล่าวแล้ว ยังมีเนื้อชินอีกชนิดหนึ่งซึ่งมีส่วนผสมของเนื้อตะกั่วมากกว่าเนื้อดีบุก จึงเรียกว่า ชินอ่อน เนื้อไม่แข็งเหมือนกับชินเงิน กระทบของแข็งจะเกิดรอยบุ๋มลึก เพราะเนื้ออ่อนสามารถที่จะโค้งงอได้เล็กน้อย ข้อดีของเนื้อชินชนิดนี้คือจะไม่เกิดสนิมขุม หรือ รอยกัดกร่อนหรือระเบิดแตกปริเหมือนเนื้อชินเงิน แต่จะเกิดสนิมไขเป็นสีนวลขาว แต่แปลกอยู่อย่างหนึ่งคือ สนิมไขของพระมเหศวรที่ว่านี้ จะไม่เป็นเม็ดตึงเต่งอย่างกับสนิมไขในพระเนื้อชินอ่อนหรือเนื้อชินตะกั่ว แต่สนิมจะเกิดเป็นแผ่นอย่างกับ สนิมไขของเทียม แต่ถ้าใช้ไม้ทิ่มแทงสนิมไขที่ว่านี้จะค่อยๆหลุดออก ถ้าทิ้งเอาไว้หรือแขวนคอ พอถูกไอเหงื่อก็จะเกิดขึ้นมาอีกภายใน 3-4 วัน คล้ายกับว่ามันหยั่งรากฝังลึกลงไปในเนื้อเสียแล้ว หากเป็นสนิมไขที่ทำเทียม เวลาล้างเอาสนิมไขออกก็จะหลุดออกหมด และไม่เกิดขึ้นมาใหม่เหมือนพระมเหศวรแท้เลย

ผิวพระมเหศวรถ้ายังไม่ได้ใช้ ถูกสัมผัสผิวจะเนียนและมีสีออกไปทางดำเอามากๆ แต่ถ้าถูกใช้จนสึกจะเห็นเนื้อในขาวนวลสดใสอย่างกับสีเงินยวง เข้าใจว่าคงจะมีส่วนผสมของปรอทอยู่มากนั่นเอง แต่ถ้าตรงรอยสึกแลเห็นเนื้อใน และที่ยังไม่สึกเป็นคราบผิวหนาเป็นอีกชั้นหนึ่ง ดูคล้ายกับคราบหนาคลุมอยู่ อย่างนี้นับว่าเป็นของแท้ โดยปราศจากความสงสัยใดๆทั้งสิ้น สรุปคือผิวพระเป็นสองชั้นย่อมยืนยันว่าเป็นพระแท้,พระเก่า หรือถ้าจะพูดตามภาษาชาวบ้านก็ว่า ตลอดองค์พระมีเสื้อใส่ทับอยู่อีกชั้นหนึ่ง ถ้าเป็นอย่างนี้ไม่ต้องกลัวเสียงสวดว่าเก๊ พระเครื่องในลักษณะพระพิมพ์เนื้อชินพิมพ์หนึ่งพิมพ์ใดนั้น ท่านอาจจะพบได้ที่กรุนั้นจังหวัดนี้ และในที่อื่นๆ แต่ถ้าเป็นพระมเหศวรแล้วท่านจะพบเฉพาะกรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี เท่านั้น



จากจารึกในแผ่นลานทอง กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี ได้กล่าวถึงเนื้อหาหรือทัพสัมภาระที่นำเอามาสร้างพระบรรจุ พอประมวลได้ดังนี้
     -ว่านอันมีฤทธิ์เป็นกฤษณา
     -เกสรดอกไม้ เกสรบัว
     -ดินจากเขาไกรลาศ
     -แร่ต่างๆ
     สำหรับเนื้อแร่เหล่านั้นซัดด้วยน้ำยาแล้วให้นามว่าแร่ สังฆวานร(เข้าใจว่าเป็นประเภทเนื้อชินเงิน ชินอ่อน) ส่วนความหมายอันแท้จริง และตรงที่สุดของแร่สังฆวานร หรือชินสังฆวานร ก็คือ ชินเขียว นั่นเอง
นอกจากนั้น พระฤาษีท่านยังทำเป็นเมฆภัสส์ อุทุมพระภัสส์ บริภัสส์ และ นาคภัสส์ ให้หล่อเป็นพระพิมพ์ต่างๆอีกด้วย จากความจริงที่ปรากฏอยู่ในลานทองนั้น พระพิมพ์ หรือ พระเครื่อง ซึ่งได้สร้างบรรจุเอาไว้ในพระมหาธาตุมีทัพสัมภาระต่างๆดังกล่าว แต่วงการเล่นหาเพียง 2 เนื้อเท่านั้น คือ พระพิมพ์เนื้อดินผสมเกสร และว่านยา ที่เรียกว่า พระเกสรสุพรรณ หรือ พระผงสุพรรณ ซึ่งเป็นพระชั้นยอดองค์หนึ่งในห้าของเบญจภาคี และเนื้อพระพิมพ์ที่เป็นที่รู้จักกันอย่างดีคือ พระพิมพ์เนื้อชินเงินและเนื้อชินอ่อนก็คือพระมเหศวร

เนื้อหาและภาพประกอบเรียบเรียงใหม่จาก
ปรีชา เอี่ยมธรรม,พระมเหศวร สุพรรณบุรี,นิตยสารพรีเชียส ปีที่ ๒ ฉบับที่ ๒๑,พศ.๒๕๔๐

home , พระมเหศวรหลวงพ่อโบ้ย วัดมะนาว
ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลง ประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดในภาคกลางเช่น ชัยนาท อุทัยธานี และสุพรรณบุรี ได้เกิดชุมโจรออกปล้นสะดมชาวบ้านอย่างชุกชุม จนเป็นที่หวาดผวาแก่อาณาประชาราษฎร์ทั่วไป ตกเพลาค่ำคืนต้องคอยระมัดระวังอยู่ยามตามไฟอย่างเข้มงวด ยิ่งตามรอยต่อของ 3 จังหวัดดังกล่าวแล้วมีชุมโจรที่น่าเกรงขาม อาทิ เสือฝ้าย และ เสือมเหศวรเป็นต้น เฉพาะเสือมเหศวรมีชื่อเสียงโด่งดังมาก ทั้งนี้ก็เพราะเสือมเหศวรเป็นเสือหนังเหนียว อยู่ยงคงกระพัน ยิงฟันไม่เข้า โดยเสือมเหศวรมีพระเครื่องชั้นดีอยู่องค์หนึ่งที่อาราธนาอยู่บนคอตลอด เป็นพระเนื้อชิน ประทับนั่งปางมารวิชัยสองหน้า นั่งเอาเศียรสวนทางกัน สมัยนั้นเรียกพระพิมพ์นี้ว่า พระสวน